คบเด็ก… สร้าง…

แรกทีเดียว คิดอยู่นานว่าจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้ดีมั้ย เพราะดูออกจะเป็นหนังสือแนว How-To
แต่จริงๆ แล้ว หนังสือ “คบเด็กสร้างแบรนด์” นี่ไม่ใช่หนังสือ How-To ครับ

image

เหตุที่เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้จากร้านหนังสือ กลับบ้าน คือติดใจหนังสือของ อาจารย์สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ในเล่มก่อนหน้า คือ “วิชาตกเขา” ซึ่งเป็นงานเขียนบอกเล่าเรื่องการฝึกเคล็ดวิชา MBA ด้วยวิธีครูพักลักจำจากการทำงานกับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ดั่งพระเอกหนังจีนที่ถูกผู้ร้ายไล่ล่าจนตกเขา ไปเจอปรมาจารย์ แล้วได้ฝึกวิชาจนสำเร็จเป็นจอมยุทธ์ไร่พ่าย (อ่านแล้วคิดถึงเหล็งฮู้ชงขึ้นมา)

หนังสือทั้งสองเล่มของอาจารย์สมเกียรติ เป็นหนังสือสองเล่มที่ผมหยิบมาอ่านจบสองรอบภายในเวลาหนึ่งเดือน รวมทั้ง หนังสือ “คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” ของคุณธนาด้วย ที่อาจารย์อ้างอิงว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ให้เขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาด้วยครับ อีกทั้ง ชื่อหนังสือเอง ยังคล้ายล้อเลียน “คบเด็กสร้างบ้าน” คิดไปถึงละคอนเสิร์ตของ ‘ถาปัดจุฬา

จะรออะไรครับ อ่านสองรอบแล้วก็อดเอามาเขียนถึงไม่ได้

“คบเด็กสร้างแบรนด์” เป็นการเล่าประสบการณ์ของอาจารย์ ในการทำ Marketing โดยเฉพาะด้านการสื่อสารการตลาด (IMC) เป็นหนังสือที่มีวิญญาณจำพวกเดียวกับ “คนพลิกแบรนด์ฯ” เพราะเป็นการทำ Marketing เพื่อแก้วิกฤตขององค์กร เป็น Marketing ของมวยรอง สู้เพื่ออยู่รอด ต้องสู้เท่านั้นจึงจะอยู่รอด จากตัวเลขขาดทุน จากภาพลักษณ์ไม่ดี กลับมาเป็นผู้เล่นอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม

สำหรับเด็ก MBA แล้ว นี่คือ Case Study ด้าน Marketing ขององค์กรไทยที่ดีมากชุดหนึ่ง (ส่วนหนังสือ “วิชาตกเขา” คือ Case Study ด้าน OB – Organizational Behavior)

เหตุที่องค์กรอยู่ในภาวะวิกฤต การทำ Marketing จึงอยู่ใน Budget ที่จำกัดมากๆ นั่นคือต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมาก ที่ทำอย่างไร จึงจะใช้กระสุนที่มีอยู่น้อยมาก ยิงให้โดนเป้า นี่คือประเด็นสำคัญครับ

การศึกษา Case Study นี้มิใช่เพื่อเลียนแบบการทำ Marketing แต่เพื่อศึกษาวิธีคิดในแต่ละ Case ซึ่งอาจารย์สมเกียรติ เขียนได้ดี กระชับ และอ่านสนุกครับ

ช่วงแรกของหนังสือ สำหรับผมแล้ว รู้สึกว่าเปิดตัวเนือยๆ ไปหน่อย แต่ก็ค่อยๆ เร่งเครื่องขึ้นไป เริ่มสนุกประมาณบทที่3 จนไปเริ่มพีคกลางๆ เล่ม จากนั้นก็ฉวัดเฉวียนครับ (ระหว่างบรรทัดงี้ ผมรู้สึกถึงความใจร้อนของอาจารย์ได้เลย)
ที่น่าสนใจมาก คือมีการสอดแทรกทัศนคติในการทำงานประกอบในหนังสือด้วย ซึ่งก็คือความเป็นครูของอาจารย์ทำงานผ่านตัวหนังสือครับ

ข้อเสียของหนังสือเล่มนี้ แต่ละบท อาจารย์เขียนสั้นกระชับไปหน่อย T_T
สำหรับคนอ่านหนังสือ ความรู้สึกเหมือนพอเราฟินปุ้ป อ้าว! หนังจบแระ แป้ปเดียว อ้าวจบเล่ม T_T
แต่มันก็อาจเป็นข้อดีสำหรับคนทั่วไป เพราะมันทำให้อ่านง่าย ไม่ต้องใช้ความพยายามในการอ่านมากครับ

สำคัญที่สุดคือ ผมไม่คิดว่า ต่อไปจากนี้ จะหาอ่านหนังสือ Campus Marketing ได้ง่ายๆ อีกครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s