ความลับที่ถูกเปิดเผย

การแฉ คือการทำลายความลับ ให้หมดไปจากโลก?

เล่มที่สองของ Coban ที่เราอ่านจบ
เล่มนี้ แทนที่จะขยี้อ่านรวดเดียวจบใน 1-2ชั่วโมง เปลี่ยนมาอ่านโดยมีระยะเวลาทิ้งตัว ทิ้งสารให้ตกตะกอนบ้าง ละเลียดตัวหนังสือบ้าง
ใช้เวลาไป 3วัน แบบอ่านวางๆ

image

เรื่องนี้ beyond จากความโรแมนติคพาเราไปแตะแก่นของการใช้ชีวิตคู่ แก่นของชีวิตครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก เล่นกับปมความไว้ใจ ซึ่งที่สุดแล้วนี่คือแกนของชีวิตคู่ แกนของครอบครัว

โครงเรื่องลึกซึ้งมากกว่า Tell No One อีกชั้นหนึ่ง ไปไกลกว่าแค่การเล่าเรื่องความรัก แต่พาเราไปสำรวจคำว่าไว้ใจ ระหว่างสามีภรรยา ระหว่างพ่อกับลูก ระหว่างแม่กับลูก ระหว่างเพื่อน

โอย! แต่งได้เทพมาก

Coban ลดการหักมุมในเรื่อง ลงไปอยู่ในจุดที่พอดี มาเทน้ำหนักลงในประเด็นเรื่องความไว้ใจที่เป็นแกนของทุกๆ ความสัมพันธ์
ในมุมมองของคนอ่านคนนึง นี่เป็นการลดทอนบางสิ่งเพื่อเน้นบางอย่างออกมา อาจเป็นงานที่พยายามจะสำรวจมิติความขัดแย้งในใจของตนเอง ที่มนุษย์ต้องพยายาม Compromise ด้วย เพื่อจะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ทุกข์

ตัวเอกยังคงเป็นคนธรรมดา เป็นพ่อผู้หมกมุ่น! ไม่ใช่นักสืบเก่งกาจ
พ่อผู้หมกมุ่นพาเราสำรวจแง่มุมต่างๆ ของความลับ และหลังการแฉแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น 

อาจน่าเสียดาย ที่จริงๆ น่าจะขยี้ประเด็นเรื่องปมในใจมนุษย์ ให้ลึกกว่านี้ และกว้างกว่านี้ ได้อีกๆ นั่นอาจพาจากนิยายนี้ก้าวข้ามกลายเป็นวรรณกรรม

สนุกครับ
แต่รับรองไม่ได้ว่าทุกคนอ่านแล้วจะชอบ คนที่มีรสนิยมเฉพาะ! จึงดื่มด่ำกับประเด็นนี้

ทุกคนมีความลับ!   …นั่นไม่ใช่ประเด็น
ความลับระหว่างภรรยาสามี   …ใช่ว่าไม่มี
ทุกคนพยายามรักษาความลับของตัว!   …นั่นก็ใช่
ความลับถูกทำลายลงหรือไม่ เมื่อมันถูกเปิดเผย!   …น่าคิดอยู่

ที่สุดแล้ว…
การตัดสินใจ หลังจากที่ความลับถูกเปิดเผยแล้วต่างหาก ที่อาจกำหนดความเป็นไปที่เหลืออยู่ ในจักรวาลนี้!

#Halan_Coban

Advertisements

ตัวหนังสือ ไปรษณีย์ และหัวใจ

การ keep in touch กับคนที่เรารักผ่านตัวหนังสือและไปรษณีย์ …
เป็นความสุขแบบอนาล็อก ที่หาได้ยากแล้ว

   1. จริงใจ เพราะเขียนด้วยมือส่งด้วยใจ การดัดแปลงใดๆ ก็ตาม ทำได้ไม่มากนัก ขนาดเขียนผิดสะกดคำผิดยังต้องทิ้งร่อยรอยการแก้ไขเอาไว้ 
   2. ดีใจ ทั้งที่ส่งถึงมือผู้รับ และที่รับตอบกลับจากที่ส่งไป เพราะไปรษณีย์คือมิติของการเดินทางที่มีแกนของเวลาคือการรอคอย ไร้ซึ่ง Real Time ใดๆ มาปนเปื้อน คนที่ลงมือส่งถึงเรา นั่นคือเค้าต้องสามารถเอาชนะใจตัวเอง ไม่ยอมแค่ text กลับมาตอบเรา แต่จริงจังลงมือเขียนลงมือไปส่งผ่านไปรษณีย์
   3. สุขใจ-เป็นการส่วนตัว เฉพาะตัวผู้ส่งและผู้รับ โดยเฉพาะการจ่ายหน้าส่งตรงมาถึงที่พักอาศัยของกัน
   4. สนุกใจ บ้างกับการคิดเขียนข้อความ บ้างกับการคิดเขียนรูปภาพ สัญลักษณ์ สวยไมสวยไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคืออาจเข้าใจกันแค่สองฝ่ายเท่านั้น
   5. ประหลาดใจ เมื่อค้นพบว่า แสตมป์ ที่ร้องเพลงไม่ได้ แต่ชำระค่าบริการส่งให้เราได้ ยังคงคุณค่า ดวงเล็กๆ แต่สามารถแฝงเรืองราวได้
   6. เศร้าใจ เมื่อนึกไปถึงการปิดตัวลง ของการให้บริการโทรเลข นี่คือมหัศจรรย์วิทยาศาตร์ของแม่เหล็กไฟฟ้า

image

#ขอบคุณไปรณีย์ไทย #SLAก็ยังmeetได้ #เจ๋งฝุดๆ

อย่าบอก…ต้องบอก

อย่า บอก ใคร
กลับมาคุยเรื่อง Friction ดีกว่า

หนังสือแปลออกมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อมาอ่าน เมื่อวานได้มาจากห้องสมุด
เป็นเล่มแล้วที่ได้อ่านงานเขียนของ Halan Coban ที่ Dan Brown ยกให้ว่าเป็น Master of Twist ว่ากันว่า หักมุม 16มุม ใน 1นาที
เคยทำออกมาเป็นหนังฝรั่งเศส แต่จำไม่ได้ว่าเข้าฉายในไทยมั้ย
คำนิยมหลังเล่มเน้นว่า ถ้าคุณใช้เวลาอ่านเกิน 2วัน ต้องมีปัญหาอะไรแน่
นายไข่อ่าน ชั่วโมงครึ่ง จบเล่มฮะ เมื่อคืนหลังเด็กๆ เข้านอน

image

โหย! วางไม่ลง

เป็นนิยายที่ใช้ความรักเป็นแกนดำเนินเรื่อง
เนื้อเรื่องเล่นกับระยะเวลา 8ปี ที่ภรรยาเสียไปจากฆาตกรรมทารุณ เป็นตัวขับให้เห็นความโรแมนติกในโครงเรื่องสืบสวน
จะว่าเป็นนิยายรักสืบสวนก็พอได้
ทั้งคู่รัก เลสเบี้ยน พ่อลูก ความรักในครอบครัว เพื่อนรัก ความรักทั้งหมดปรากฎในเรื่อง เรื่องสืบสวนที่หักมุม หักมุมตั้งแต่ต้นเรื่อง หักมุมกลางเรื่อง หักมุมตอนจบ แม้ระหว่างหยุดหายใจก็แอบหักมุม เยอะไปมั้ย?

อ่านจบแล้ว ก็อยากหาหนังมากดู แต่ก็กลัวดูแล้วไม่อิน เพราะการอ่านมันพาเราไปถึงจุดพีคเรียบร้อยแล้ว

ตัวเอกไม่ได้เป็นสุดยอดนักสืบ หรือ Die Hard เป็นผู้ชายธรรมดาที่หมกมุ่น เลยเกิดเป็นความคิดอ่านที่ลึกซึ้งบางอย่าง นี่ก็เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะมันช่างแตกต่างกับการติดตามปัวโรต์ใช้สมองสืบสวนค้นหาความจริง

แม้ว่าการวางเรื่องบางตอนจะดูแฟนตาซีไปบ้าง แต่จุดเด่นด้านความตื่นเต้นของเรื่องทำให้มันกลายเป็นประเด็นรองไป

สงสัยต้องหาเรื่องอื่นของ Coban มาอ่านอีกๆ

#Halan_Coban

คบเด็ก… สร้าง…

แรกทีเดียว คิดอยู่นานว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ดีมั้ย เพราะดูออกจะเป็นหนังสือแนว How-To
แต่จริงๆ แล้ว หนังสือ “คบเด็กสร้างแบรนด์” นี่ไม่ใช่หนังสือ How-To ครับ

image

เหตุที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้จากร้านหนังสือ กลับบ้าน คือติดใจหนังสือของ อาจารย์สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ในเล่มก่อนหน้า คือ “วิชาตกเขา” ซึ่งเป็นงานเขียนบอกเล่าเรื่องการฝึกเคล็ดวิชา MBA ด้วยวิธีครูพักลักจำจากการทำงานกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ดั่งพระเอกหนังจีนที่ถูกผู้ร้ายไล่ล่าจนตกเขา ไปเจอปรมาจารย์ แล้วได้ฝึกวิชาจนสำเร็จเป็นจอมยุทธ์ไร่พ่าย (อ่านแล้วคิดถึงเหล็งฮู้ชงขึ้นมา)

หนังสือทั้งสองเล่มของอาจารย์สมเกียรติ เป็นหนังสือสองเล่มที่ผมหยิบมาอ่านจบสองรอบภายในเวลาหนึ่งเดือน รวมทั้ง หนังสือ “คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” ของคุณธนาด้วย ที่อาจารย์อ้างอิงว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ให้เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาด้วยครับ อีกทั้ง ชื่อหนังสือเอง ยังคล้ายล้อเลียน “คบเด็กสร้างบ้าน” คิดไปถึงละคอนเสิร์ตของ ‘ถาปัดจุฬา

จะรออะไรครับ อ่านสองรอบแล้วก็อดเอามาเขียนถึงไม่ได้

“คบเด็กสร้างแบรนด์” เป็นการเล่าประสบการณ์ของอาจารย์ ในการทำ Marketing โดยเฉพาะด้านการสื่อสารการตลาด (IMC) เป็นหนังสือที่มีวิญญาณจำพวกเดียวกับ “คนพลิกแบรนด์ฯ” เพราะเป็นการทำ Marketing เพื่อแก้วิกฤตขององค์กร เป็น Marketing ของมวยรอง สู้เพื่ออยู่รอด ต้องสู้เท่านั้นจึงจะอยู่รอด จากตัวเลขขาดทุน จากภาพลักษณ์ไม่ดี กลับมาเป็นผู้เล่นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม

สำหรับเด็ก MBA แล้ว นี่คือ Case Study ด้าน Marketing ขององค์กรไทยที่ดีมากชุดหนึ่ง (ส่วนหนังสือ “วิชาตกเขา” คือ Case Study ด้าน OB – Organizational Behavior)

เหตุที่องค์กรอยู่ในภาวะวิกฤต การทำ Marketing จึงอยู่ใน Budget ที่จำกัดมากๆ นั่นคือต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก ที่ทำอย่างไร จึงจะใช้กระสุนที่มีอยู่น้อยมาก ยิงให้โดนเป้า นี่คือประเด็นสำคัญครับ

การศึกษา Case Study นี้มิใช่เพื่อเลียนแบบการทำ Marketing แต่เพื่อศึกษาวิธีคิดในแต่ละ Case ซึ่งอาจารย์สมเกียรติ เขียนได้ดี กระชับ และอ่านสนุกครับ

ช่วงแรกของหนังสือ สำหรับผมแล้ว รู้สึกว่าเปิดตัวเนือยๆ ไปหน่อย แต่ก็ค่อยๆ เร่งเครื่องขึ้นไป เริ่มสนุกประมาณบทที่3 จนไปเริ่มพีคกลางๆ เล่ม จากนั้นก็ฉวัดเฉวียนครับ (ระหว่างบรรทัดงี้ ผมรู้สึกถึงความใจร้อนของอาจารย์ได้เลย)
ที่น่าสนใจมาก คือมีการสอดแทรกทัศนคติในการทำงานประกอบในหนังสือด้วย ซึ่งก็คือความเป็นครูของอาจารย์ทำงานผ่านตัวหนังสือครับ

ข้อเสียของหนังสือเล่มนี้ แต่ละบท อาจารย์เขียนสั้นกระชับไปหน่อย T_T
สำหรับคนอ่านหนังสือ ความรู้สึกเหมือนพอเราฟินปุ้ป อ้าว! หนังจบแระ แป้ปเดียว อ้าวจบเล่ม T_T
แต่มันก็อาจเป็นข้อดีสำหรับคนทั่วไป เพราะมันทำให้อ่านง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามในการอ่านมากครับ

สำคัญที่สุดคือ ผมไม่คิดว่า ต่อไปจากนี้ จะหาอ่านหนังสือ Campus Marketing ได้ง่ายๆ อีกครับ

PM มีหลายประเภท

PM มีหลายประเภทนะฮะ

1. PM ตัวจ่าย จ่ายแหลก จ่ายลูกเดียว
2. PM ที่ตัวเป็น PM แต่ทำงานเป็น PMO
3. PM บินสูง สูงมาก สูงจริง เรื่องติดพื้นอย่าได้เอามาคุยด้วย ไม่คุย ไม่รู้เรื่อง คือตรูต้องบินสูง High Level เท่านั้น สะกดคำว่า Details ม่ายเปน
4. PM เทพ เก่งมาก รู้ทุกเรื่อง เคยทำมาหมดแล้ว มี Solution ให้เสมอ ไม่เคยผิด ไม่ต้องมาบอก ไม่ต้องมาเถียง เราเป็นเทพ
5. PM – Presenter Manager พูดเก่ง สไลด์สวยงาม Infographic แน่น รายงานความดีความชอบแทนทุกคนได้หมด เรื่องไม่ดีก็ Present ให้ดีได้ ลงมือทำหรือไม่ ไม่เกี่ยว ไม่ใช่ประเด็น
6. PM หลบมุมตึก คือ คอยดักจี้ไง จี้ทุกคน จี้ทุกทีม จี้ทุกวัน บางทีจี้แล้วบี้งานด้วย Pressure เท่านั้นที่ครองโลก บอกมาเลยดีกว่าว่าเมื่อไหร่เสร็จ ทำให้เร็วกว่านี้ได้มั้ย
7. PM เทศบาล ถนัดมากกับงานเก็บกวาด เก็บขยะ ล้างส้วม ไม่ว่าใครจะทิ้งมูลอะไรๆ ไว้ หน้าที่ตรูเอง เก็บกวาด
8. PM จนนาทีสุดท้าย ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ไง ไม่ทำอะไร รอจนทีสุดท้ายค่อยทำ!

#อื่นๆอีกมากมาย

ก่อนจะถึง

ชีวิตเดินทางผ่านจุดเปลี่ยนมาระยะทางหนึ่ง
มาถึงจุดที่ได้พบกับเรื่องราวบางอย่างในปีนี้
เรื่องราวที่เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
มากบ้าง น้อยบ้าง

1. พบกับการพลัดพราก จากบุคคลอันเป็นที่รัก
2. พบว่าความตาย ก็คือการออกเดินทางต่อไป
3. พบว่าความรัก ก็คือการเดินทาง บางที ก็เป็นการเดินทางระหว่างความสุขกับความเศร้า ซึ่งระยะทางระหว่างความสุขกับความเศร้า ดูคล้ายตายตัวแต่ไม่แน่นอน
4. พบกับคำตอบของ Quick Win คือการเดินทางไปสู่จุดหมายเดียวกับ Transformation เพียงแต่เลือกเดินในเส้นทางที่เรียบง่ายกว่า
5. พบว่า นอกจากการอ่านหนังสือแล้ว การเขียนก็คือการเดินทางเช่นกัน
6. พบสถานที่ใหม่ ในสถานที่เดิมๆ ที่มันก็อยู่ของมันตรงนั้น แต่เพียงแค่เราไม่เคยเดินไป
7. พบกับสถานที่ใหม่จริงๆ เพราะเราเดินทางไปในที่ใหม่ๆ
8. พบกับเพื่อนชาว Kazakhstan จีนก็ไม่ใช่ แขกก็ไม่ใช่ มานั่งทำงานใน Kuala Lumpur แล้วก็ย้ายไปทำงานที่ Hong Kong
9. พบกับคนที่ออกเดินทาง ที่อยู่ๆ ก็ลางาน Banking Strategy 6 เดือน สะพายเป้ นั่งรถไฟเดินทางไปจีน-อินเดีย-รัสเซีย แล้วค่อยกลับมาเริ่มต้นทำงานตำแหน่งใหม่ในธนาคารเดิม หลังจาก 6 เดือนแห่งการเดินทาง
10. พบกับคนอีกคู่ ที่เดินทางไปเรื่อยๆ ไปทีละประเทศๆ และถ่ายรูประหว่างทางมาฝากให้เรา แล้วถ้าเราต้องการรูปนั้นๆ ก็จ่ายเงินให้เค้า เท่าไหร่ก็ได้! แล้วเค้าก็รับไว้เป็นทุนเพื่อเดินทางต่อๆ ไป ไปประเทศอื่นต่อๆ ไป
11. พบกับคนจีนอีกคน ที่เดินทางไกลจากบ้านเกิด เกิดเมืองจีน จบปริญญาเมืองจีน เดินทางมาทำงานกับบริษัท GE เดินทางทำงานไปทั่ว แล้วก็มาสอน 6Sigma แบบเฉพาะกิจที่มาเลย์
12. พบกับคนที่มีสถานการณ์ สถานการณ์ของคนที่คิดจะเปลี่ยนแปลง แต่ตีกรอบให้กับตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง แล้วชีวิตเค้าก็พาเค้าเดินทางมาจนพบจุด Turning Point แล้วเค้าก็บอกว่าเค้าจะเปลี่ยนแปลง แล้วเราก็อยากเห็นเขาเปลี่ยนแปลง

เพราะเรายังคงเดินทาง
เพราะเราเชื่อว่า..ยังต้องมีจุดเปลี่ยนอีกมากมายในชีวิต
เพราะเราเชื่อว่า…ด้วยการเดินทาง…จุดเปลี่ยนแต่ละจุดคือ milestone
เพราะเรายังเชื่ออีกว่า…ด้วยการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเราจึงเติบโต

#อื่นๆอีกมากมาย

image

ขอบคุณที่อวยพร

ดีใจนะ ที่พบกัน
หายไปนานๆ ใจหาย
ดีใจที่ได้รู้ เธออยู่สบาย
ไม่เจ็บไข้ สบายกาย ไม่ทุกข์ใจ

ขอบคุณ เหล่าคำอวยพร
ส่งมาอาทร หลากหลาย
ผ่านมาก็ ทักทาย
ทุกข์ให้มลาย สุขคืนให้ กลับไป

ขอบ คุณ ครับ