Job (ไม่ใช่ Steve Jobs นะ)

กลางวันวันนี้ได้ไปนั่งดื่มกาแฟที่ Starbuck คนเดียว
เราก็นั่งปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย ก่อนจะนั่งคิดงานต่อ
แล้วก็บังเอิญได้ยินสาวโต๊ะข้างๆ 2 คน นั่งเม้าท์(มอย)กัน
เธอคุยกันเรื่องไปสมัครงาน
เธอเล่าว่าพึ่งไปสอบสัมภาษณ์งานที่บริษัทแห่งหนึ่งมา
เค้่าให้เงินเดือนเป็นหลักหมื่น
แต่น่าจะไม่ได้งานหรอก เพราะผู้สมัครรายอื่นๆ ดูแล้วทำได้ดีกว่าเธอ

ฟังๆ ก็คิดไปถึงเรื่องของตัวเอง
ที่เคยผ่านมาทั้งสมัครงาน สอบ สัมภาษณ์ รอผลเป็นเดือน
นั่งลุ้นให้วันคืนผ่านไปเร็วๆ ให้ถึงวันใหม่ จะได้โทรไปถามว่าผลออกยัง
โทรไปแล้ว HR ก็ตอบมาว่ายังไม่รู้ผล
รอจนทนไม่ไหว หางานใหม่อีก สอบอีก รออีก แล้วก็ถูกปฏิเสธอีก

ใครที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มา จะรู้คุณค่าของการทำงานเป็นอย่างดี
ยิ่งประกอบกับ การที่ได้ค้นพบด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกว่า…
งานหนักๆ ที่เราเคยอดทนทำผ่านๆ มาได้นั้น
จริงๆ แล้วไม่มีคำว่าไม่คุ้มค่าเหนื่อย เพราะมันมาเป็นประโยชน์กับเราในอนาคตต่อมาในแทบทุกๆ เรื่อง

จริงๆ ไม่ได้จะมาบรรยายว่า เรารักงานมากมาย ให้ดูกระแดะ น่าหมั่นไส้อะไรอย่างงั้น
แต่มันเป็นสิ่งที่พบมาจากตัวเองจริง
ไม่ได้จะมาโน้มน้าวให้ใครต้องมาเห็นด้วยกับเราแต่อย่างใด

หลังจากคนที่ไม่มีงานทำ เฝ้ารอคำตอบรับเข้าทำงาน
แล้วก็มีคนโทรมาแจ้งผลว่ารับเข้าทำงานแล้ว
แล้วพอทำๆ ไป เหนื่อยสาหัส
หลังจากนั้น ก็มักจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะมีความคิดว่า ‘งานหนัก เหนื่อยจัง ไม่คุ้มกับเงินเดือนเลย’

แล้วพอมาวันนึงก็พบว่า เราได้ผลตอบแทนที่มากกว่าแค่เงิน

ความคิดที่เกิดขึ้นคือ… การที่บริษัทรับเรา ให้โอกาสเราได้มีงานทำ
ต้องถือว่าบริษัทมีบุญคุณกับเรา
การทำงาน จึงไม่ใช่แค่ทำๆ ให้ผลงานออกมาดี
แต่เป็นการทำเพื่อขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสเรา
ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดอย่างนี้อีกบ้างไหม?
บางทีเราก็รู้สึกไปว่า เราแอบกระแดะบ้างานไปเรื่อยเปื่อยรึป่าว แต่ก็ไม่ใช่!
ความคิดที่เป็นการทำงานเพื่อขอบคุณบริษัท
จะยิ่งช่วยเป็นแรงผลักทำให้ผลงานเรายิ่งโดเด่นแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ เป็นการใหญ่

ไม่รู้สมัยนี้จะยังมีใครคิดแบบนี้อยู่อีกไหม?
ถ้าเคยตกงานมาบ้าง น่าจะเข้าใจอยู่บ้าง
(อารมณ์ว่าอยากทำงานแล้ว อะไรก็ได้ ฉันทำได้หมด รับฉันเข้าทำงานเถอะ เบื่อรองานแย้ว)
แอบเอาใจช่วยสาวโต๊ะนั้นให้ได้งานไวๆ

นอกจากนี้ ความรู้สึกแบบนี้ มันก็ทำให้เราคิดมาก ตอนที่จะเปลี่ยนงานใหม่
การเปลี่ยนงานจากที่เดิมไปที่ใหม่ หรือการลาออก จะต้องมีเหตุผลจริงจัง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยึดติด ยืนยันจะไม่ลาออก ทำที่เดิมไปตลอดจนเกษียณ
วันหนึ่งที่เรามีเหตุผลให้ตัวเอง
และกล้าตอบตัวเองได้ว่า ได้ทำงานให้กับเขาเป็นการขอบคุณที่รับเราเข้าทำงานแล้ว!
หลังจากนั้น ก็เป็นจุดเปลี่ยน ที่เราจะขยับตัวแล้วก้าวต่อไป
เพราะทุกคน ต่างก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ เลือกทางของตัวเอง …

>>>เวิ่นเว้อกันไป<<<

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s