บันทึก

บันทึกไว้สักนิด

สมัยเรียนป.โท
การ discuss topic ต่างๆ กับเพื่อนร่วม class ผ่านทาง web board ของรุ่น
การ sync งาน case study (week ละ 1-2 case) ผ่านทาง email
เม้าท์กันผ่าน msn แล้วหัวเราะพร้อมๆ กันในห้องเรียน
แอบคิดไปว่า เป็นอะไรที่เจ๋งล้ำหน้าโคตรๆ

case study อันแรกที่ทำสมัยเรียน MBA ตอนนั้นคือ mobile banking และ internet banking คุยกันว่าเป็น trend ใหม่ ที่ทำไมคนต้องเดินทางมาทำธุรกรรมที่สาขาธนาคาร ด้วยตัวเองด้วย


วันนี้มันล้าสมัยไปหมดแล้ว
แม้กระทั่ง mobile baking ยังใกล้จะหมดอายุขัย หลบทางให้ app บน smart phone

วันนี้พอมาเป็นอาจารย์
อาจารย์ไปถึงมหาลัยฯ ก็ checkin 4sq ให้น้องๆ เห็นทั้งผ่าน status ของ 4sq และ TL ของ Twt ว่ามาถึงแล้ว และอยู่ตรงไหนของมหาลัย และให้เห็นว่าตอนนี้มารอที่ห้องเรียนแล้ว
ส่งงาน/คุยกันผ่านทาง email กลายเป็น basic practice รออาจารย์ email กลับเพื่อ confirm ว่าได้รับงานส่งแล้ว
ใครที่ต้องการคุย personal หน่อยก็จะ whatsapp, line, หรือ msg ใน FB มาถาม (แต่พี่ไม่ค่อยเปิด line นะ แหะๆ)
เวลามีประกาศ ก็ post pic บน wall แล้วก้อ tag ต่อๆ กันไป
ติดตามความเป็นไปในชีวิตแต่ละคนผ่าน wall

และล่าสุด เด็กๆ ทำ research ผ่านทาง FB แล้ว post link ส่งกระจายไปให้เพื่อนศึกษากันต่อ

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เราได้เห็นในเวลาไม่เกิน 10ปี
แล้วเราจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ กันอีกเหรอ?

ซันเดย์ รีดดิ้ง ก่อนหมดเดือน7

เช้าวันอาทิตย์ ขณะนั่งอ่านหนังสือของ นิ้วกลม
คิดไปว่า…

การอ่านหนังสือท่ามกลางแสงต่างๆ ให้อารมณ์แตกต่างกันได้มากมาย
แสงหลอดนีออน แสงหลอดไฟกลม แสงจากโคมไฟ แสงอาทิตย์ หรือแสงอาทิตย์ในเวลาที่ต่างไป แสงอาทิตย์ที่ผ่านม่านหรือมู่ลี่แบบต่างๆ

แสงเป็นปริศนาเสมอ ยิ่งนับตั้งแต่ฟิสิกส์สนใจโฟตอน

แสงเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ไม่ถกว่าแสงเป็นคลื่นหรืออนุภาค หรือสองจิตสองใจด้วยทฤษฎีทวิภาค
แต่แสงมีผลต่ออารมณ์ของเราเสมอ

สำหรับคนที่รักหนังสือ การลองอ่านหนังสือในเวลาต่างๆ ตามสถานที่ต่างๆ ในอารมณ์ต่างๆ และกลางแสงต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องลอง ให้สมกับนักเลงหนังสือตัวจริง

อ่านเมื่อแอบชอบ อ่านเมื่อหลงรัก อ่านเมื่ออกหัก หรืออ่านเพื่อหาลอกไปจีบหญิง
อ่านทบทวน อ่านเตรียมสอบ อ่านก่อนสอบ หรืออ่านมันก่อนเข้าห้องสอบเลยเพราะเพิ่งได้ฝิ่นมาจากเพื่อน
อ่านในห้องหมุด อ่านในห้องเรียน อ่านในห้องนอน อ่านบนโต๊ะกินข้าว อ่านในห้องเธอ อ่านในห้องเขา อ่านในห้องของเรา อ่านในใจ อ่านออกเสียง อ่านในส้วม และอื่นๆ อีกมากมายครับ

และถ้าอยากให้หมั่นไส้ ก็ต้องอ่านใต้แสงเทียน อ่านใต้แสงจันทร์ และ อ่านใต้แสงดาว (ลองแล้ว เอาเข้าจริงๆ แสงไม่พอ)

ส่วนตัวเราเอง ที่บ่อยครั้งมากที่สุด ก็ตรงเป็นอ่านใต้แสงนีออนนี่แหละ สมัยที่เป็นเด็กเนิร์ด เรียกได้ว่าบ้าบออ่านตำราเรียนจำนวนเล่ม ไม่รู้จะเยอะไปไหน
ประมาณว่าอยู่ ม.3 แต่ท่านเล่นอ่านแคลคูลัส ม.6 ไปเถียงอาจารย์แล้วครับ
(บ้าป่ะเนี่ย
ไม่บ้าหรอก เบื้องหลังแค่เด็กเกรียนๆ หาเรื่องเถียงครู)
นับว่าเป็นหนี้บุญคุณหลอดนีออนฟลูออเรสเซนต์ไม่น้อย กว่าจะจบวิดวะมาได้

และเพราะโต๊ะม้าหินที่จุฬา ก็ทำให้มีโอกาสนั่งอ่านใต้แสงอาทิตย์ยามเช้า ยามเย็น และยามเที่ยงบ้างนิดหน่อย

ที่เด็ดสุดคือปีนขึ้นภูกระดึงกับแฟน ก่อนสอบ Corporate Finance เลยแบก text ไฟแนนซ์เล่มหนา 3นิ้ว ใส่เป้หลังขึ้นไปอ่านบนภูกระดึง อ่านกลางแจ้ง
อ่านกลางป้ากลางเขา อ่านในเต็นท์ตอนกลางวัน และเปิดไฟฉายอ่านในเต็นท์ตอนกลางคืน
แล้วก็ได้ลองเอามาอ่านกลางแสงดาวหน้าเต็นท์ตอนกลางคืนที่นี่แหละ (ต้องใช้แสงเทียนช่วย)
แต่ทิ้งไว้ที่เต็นท์ ไม่ได้แบกไปอ่านในป่า ริมผา หรือริมน้ำตก
จำได้ว่าเป็นเรื่องทฤษฎี MM โครงสร้างเงินทุน
MM Theory
ทุกวันนี้ตั้งแต่จบ MBA มา 7-8ปี แล้วยังไม่ได้ใช้เลย

ไม่ได้มีบทสรุปอะไรเป็นพิเศษนะครับ
แค่เช้าวันอาทิตย์นั่งอ่านหนังสือสบายๆ แล้วแสงแดดผ่านผ้าม่านเข้ามาส่องตัวหนังสือ
เกิดอารมณ์สดชื่น นึกขึ้นได้ว่าครั้งสุดท้ายที่อ่านหนังสือใต้แสงอาทิตย์นั้นนานมาแล้ว เลยอยากบันทึกเรื่องเหล่านี้เอาไว้

พรุ่งนี้วันจันทร์แล้วครับ

Lost & Gain

This is the first time in about ten years that I’ve got this feeling.
The feeling of family freedom, such a strange feeling.
Situation is change, many problems are here. Actually, there are some difficulties in life here.
But… some parts in mind love it!
Coz we’ve got the family time back in our life.
We can have our time together. We are free ourselves from some burdens, huge burdens.
In another view, we have escaped form our responsibilities.
That sounds bad! But life is short, we may have to take care some essential parts for the first priority.
If we had lived in the same way, we would have got struck in the same situation.
We have our power to change it. We cannot change others, but we can change ourselves.

The last thing I’d like to share.
Some valuabe things in our life are burdens.
Even they’ve got huge value, they are still the burdens.
After we have discarded them (we’ve discarded some value also), we’ve got our freedom back.
Sometimes, it’s worth to do that!
Just like this time.

—– Posted on FB Note on 5/11/2011 —–