EOY2016 Trip – หลวงพระบาง – พระบาง

​เรื่องมาเริ่มต้นที่ พื้นที่ที่เป็นเมือง #หลวงพระบาง เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำ 2 สาย คือแม่น้ำโขงกับแม่น้ำคาน (หรือขาน) 

หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักร #ล้านช้าง อยู่ทางเหนือของเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงปัจจุบันของลาว ประมาณ 400 km 
แต่เดิมพื้นที่นี้เป็นถิ่นของขอม เจ้าขุนลอขับไล่ขอมลงไปด้านล่าง เข้ามาปกครอบแถบนี้ และตั้งชื่อเมืองว่าเมือง #เชียงทอง มาจนถึงสมัย #สมเด็จพระเจ้าฟ้างุ้มแหล่งหล้าธรณีศรีสัตตนาคนหุต สามารถมาตียึดครองได้จนถึงอาณาบริเวณของพื้นที่ของเมืองเวียงจันทน์ ได้ตั้งขึ้นเป็นอาณาจักรล้านช้างโดยมีศูนย์กลางของอาณาจักรอยู่ที่เมืองเชียงทองนี้ พระองค์มีเชื้อสายมาจากทางราชสำนักเขมร และพระองค์ได้ทรงอัญเชิญ #พระบาง พระพุทธรูปศิลปะสิงหลมาจากราชสำนักเขมร มาประดิษฐานที่เมืองเชียงทองนี้ และได้เปลี่ยนชื่องเมืองเป็นเมือง #หลวงพระบาง ตามที่ได้มีพระบางมาประดิษฐานอยู่  

มาจนถึงสมัยของ #พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ได้มีการย้ายเมืองหลวงของล้างช้างจากหลวงพระบางลงไปอยู่ที่เวียงจันทน์ แต่ก็มิได้อัญเชิญพระบางลงมาที่เวียงจันทน์ด้วย ซึ่งก่อนที่พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจะทรงย้ายเมืองหลวง พระองค์ได้ทรงสร้าง #วัดเชียงทอง วัดที่งามที่สุดของหลวงพระบาง  

พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชทรงย้ายเมืองหลวงมาเวียงจันทน์แล้ว แต่ไม่ได้ทรงย้ายพระบางตามลงมาด้วย แต่ได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตจากเชียงใหม่ที่พระองค์เคยได้มาลงมาอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ โดยพระองค์ได้ทรงให้สร้างหอพระแก้ว เพื่อเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต (ขนานนามนครเวียงจันทน์ประดิษฐานพระแก้วมรกตนั้นว่า “จันทบุรีศรีสัตนาคนหุตอุตมราชธานี” ส่วนพระนครเชียงทองที่มีพระบางประดิษฐานอยู่นั้นให้ขนานนามว่า “พระนครศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาวหลวงพระบางราชธานี”) 

สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (เจ้าไชยองค์เว้) พ.ศ. 2257 ได้อัญเชิญเอาพระบางเจ้าลงไปประดิษฐานที่นครเวียงจันทน์คู่กันกับพระแก้วมรกต มาจนถึงหลังรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ล้านช้างเกิดความแตกแยกกันภายใน ทำให้อาณาจักรแยกตัวกันออกมาเป็น 3 อาณาจักรคือ ล้านช้างหลวงพระบางในตอนบน, ล้านช้างเวียงจันทน์ในตอนกลาง, และล้านช้างจำปาศักดิ์ในตอนใต้ จนที่สุดแล้วล้านช้างทั้งหมดก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของสยามในสมัยกรุงธนบุรี และไปตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี 


การแตกแยกและความวุ่นวายทั้งหลายของอาณาจักรล้านช้างนั้น เล่าลือกันว่าเกิดจากความเป็นอริกันของเทวดาที่รักษาพระพุทธรูปสำคัญทั้งสององค์คือ พระแก้วมรกต และ พระบาง 

เมื่อมีการนำพระพุทธรูปทั้งสองมาประดิษฐานอยู่ร่วมกันในเมืองเดียวกัน จึงเกินความวุ่นวายหลายประการ เกิดความแตกแยกภายในจนมีการแยกตัวกันออกเป็น 3 อาณาจักร และถึงขั้นเสียเมืองให้กับสยามในที่สุด 


พระบาง เป็นพระพุทธรูปทองสำริด ปางห้ามสมุทร ปัจจุบันนั้นประดิษฐานอยู่ที่หอพระบาง 

ซึ่งหอพระบาง ตั้งอยู่ในอาณาเขตของพิพิทธภัณฑ์แห่งชาติพระราชวังหลวงพระบาง (The Royal Palace Museum)

ตามประวัติ หลังจากที่เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงตีเมืองล้านช้างเวียงจันทน์ได้แล้ว พระองค์ก็ได้อัญเชิญ พระแก้วมรกต, พระบาง, และพระเขี้ยวแก้ว กลับมายังกรุงธนบุรี 

และด้วยเหตุว่าทั้งพระแก้วมรกตและพระบางอยู่ด้วยกันที่กรุงธนบุรี บ้างก็ว่า นั่นเป็นเหตุให้ต่อมาเกิดความวุ่นวายในกรุงธนบุรี (จริงเท็จอย่างไร เราไม่กล้าสืบค้นต่อ) แต่ในที่สุดแล้ว รัชกาลที่ 1 พระองค์ได้ทรงโปรดให้อัญเชิญพระบางกลับไปประดิษฐานที่กรุงเวียงจันทน์ตามเดิม และได้ทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ 

ต่อมาเมื่อเกิดเหตุที่พระเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ทำการกอบกู้เอกราชให้เวียงจันทน์แล้วยกทัพมาตีได้จนถึงเมืองนครราชสีมานั้น กรมสมเด็จพระราชวังบวรสถานมงคลได้ยกทัพตีทัพเวียงจันทน์กลับไปจนสามารถตีเอาเมืองเวียงจันทน์ได้อีกครั้ง พระองค์ก็ได้ทรงอัญเชิญพระบางจากเมืองเวียงจันทน์กลับมาถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งพระองค์ก็ได้ทรงโปรดให้อัญเชิญพระบางไปประดิษฐานอยู่ที่วัดจักรวรรดิราชาวาส และเป็นอีกครั้งที่ทั้งพระแก้วมรกตและพระบางได้กลับมาประดิษฐานอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เกิดเหตุข้าวยากหมากแพงและความวุ่นวาย ก็มีร่ำลือกันอีกว่าเหตุเพราะความอริระหว่างเทวดาประจำองค์พระพุทธรูปทั้งสองนี้ 

ที่สุดแล้ว ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ก็ทรงโปรดให้อัญเชิญพระบางกลับไปประดิษฐานที่เมืองหลวงพระบางตามแต่ดั้งเดิม และก็อยู่ที่หลวงพระบางมาจนถึงปัจจุบันนี้ 
สำหรับในตัวเมืองหลวงพระบางแล้ว นอกจาก วัดเชียงทอง และพระบางที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่หอพระบางแล้ว 

ยังมีพระธาตุสำคัญของเมืองหลวงพระบาง คือ พระธาตุพูสี ตั้งอยู่บนยอดเขาพูสีกลางใจเมืองหลวงพระบาง สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุธ 

เราสามารถมองเห็นองค์พระธาตุสีทองจากทุกมุมเมืองหลวงพระบางจริง และจากบนยอดเขา มองลงมาจะเห็นเมืองหลวงพระบางและแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ทั้งสองสาย 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s