บันทึกการเดินทางฉบับอินดี้

​เคยเขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ว่าเราชอบอ่านหนังสือที่เต๋อ Nawapol Thamrongrattanarit เขียน 

อ่านหนังสือของเขา ก็มีส่วนคล้ายดูหนังที่เขากำกับ 


กำกับตัวอักษรออกเป็นหนังสืออินดี้หนึ่งเล่ม 

อินดี้ก็เพราะ มันไม่แมสนะครับ เพราะไม่ได้ออกวางขายตามร้านหนังสือทั่วไป 

เราไปตามชิงมาเป็นเจ้าของได้หนึ่งเล่ม มีความเป็นปลื้มบ้าง 
ความเป็นหนังสืออินดี้ มันเลยมีความเป็นพิเศษบางอย่าง เพราะนอกจากการกำกับตัวหนังสือแล้ว ยังมีการกำกับองค์ประกอบเล่มหนังสือด้วย 

หนังสือพิมพ์บนกระดาษสีชมพู หรือสีโอลโรส (สี Old Rose นะครับ ไม่ใช่เรียกสีโอรส ตามที่พึ่งไปอ่านที่ Search เจอจาก Google ^^) สีโอลโรสทั้งเล่ม สลับกับหน้ากระดาษสีขาวบ้าง บางหน้าที่ต้องการเน้นบางย่อหน้าเพื่อทำหน้าที่คั่นบท เพื่อขึ้นบทใหม่ อืม มันช่วยให้การอ่านมันสมูทต่อเนื่องระหว่างบทต่อบทนะ อันนี้เราก็ไม่รู้ว่าตั้งใจรึป่าว แต่มันดีครับ 

การเย็บสันหนังสือด้วยด้ายเป็นช่วงๆ แบบนี้ (ถ้าจำไม่ผิด มันคือการเข้าเล่มหนังสือแบบเย็บกี่ ซึ่งเป็นการเข้าเล่มที่แข็งแรงมาก หน้ากระดาษไม่หลุดเป็นแผ่นๆ จากการพลิกกางหนังสือ) และกับการวางพลาสติกรองด้านในของปกหน้าด้วย 

เหล่านี้ เป็นดีเทลที่แสดงความใส่ใจในการกำกับหนังสือเล่มนี้ออกมา 

ชอบมากๆ 

ชื่อหนังสือว่า #เวิร์คแอนด์ทราเวล ก็เดาไปก่อนว่า จะคล้ายๆ บันทึกการเดินทางไปที่เก๋ๆ ในประเทศ/ต่างประเทศ คล้ายๆ เล่ม #ฮ่องกงสำเร็จรูป ที่พาเราไปเหงาอยู่ในฮ่องกง 

แต่มันคือไม่ใช่นะ! 

อ่านไป เราจะเจอประมาณ ตึกแถว ตึกร้าง สนามม้านางเลิ้ง ม่านรูด ห้องพักผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับหนังในต่างประเทศ ออฟฟิศตัดต่อหนัง หรือแม้กระทั่งในตึกเรียน 

แรกๆ อ่านก็ อ่า! มันทราเวลอะไรกันวะ 
ทำใจร่มๆ อ่านไปๆ 

จริงๆ ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ 555 

หนังสืออ่านสนุกมาก เหมือนกำลังนั่งฟังเพื่อนเล่าเรื่องสนุกๆ ให้ฟัง ตัวหนังสือมีความเป็นกันเองสูง สลับกับอารมณ์ขันบ้างแบบเพลินๆ 
เต๋อกำลังเล่าเรื่องการเดินทางให้เราฟังจริงๆ ครับ

เพราะเราไม่ควรนิยามการเดินทางเพียงด้วยแค่สถานที่ปลายทาง แต่มันควรถูกนิยามจากเรื่องราวระหว่างทางมากกว่า เรื่องราวระหว่างทางที่ให้โอกาสเราได้เติบโตไปด้วย 

ดังนี้ แค่จากบ้านไปออฟฟิศก็คือการเดินทางได้ เพราะมันมีเรื่องราว เรื่องราวที่ให้อะไรบางอย่างกับเรา 
จากเด็กฝึกงานเดินทางมาจนถึงผู้กำกับหนังเรื่องฟรีแลนซ์ มีเรื่องราวดีๆ ไม่น้อยเลย 
ชอบใจมุมเล็กๆ ต่างๆ ที่ปรากฎขึ้นในบันทึกการเดินทางเหล่านี้ เพราะมันบอกเล่าดีเทลอะไรๆ บางอย่าง ที่บางครั้งความเป็นแมสแบบป้อปๆ มันไม่มีพื้นที่เหลือพอจะพูดถึง 

ดีเทลบางอย่าง ที่มันมีความทรงจำดีๆ อยู่ด้วย และมีความสวยงามแบบแปลกแยกอยู่ด้วย  

(แล้วก็อินด้วย เพราะเราคือหนึ่งในคนที่เคยใช้ชีวิตประจำวันในสยาม นั่งหายใจทิ้งรอรถเมล์กลับบ้านเป็นชั่วโมงๆ ที่ขั้นบันไดหน้าสยามเซ็นเตอร์ และก็เป็นคนที่เคยนั่งหลับในห้อง Lecture อาคารบรมฯ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ – ก็แอร์มันช่างเย็นสบายอ่ะ) 
ครั้นแล้ว การเดินทางที่เจ๋งที่สุด อาจคือการเดินทางเข้าไปในตัวเราเอง เดินทางเข้าไปในความคิดของเรา เดินทางเข้าไปในความทรงจำของเรา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s