สนามเด็กเล่นบำบัด

เมื่อชีวิตพ้นจากการตอก/แตะบัตร หากมีเวลา ก่อนเริ่มงานทุกๆ เช้า จะแวะร้านกาแฟบางร้านเพื่ออ่านหนังสือบางเล่ม 
เช้านี้ก็เช่นเช้านั้น 

ปกติแล้ว การอ่านก็ต้องการความเงียบ ความเงียบทำให้เราได้คิด 

ความเงียบในตอนเช้าจึงฟื้นฟูเรา 
แต่เช้านี้ไม่เงียบ! 

คาดเดาว่าคงมีการสอบหรือการประชุมผู้ปกครองอะไรสักอย่างของโรงเรียนเด็กเล็กในบริเวณนี้ แถวๆ นี้

อย่างน้อยๆ 4-5ครอบครัว เข้ามาเติมอาหารเช้าเข้าร่างกายในร้านนี้ 

การปรากฏอยู่ของเด็กวัยน่ารักๆ 6-7คน จึงไม่สามารถทำให้ความเงียบคงอยู่ได้อีกต่อไป 

ร้านกาแฟควรถูกเรียกใหม่ว่าสนามเด็กเล่น 

ความสนุกสนานปรากฏตัวขึ้นแฝงอยู่ในความซน 
แปลก! แม้ไม่มีแม้ซากของความเงียบหลงเหลืออยู่ 

แม้ไม่เงียบ ก็สามารถอ่านหนังสือด้วยความสุขได้เช่นกัน 

สนามเด็กเล่นก็ฟื้นฟูเราเช่นกัน  

^_^

image

ส่งความสุข

ไม่น่าเชื่อว่า ความละเมียดในการคุยกันผ่านทางจดหมาย-โปสการ์ด จะให้ความสุขกับเรา …  

ช่วงเวลาที่เลือกซื้อหา จดหมาย โปสการ์ด แสตมป์ 

ช่วงเวลาที่นั่งลง ส่งผ่านความรู้สึกลงบนตัวอักษรทีละตัวๆ จนประกอบกันเป็นข้อความ เป็นประโยค 
ช่วงเวลาที่ค่อยๆ บรรจุเอามวลอากาศรอบๆ ตัว แทรกบรรจุลงไปในช่องว่างระหว่างบรรทัด 

ช่วงเวลาจ่ายหน้าจดหมายไป พร้อมๆ กับนึกถึงหน้าผู้รับไป และคาดเดาว่าผู้รับจะรู้สึกนึกคิดอะไรเมื่อได้รับ ได้อ่าน 

ช่องเวลาที่ออกเดินไปหาตู้ไปรณีย์ 

ช่วงเวลาที่ค่อยๆ ประคอง หย่อนความรู้สึกบรรจุในชุดกระดาษอันนั้น หย่อนลงในตู้ไปรณีย์ และพยายามหาคำตอบว่า จะมีเจ้าหน้าที่มาไขเปิดตู้นั้น กี่โมง เพื่อส่งต่อความรู้สึกอันนั้นให้กับเรา 

ช่วงเวลาที่รอให้ สิ่งที่หย่อนลงตู้แดงๆ นั้น เดินทางไปถึงมือผู้รับ 

ช่วงเวลาที่รอรับจดหมายตอบกลับ 

ช่วงเวลาที่เปิดจดหมายตอบกลับ ขึ้นมาอ่านและรู้สึกกับสิ่งต่างๆ ที่ส่งกลับมาทางไปรษณีย์ 

และช่วงเวลาที่เริ่มต้นลงมือเขียนจดหมายตอบกลับ อีกครั้ง 

เช่นนี้วนเป็นรอบไป ประหนึ่งวงจรความสุข 

ความสุขอยู่ในช่วงของเวลา การไม่ทันทีคือความสุขนั่นเอง แปลกไหมครับ 

ขอบคุณไปรณีย์ไทยครับ 

  

ถนนคนเดิน ถนนบางคนไม่เดิน

Walking street 

มุมหนึ่งคือการสร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ชุมชน 

มุมหนึ่งคือการพังทลายของวัฒนธรรมดั้งเดิม 

มีความพยายามใฝ่ดีบางอย่างที่พยายามจะไม่ให้การดึงดูดรายได้ที่ถาโถมไปทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิมของเมืองให้ย่อยยับ 

จากการเดินทางในประเทศนี้ ที่ผ่านมา เราได้แอบขุดสังเกตเห็นความพยายามใฝ่ดีเหล่านั้น อยู่สองเมือง 

ในเมืองเชียงใหม่เมืองหลวงของภาคเหนือ และในเมืองแม่ฮ่องสอนที่ไม่ใช่เมืองปาย! 

เสียดาย ที่ยังไม่พบความพยายามใฝ่ดีอันนั้นที่ถนนคนเดินที่ปายนี้ เป็นไปได้ว่าเราอาจยังขุดลึกไม่พอ หรือความช่างสังเกตของเราคงยังไม่ถึง ที่จะสังเกตเห็น 

ปายเปลี่ยนไปแล้ว อย่างน้อยก็ในสายตาเรา ในขณะที่เมืองที่ดูคล้ายกันเช่นเชียงคานนั้นกลับคงเสน่ห์เดิมๆ ได้มากกว่า 

จะว่าเสียดาย ก็คงใช่ เพราะคล้ายๆ คนเมืองปายแท้ๆ เอง พยายามหลีก ซ่อนตัวออกจากถนนคนเดิน ปานนั้น 

อย่างไรก็ดี การผ่าเหล่ากลายพันธุ์ของเมืองปายนี้ ก็สร้างให้ถนนคนเดินเมืองปายมีกลิ่นที่มีเสน่ห์แปลกๆ 

กลิ่นของถนนน่าสนใจเพราะมันเกิด มีความดิบมากกว่า มีแรงความพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดมากกว่า และมีคนไทยน้อยกว่า ถนนคนเดินที่อื่นๆ 

จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นช่วงเทศกาลแล้ว คลื่นคนไทยกรุงเทพถาถมเข้าซัด ถนนคนเดินปายอาจกลายเป็นถนนที่ควรหลีกเลี่ยงหรือไม่? 

เพราะเมื่อคนไทยมากขึ้น ความดิบและแรงดิ้นรนจะจางลง ถนนนี้อาจเป็นเพียงแค่การย้ายเอาสยามแสควร์จากกรุงเทพฯ มาไว้ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนแทน 

   
แม่น้ำปายยังไหล ถนนปายก็ยังตื่นอยู่ แต่จิตวิญญานเล่า ไปอยู่ไหน ไฉนเหลือทิ้งไว้แต่ความดิบและแรงดิ้นรน ให้ฉันเสพ! 

4/5/2015 ปายไหน?