ตายเยี่ยงมนุษย์

​เรารู้จักหนังสือเล่มนี้ จากการรีวิวหนังสือของ #ทราย Inthira Itr Charoenpura


ระหว่างอ่านหนังสือเล่มนี้ เราบันทึกไว้หลายเรื่อง 

หนึ่งในนั้น ก็มี … 

“การเป็นผู้ประพันธ์ตอนจบของชีวิตตนเองด้วยตนเอง” 

“ความตายไม่น่ากลัว การเดินทางสู่ความตายต่างหากที่น่ากลัว” 

“ลำดับความสำคัญที่แท้จริงของชีวิตจะเผยตัวเมื่ออยู่ต่อหน้าความตาย” 

“ความกล้าที่จะยอมรับข้อจำกัดที่มีอยู่ตามความเป็นจริงเพื่อรับมือหรืออยู่กับมัน” 
คือหนึ่งในหนังสือที่เราอ่านในทศวรรษนี้ แล้วมีผลกระทบต่อวิธีการคิดอย่างแรง มันกระแทกกรอบความคิดของเราขยับออกไปจากเดิมตลอดกาลหลังจากอ่านจบ
หนังสือเขียนโดยคุณหมอ Atul Gawande ศัลยแพทย์และอาจารย์หมอแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และแปลโดยคุณหมอบวรศม ลีระพันธ์ อาจารย์หมอแห่งมหาวิทยาลัยมหิดล 

ดูขลังมากใช่มั้ยครับ  
เป็นหนังสือที่ยากจะแนะนำมาก เพราะมันว่าด้วยวาระสุดท้ายของชีวิตล้วนๆ ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย การอ่านหนังสือเล่มนี้ น่าจะเป็นการเจริญมรณานุสติได้ตลอดการอ่าน มีแต่เรื่องตาย และมันไม่ใช่เรื่องสั้นหรือนวนิยาย 
ปกติแล้ว คนเรามักจะหลีกเลี่ยงที่จะคิดถึงเรื่องความตาย โดยเฉพาะการเดินทางสู่ความตายด้วยโรคร้ายแรงเช่นมะเร็ง 

คนเรามักจะพยายามมองโลกในแง่ดีว่า มันคงเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเรา หรือกับครอบครัวเรา หรือกับคนใกล้ตัวเรา  

แต่ในที่สุด ก็ไม่อาจปฏิเสธว่า มันก็อาจเกิดขึ้นกับเราได้ในที่สุด หรือแม้แต่ มันได้เกิดขึ้นแล้ว กับคนรอบตัวเรา 

กระนั้นก็ดี เมื่อวันนี้มันยังไม่เกิดขึ้น เราจะคิดจะอ่านเรื่องเหล่านี้ทำไม? จะหมกมุ่นเรียกหามันมาหาเรากระนั้นหรือ? 
สุดท้าย เราก็อยากแนะนำให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ดี (แม้ว่ามันจะยากก็ตาม) เพราะมันคือประเด็นที่เราต้องเผชิญหน้า เราทุกคนกำลังเดินทางไปหามันทั้งนั้น 
ตัวหนังสือของคุณหมอ #Atul เป็นตัวหนังสือที่เปี่ยมอารมณ์ อารมณ์สัมผัสถึงหัวใจของคนอ่านได้ แม้ว่าจะเป็นกรณีทางการแพทย์ แต่ความเป็นนักเขียนนักเล่าเรื่องของคุณหมอยกระดับกรณีศึกษาเหล่านี้ขึ้นเป็นประหนึ่งวรรณกรรมชั้นเยี่ยม 

และคุณหมอ #บวรศม ก็ใช้ภาษาไทยถ่ายทอดงานเขียนนี้ออกมาได้อย่างอัศจรรย์ ถ้าไม่มีการแปลของ Technical Term ต่างๆ ทางแพทย์ออกมาพร้อมเชิงอรรถ เราอาจเข้าใจไปว่านี่เป็นผลงานการแปลของนักเขียนนักแปลชั้นนำของเมืองไทย ไม่ใช่งานแปลของอาจารย์หมอ 

เมื่อประกอบกับเนื้อหา ที่ท้าทายให้ตั้งคำถามต่อการเดินทางสู่จุดสุดท้ายของชีวิตแล้ว ทั้งหมดจึงกลายเป็นหนังสือที่กระชากตั้งแต่ความคิดลงไปจนถึงหัวใจของคนอ่าน 
สำหรับคนที่มีประสบการณ์คนใกล้ตัวเสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งหรือสังขารเสื่อมเพราะควมชรา ต้องทุ่มพลังในการอ่านหนังสือเล่มนี้มาก 

มันช่วยไม่ได้เลยที่จะอินหรือครุ่นคิดไปกับการตั้งคำถามของหนังสือ ซึ่งก็ได้เพียงแต่ต้องหยุดอ่านเป็นระยะๆ เพื่อรวบรวมพลังกลับมาอ่านต่อจนจบ ถึงอย่างนั้น ยิ่งอ่านก็ยิ่งเกิดความตั้งใจที่จะอ่านไปจนถึงที่สุด แม้ว่าต้องใช้พลังในการอ่านอย่างมากก็ตาม 

ยิ่งไปกว่านั้น การได้นั่งลงถกประเด็นเหล่านี้กับภรรยาที่เป็นหมอ ยิ่งกระจ่างว่า นี่คือวาระแห่งการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคสมัยนี้จริงๆ 
เราอาจเข้าใจว่าเทคโนโลยีของมนุษย์พัฒนามาได้ไกลมากแล้ว แต่สุดท้ายมันก็มาได้ถึงเพียงแค่ใต้อุ้งมือของความตาย 

เราจะเรียกว่า มันคือความพ่ายแพ้หรือว่าความโศกเศร้าดี 
#ชีวิตยังคงเปราะบาง 

#Being_Mortal

Advertisements

One thought on “ตายเยี่ยงมนุษย์”

  1. “คนที่มีอายุมากบอกผมว่าพวกเขาไม่ได้กลัวความตาย แต่พวกเขากลัวสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่จะตาย …
    แต่ในที่สุดความเสื่อมสภาพก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ความสามารถทางร่างกายหรือจิตใจของเราไม่สามารถรับมือกับชีวิตประจำวันของเราได้อีกต่อไป มีพวกเราไม่กี่คนที่จะเสียชีวิตทันทีฯ พวกเราส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่น้อยในชีวิตด้วยสภาพที่ไม่เต็มร้อย และอ่อนแอเกินกว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
    เราไม่ชอบนึกถึงเรื่องพวกนี้ พวกเราส่วนใหญ่จึงไม่ได้เตรียมรับมือ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s