EOY2016 Trip วันที่1 – หนองคาย

เราตัดสินใจกันว่า จะออกเดินทางมาอีสาน โดยเลือกที่หมายแรกคือจังหวัดหนองคาย จังหวัดชายแดนริมแม่น้ำโขง 

เราตัดสินใจที่จะเดินทางในครั้งนี้โดยทางบก แต่ไม่ขับรถมาเอง พ่อ-แม่-ลูก-ลูก สะพายเป้ขึ้นหลัง แล้วมาขึ้นรถโดยสาร 

เมื่อคืนก่อน เรามาเตรียมตัวกันที่สถานี ตั้งแต่สองทุ่ม เพื่อรอรถออกประมาณเกือบๆ ห้าทุ่ม 

แน่นอน มันไม่สบาย มันต้องมารอ และมันอาจไม่ส่วนตัวเท่าไรนัก แต่มันคือการได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เรารอรถด้วยกัน เราขนกระเป๋าด้วยกัน เราขึ้นรถด้วยกัน เราออกเดินทางด้วยกัน และเราแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ 

การใช้เวลาด้วยกัน มันคือเวลาคุณภาพของครอบครัว 

ดีบ้าง ร้ายบ้าง ที่เราพบเจอด้วยกัน เจอพร้อมกัน คือประสบการณ์ชนิดพิเศษ ยิ่งเราได้เลือกออกนอกความคุ้นเคยด้วยการเปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วยรถส่วนตัว เป็นการเดินทางด้วยรถร่วมกันผู้อื่น เด็กๆ ต้องเรียนรู้ที่จะต้องอดทน อดทนกับความไม่สบายกาย อดทนต่อการรอคอย และอดทนต่อการอยู่ร่วมกัน 

ในกาละเวลานี้ ความอดทน และการรู้จักการรอคอย เป็นทักษะที่หายากเสียยิ่งกว่าทักษะการใช้ Computer หรือทักษะทางภาษาอังกฤษ เสียอีก 


เรามาถึงหนองคาย เช้าวันที่ 24/12/2016 เป็น Christmas Eve พอดี แต่หนองคายก็ดูมิได้ใส่ใจกับเทศกาลในวันนี้วันพรุ่งนี้เลย แม้แต่น้อย 

ถึงตัวเมืองหนองคายเช้า 8 โมงครึ่ง เร็วเกินกว่าจะ Check-In  เข้าโรงแรม ได้แต่เพียงนำกระเป๋ามาฝากไว้ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของสองขาของแต่ละคน จะออกก้าวเดินไปยังที่หมายต่างๆ 

ที่หมายแรกคืออาหารเช้าริมแม่น้ำโขง แล้วก็มุ่งก้าวเดินไปที่หมายต่อไป คือ #วัดโพธ์ชัย (หลวงพ่อพระใส) พระอารามหลวงของเมือง #หนองคาย


หลังไหว้พระเสร็จแล้ว เราก็ยังมีเวลาเหลือ 

คำว่ามีเวลาเหลือ มันคือคำทรงคุณค่า เราเคยนับดูไหม ว่าที่เราบอกว่ามีเวลาเหลือ เราพูดได้บ่อยได้กี่มากน้อย 

เมื่อมีเวลาเหลือ ไยเราจึงต้องฆ่าเวลาทิ้ง เราปฏิเสธการฆ่าเวลา! เราเลือกจะอยู่กับเวลา เราค่อยๆ เดินกลับมาริมน้ำโขงอีกครั้ง แล้วนั่งลงจิบกาแฟ ชมแม่น้ำ ใครไคร่เดินเล่นก็เดิน ใครไคร่นั่งก็นั่ง ใครไคร่เขียนก็ลงมือเขียน เพราะเราไม่ได้ฆ่าเวลา แต่เราอยู่กับเวลา เวลาที่เรามีเหลือ 

นอกจากนี้ ยังได้มีจังหวะเวลา เขียนโปสการ์ดถึง เขียนถึงตัวเองบ้าง เขียนถึงคนที่เรานึกถึงบ้าง คนสำคัญที่เราคิดถึง เมื่อเรายังมีความคิดถึง ความรักก็ยังอยู่รอบๆ ตัวเรา 

ชีวิตที่ยังได้เดินด้วยขา สะพายเป้ด้วยบ่า บันทึกด้วยการเขียน และฝากไปรษณีย์ส่งความคิดถึง

ระหว่างเดินทางนั้น มีความเสียหายเกิดขึ้นบ้าง เกิดรอยขูดขีดบนหน้าปัดนาฬิกา เกิดรอยถลอกบนหนังรองเท้าคู่ใหม่ กระเป้ใบโปรดเริ่มปริ ยังถึงกับเริ่มฉีกขาด แสตมป์เริ่มถูกใช้หมดไป หน้ากระดาษบันทึกปรากฏรอยปากกาจนเต็ม ปากกาที่ติดตัวพร่องหมึกไปเรื่อยๆ แต่เราก็ทึกทักเอาไว้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประสบการณ์ ความทรงจำ และจิตสำนึก ที่พอกพูน 

แม่น้ำโขงยังคงไหลต่อเนื่อง เวลาก็เช่นกัน ตัวเราเติบโตขึ้นบ้างไหม? 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s