Note from Thailand ICT Award Forum 2015 – Digital Economy

วิสัยทัศน์แรกๆ ของ Forum ปีนี้ (Vision = Dream)
1. บังคับให้หน่วยงานภาครัฐเลิกใช้กระดาษ
2. BOT ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ Implement National Payment Gateway ภายในสิ้นปี และเลิกใช้ Cheque ในประเทศไทยได้ในที่สุด
3. กรมสรรพากรยอมรับใบกำกับฯ ในรูปแบบ Electronic Form ภายในสิ้นปีนี้

Still nothing new, we are doing business within 2 worlds; digital vs physical.

Confirmed 4 MegaTrends

– Mobility

– Social
– Cloud

– Big Data

There’s a comment that business may not realize that technology is business’s threat, and it needs to transform to be digitalized.

That’s may be the definition of “Transformation Project “. 

Normally, IT Dept. has got difficulties to lead Transformation because of its Legacy and Regulatory!

Got the new Operation Management concept, Digitalized Process and Digitalized Operation as a service.

3 Categories of Digital Transformation

– Customer Experience

– Operational Process
– Business Model

Rethinking them with new digital-enabling frame.

While some banks so concern about the cost of network bandwidth, the leader has tried to do solutions to manage customer queue in every branch ONLINE!

Even Core Banking System can be questioned why we cannot serve the system as a shared service for business.

And finally, it comes to the word of Agile Development.

It’s something like incremental implementation. 

Strategic Quote, “การที่เรามี Strategy ที่เข้มแข็ง ทำให้เราตรงไป focus ที่ Action และ Implementation เพียงอย่างเดียว”

We need to challenge that who the real guys to make the decision for the future digital world.

Baby-Boomer MC?

One has proposed that digital is the answer to raise intensity of each force of Porter’s 5 Forces.

“Asian Cloud Compliance!” 

Business Process Improvement กลับมามีความสำคัญอย่างไร ใน Digital Economy

อดีต:

1. ปรับ business process ก่อน แล้วค่อยหา IT Solution

2. หา IT Solution มาก่อนแล้วปรับ business process ตาม
ปัจจุบัน:

Digital Economy forces all.

Resource Optimization in the era of 3rd platform by cloud computing

– Total Cost of Ownership

– Service Lifecycle Cost
– Cost and Revenue Matching 

Today definition of Legacy, เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว

Advertisements

Just in Time นี่บาปนะ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปนั่งกินข้าวกลางวันกับน้องสาว 

ความที่สนิทรักใคร่กันมาก คุยกันถูกคอ ตั้งวงสนทนากันทีก็ยาว ถ้าเอามาเขียนเล่าคงกลายเป็นนิยาย แต่จะขายดีรึป่าวนั้นไม่รู้ รู้แต่ว่าถูกคอกันจนหลังๆ นัดกัน Regularly จนจะกลายเป็น Weekly (Happy) Meeting อยู่แล้ว

… 

น้องสาวคนนี้ ปัจจุบันเธอผันตัวจากพนักงานสถาบันการเงินออกไปเป็นผู้ประกอบการเต็มตัว 

เป็นคนที่เราขอนับถือว่าฉลาดมากๆ และมีวิญญาณผู้ประกอบการ ตัวจริงเสียงจริง เสียจนแอบอิจฉานะจ๊ะ 

… 

เรื่องมีอยู่ว่า ทำธุรกิจไป ทำธรุกิจมา นางก็ไปลองรับเอาลูกชิ้นปลามาขาย 

อย่างที่เกริ่นไปว่า นางคือผู้ประกอบการตัวจริง ขายลูกชิ้นปลา ขายไปขายมา ก็ขายดี ขายดีจนกระทั่งต้องเพิ่มปริมาณการสั่งจองลูกชิ้นปลาจากผู้ผลิต เพื่อมาทำขายหน้าร้าน

ฟังดูแล้วก็น่าจะแฮปปี้ดี ขายดีสบายใจไป 

เรื่องราวกลับตรงข้าม เพราะนางไม่ธรรมดาจริงๆ ตามที่บอกไป 

นอนตื่นมาในคืนหนึ่ง นางก็พลันคิดขึ้นมาได้เองว่า “เฮ้ย! ไอ้ที่เราขายดีขึ้นมามากมาย แล้วเราไป Order ลูกชิ้นปลาเพิ่ม มันก็ไปทำให้ปลาต้องมาเสียชีวิตเพิ่มอีกมากมายสิ! เฮ้ย! บาป!” 

คิดไปคิดมา ก็กลับไปตั้งคำถามในแนว Business Transformation เลยทีเดียวว่า “เฮ้ย! ตกลงการขายลูกชิ้นปลานี่มันสัมมาอาชีวะ เปล่าวะ! นี่มันผิดศีลนะ!” 

เมื่อยังหาข้อสรุปที่ตัวเองจะสงบศึกกับตัวเองได้ นางเลยตัดสินใจระงับการดำเนินธุรกิจนี้ทั้งหมดทันทีในไม่กี่วันถัดมา 

ทีนี่ก็โอละพ่อ คนรอบข้างเป็นเง็งกันทีเดียว ตั้งแต่ลูกน้องของตัวว่าขายดีอยู่ดีๆ แล้วเจ้านายสั่งหยุด เลิกกันหมดเลยทำไม (เดาว่าคงขวัญเสียด้วยนะ) ไปจนถึงคนใกล้ตัวก็งงในการตัดสินใจของนาง 

หลังจากคิดหน้าคิดหลังอยู่พักหนึ่ง ด้วยเลือดวิศวกรในตัว นางเลยลงหาข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้ผลิต 

นางไปขอสอบถามกระบวนการผลิตจากปลาเป็นๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นลูก เพื่อแก้สมการออกมาให้ได้ว่า ตกลงมันบาปมั้ย? 

ผู้ผลิตลูกชิ้นปลาส่งให้ก็งงตามเป็นลำดับถัดไปว่าทำไมอยู่ดีๆ ก็มาซักไซร้ Site Visit กันขนาดนี้ … แล้วก็เอะใจถามกลับว่า “นี่น้องกลัวว่าจะบาป ใช่มั้ย” 

นางเลยยอมรับไปตามตรง แล้วดำเนินการตามล่าหาความจริงต่อทันที 

(เออ จริงๆ ตอนแรก Supplier เค้าคงระแวงจัดว่าจะมาแอบเรียนวิชาเพื่อไปผลิตลูกชิ้นเอง 555) 

ผู้ผลิตเลยชี้แจงว่า การสั่ง Order ลูกชิ้นที่มากขึ้นนั้น ไม่ได้ส่งผลทำให้ไปจับปลามามากขึ้น เพราะปลานั้นจับมาตาม Capacity ของเรือประมงอยู่แล้ว จับได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ยืนยันว่าไม่ได้เพิ่มปริมาณการจับตาม Order ลูกชิ้นปลา เพียงแต่เป็นการนำเอา Order ไปเป็น Demand เพื่อกันเอาปริมาณเนื้อปลาออกมาทำเป็นลูกชิ้น ถึงแม้จะไม่ได้ Order ลูกชิ้นเลย ก็ไม่ได้หยุดการจัดหาเนื้อปลาโดยการจับปลา โดยที่เมื่อเรือประมงจับปลาขึ้นมาได้ในแต่ละครั้งนั้น ก็จะน็อคปลาที่จับมาทั้งหมดให้ตายก่อนที่จะส่งแปรรูปต่อไป 

สรุปว่า สั่งหรือไม่สั่งลูกชิ้นจากเค้า ปลาก็ตายเท่าเดิมอยู่ดี 

เรื่องนี้พอเราทั้งสองเอามานั่งถกกันใน Regular Meeting เราก็เอามาคิดเปรียบเทียบต่อ 

เหมือนกับการที่เราไปกินอาหารทะเล เช่นกุ้งเผาปูเผา ถ้าเราไปเลือกซื้อเอากุ้งกับปูที่ตายแล้วมาชั่งโลขายเพื่อเผากิน มันก็ไม่บาปหรือว่าบาปน้อยกว่า (มาก) เมื่อเทียบกับเราไปเลือกสั่งเอากุ้งเป็นหรือปูเป็นมาเผากิน เพราะเขาจะต้องนำมาฆ่าเพื่อเผาตามคำสั่งของเราโดยตรง การเลือกซื้อกุ้งหอยปูปลาที่ตายแล้วมาเป็นอาหารนั้น เราจะสั่งซื้อมาหรือไม่สั่งซื้อมา มันก็ตายอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้ไม่นับกรณีความคิดว่าถ้าทุกๆ คนเลิกกินกันหมด เค้าก็คงเลิกฆ่ากุ้งหอยปูปลาเหล่านั้นเองในที่สุด เพราะกรณีดังกล่าวนั้น เป็น Ideal Case ที่เป็นไปได้ยากมากในความเป็นจริง 

เมื่อได้ข้อสรุป สามารถสงบศึกกับความรู้สึกผิดของตัวเองได้ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา นางก็กลับมาเปิดดำเนินการขายลูกชิ้นปลาต่อ (เดาว่าลูค้าก็คงแอบงงกะเจ้แม่ค้านางนี้ว่าขายๆ หยุดๆ ขายๆ ทำไม) 

ทีนี้ไอ้เราก็เอาเรื่องของนางมาคิดต่อ 

อ้อ! เข้าใจแล้ว นี่แปลว่าถ้ามันลงเป็น Supply Chain แบบ Just-In-Time (JIT) ตาม Lean Concept (หรือ TPS: Toyota Production System) ที่เป็นการดำเนินการโดยไม่มี Inventory Stock วัตถุดิบ คือขายเท่าไหร่ก็ไปฆ่าปลามาทำเป็นวัตถุดิบตาม Deamand จริง มันคือบาปสินะ! เพราะมันฆ่าปลาตรงๆ ตามเรา Order เลย

แต่ถ้ามันคือ Inventory Stock วัตถุดิบเนื้อปลาที่มันมีอยู่แล้ว คือปลามันตายอยู่แล้วไง ไม่ใช่ตายเพราะเรา Order เราก็ไม่บาป ใช่ป่ะ! 

สรุป อี ผู้ผลิตตรายไหน ที่มันทำแบบ Just-In-Time เราควรเลิกซื้อกับมันไป ไม่งั้นบาปนะเออ 

นี่คือเราค้นพบข้อเสียของ Lean Concept แล้วใช่ป่ะ 555 หรือคิดอีกนัยนึงคือ ถ้าเราซื้อจากผู้ผลิตที่เค้าผลิตมาเป็น Stock ไว้รอขาย มันก็คล้ายการ Transfer บาป ของเราไปให้เค้าสินะ คล้ายๆ การทำ Risk Management โดยการทำ Risk Transfer ไปให้คนอื่นไง 555 

ว่ากันไปโน่น สรุปคือบทความนี้เกือบจะมีสาระแล้วครับ คืออันนี้เขียนเล่าแบบเอาฮานะ คนอ่านก็ไปคิดกันต่อเองละกัน -_-! 
เล่าไว้ในคืนอากาศเย็น

ตั้งแต่วันนั้น

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่… 
ที่เวลาเริ่มต้นหยิบเอาหนังสือเล่มใหม่ขึ้นใหม่ขึ้นมาอ่าน 

จะเริ่มต้นอ่านตั้งแต่ปกหน้า ปกใน และไปเรื่อยๆ ทีละหน้า อ่านหน้ารายละเอียดที่บอกเลขมาตรฐานสากล รายชื่อคณะบรรณาธิการ-ผู้จัดทำ-สำนักพิมพ์-ผู้จัดจำหน่าย คำนิยมสำนักพิมพ์ คำนิยมจากบุคคล คำนำผู้เขียน (พิมพ์ครั้งที่1, ครั้งที่2, 3, …) คำอุทิศ หน้าสารบัญ เรื่อยไปจนเข้าเนื่อหา จบที่บรรณานุกรม หรืออาจมีต่อด้วย คำขอบคุณ หรือประวัติผู้เขียน 

อ่านไปเรื่อยๆ ทีละหน้าๆ ไม่มีการข้ามหน้าเลย 

(อาจเป็นตั้งแต่สมัยติดนิตยสารรู้รอบตัวของ Se-Ed กระมัง) 
ก่อนหน้านั้นก็ไม่มีนะ เปิดหนังสือปุ้บ ก็พลิกตรงไปอ่านเนื้อหาเลย อ่านเรื่องจบแล้วก็เลิกกัน 
อย่างไรก็ตาม ‘ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา’ ก็ไม่สามารถหักห้ามตัวเองได้อีก ที่จะอ่านหนังสือด้วยวิธีการที่้เสมือนกับเดินทางไปพร้อมๆ กับตัวหนังสือทีละตัวๆ ทีละหน้าๆ โดยไม่กระโดดข้ามใดๆ เลย

แม้ว่าการอ่านละเลียดเช่นนี้ จะทำให้ใช้เวลาในการที่นานออกไปมาก 

แต่มันก็คล้ายกับการที่เรามีความสุขไปในระหว่างการเดินทาง มีความสุขไปตามตัวหนังสือทีละตัว ๆ ไม่ใช่ไปรอ peak เอาที่ปลายทางหรือ ณ ที่ตอนจบ 

แล้วก็อาจพลาดความสุขที่แทรกอยู่ในคำนำแล้วก็ได้
ด้วยวิธีการอ่านแบบนี้ แปลกมากที่ระหว่างการเดินทางตามตัวหนังสือนี้ ในหลายๆ เล่ม เราได้ค้นพบ บ้างก็แรงบันดาลใจ บ้างก็เป็นความสุข แฝงอยู่ในระหว่างตัวหนังสือเหล่านั้น บางทีก็หน้าคำนิยม บางทีก็หน้าสารบัญ 
ทำไมมาเขียนเรื่องนี่เอาตอนนี้ 

ก็เพราะหนังสือเล่มหนึ่ง 

‘ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา’ 

เชื่อว่าผู้เขียน #กมลเนตร คงมีความดีงามพิเศษเข้าข้างตัวเธอเป็นแน่แท้ ที่สามารถกักขังแรงบันดาลและ/หรือความสุขไว้ในตัวหนังสือของเธอได้ ช่างดีงามนักครับ 
ตามที่เล่าครับ ‘ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา’ เราก็อ่านหนังสือแบบนี้เสียแล้ว 

  
และเพราะ ‘ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา’ เราก็พบความสุข/แรงบันดาลใจที่เธอแทรกไว้ให้ครับ 
ไปลองดูสิครับ ‘ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา’คุณพบอะไรบ้าง

ข้ามคืนก็ทำเป็น

อย่ามองข้ามความเล็กน้อยของประสบการณ์ 
เป็นเด็กเรียนไม่รู้เรื่องมาก่อน จึงเข้าใจว่าต้องเรียนยังไง 

เคยนั่งทำข้อสอบย้อนหลังสิบปีทุกๆ ปีมาก่อน ทั้งเลข ฟิสิกส์ เคมี และวิชาสามัญ จึงเข้าใจความล้มเหลวของระบบ Entrance 

เคยอ่าน/ทำ Case Study มาหลายร้อย คุยกับผู้ประกอบการ สัมภาษณ์ CEO จึงได้พอจะเข้าใจโลกธุรกิจ 

เคยนั่งเขียนแบบ แก้แบบ ซ่อมแบบ ด้วยมือเป็นปีๆ จึงดื่มด่ำกับมหัศจรรย์ของ AutoCAD กับ Visio

เคยเป็นเด็กเก็บ drawing เข้าแฟ้มมาก่อน เลยรู้ว่าต้องจัดการกับแบบ drawing งานใหญ่ งานเล็ก งานรายละเอียดเป็นหมื่นๆ ต้องทำยังไง 

เคยเป็นเด็กยืนถ่ายเอกสารมาก่อน ทั้ง A4, A3, A1 จนใหญ่กว่านั้นมากๆ จึงเข้าใจว่า paperless ควรเป็นอย่างไร 

เคยอยู่กินนอนในโรงรีดเหล็ก ปีนเครื่องเช็ดน้ำมันเช็ดจาระบี จึงพบว่าที่เรียนเครื่องกลมานั้นไม่พอสำหรับวิศวกร 

เคยโดนนายญี่ปุ่นด่าติดต่อกัน 6-7ชั่วโมง จึงเข้าใจว่าวิศวกรที่ดีคืออะไร 

เคยพาตัวเองไปลงเลือกเรียนวิชายากลำบาก ที่คณะใหญ่ๆ อย่างคณะบัญชีลงเรียนกันไม่ถึงสิบคน จึงหา exotic instrument เป็น

เคยนั่งลงบัญชี debit credit อยู่หลายๆ เดือน คำนวณ NPV IRR จึงวิเคราะห์งบได้ ต่อเนื่องมาจนได้ license นักวิเคราะห์

เคยเป็นเด็กนั่งจดสรุปการประชุมมาก่อน และร่วมการประชุมมาเป็นพันๆ ครั้ง จึงรู้ว่าต้องจัดการประชุมอย่างไร 

เคยนั่งดู teller ทำงาน รวมเวลาเป็นหลายร้อยชั่วโมง จึงเข้าใจงานของ teller คืออะไร 

เคยทำผิดพลาดหลายครั้ง จึงเข้าใจว่าความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการคืออะไร 

เคยนั่งทำรายการ นั่งตรวจรายการ และนั่งหา diff กันจนดึกจนดื่นมาก่อน จึงเข้าใจว่า reconciliation ทำไปทำไม 

เคยต้องนั่งแกะเนื้อหาในกฎหมาย กฎแบงค์ชาติ กฎ ก.ล.ต. จนระอา และนั่งประชุมที่ BOT ติดต่อกันเกือบ week จึงเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติของวงการนี้ 
รู้จักการหลงรักมาก่อน จึงค่อยรู้จักความรัก 
และอื่นๆ อีกมากมาย 
ทักษะชั่วข้ามคืน ไม่มีอยู่จริง!

นิ่งๆ 

ผีเสื้อตัวเดิมที่บินผ่านหน้าไปครั้งที่7 กำลังกระพือปีก ร่องลงเกาะที่กลีบดอกไม้ ลมเย็นอมความชื้นพัดสัมผัสร่างกาย 

คลื่นน้ำจากแหล่งกำเนิดแบบจุดแผ่เป็นวงไปรอบ กำลังแทรกสอดกันโดยมิได้ใส่ใจนักว่าอาพันธ์กันหรือไม่ 

เสียงนกร้องคุยกัน ไม่แน่นักว่าจะเป็นเสียงมาจากนกเพียงแค่ 5-6ตัว แต่เสียงมันก็สอดคล้องกันอยู่ในที เป็นระยะ 

มดออกเดินตระเวณ ด้วยแรงสัญชาตญาณ เพื่ออาหารในการดำรงชีวิตของตนและพวกพ้อง 

รอบๆ ตัวประกอบด้วยการเคลื่อนไหว 

แต่เพียงเพื่อให้สัมผัสถึงความเคลื่อนไหวนั้น ตัวเราเองต้องหยุดนิ่ง 

ความสุขอาจเป็นเรื่องความเชื่องช้าของเวลา แต่ความสุขนั้นไม่เชื่อง