อีกด้านหนึ่งของโปสการ์ด

ได้หนังสือเล่มนี้กลับมาที่บ้าน ก็ถามภรรยาว่า รู้จักเรื่องนี้ไหม? 

เธอหยุดคิดไปสักห้าวินาที พลันตอบว่า คุ้นๆ นะ เหมือนเคยเห็นผ่านตา น่าจะอยู่ในนิตยาสารสักเล่ม แต่มันนานแล้วนะ 

… 

สมกับที่คบกันมาอยู่ด้วยกันมานานกว่าสองทศวรรษ 

… 

หาคนรู้จักยากมากแล้ว 

#ข้างหลังโปสการ์ด ไม่ใช่ข้างหลังภาพ ไม่ใช่นิยาย แต่เป็นคอลัมน์เชิงสารคดี ตีพิมพ์ลงในนิตยาสารลลนา เมื่อสามสิบปีมาแล้ว 

เราได้เจอกันเพราะการก่อตัวของ “สันดานอ่านทุกอย่าง” ของเราในสมัยนั้น แต่กระนั้น เราก็ยังมิได้ลงตั้งใจอ่านคอลัมน์นี้เป็นจริงเป็นจังเพราะก็ยังไม่เข้ากับจริตหรือความสนใจของตัวเมื่ออายุตอนนั้น 
นี่ถือว่าเป็นหนังสือในตำนานอีกเล่มหนึ่ง นับเป็นงานหัวขบถมากถึงขั้นก้าวร้าว ในยุคสมัยนั้น เราได้มาจากห้องสมุดแสงอรุณ 

เป็นงานเขียนเชิงสารคดีของ #หลานเสรีไทย 

ใช้เวลาอ่านนานหนักโข เมื่อเทียบกับเล่มอื่นๆ 

ถ้าว่ากันแค่ชื่อ ก็โดนใจมากแล้ว 

สำหรับคนเขียนโปสการ์ด พื้นที่ของเธอเขานั้นคือที่ว่างอันจำกัดหลังโปสการ์ดนั้น ที่ต้องการเปิดเผยระบายเรื่องราวที่มี ส่งไปถึงคนปลายทาง แม้เป็นการส่งเรื่องราวให้ แต่ก็เป็นการเปิดผนึก ให้ความเป็นสาธารณะกับสิ่งที่เขียน มิได้ผนึกใส่ไว้ในซอง  หากแต่ให้ตัวอักษรอาบแดดและผ่านแสงจันทร์ ให้ผ่านทั้งสายลมและสายตาของผู้คน ประหนึ่งเขาและเธอพูดคุยกันในที่สาธารณะ
หนังสือเล่มนี้แบ่งออกได้สองภาค 
ภาคแรก ว่าด้วยการเดินทางของแบ็คแพ็กเกอร์หญิงไทย รอนแรมหลายเดือนในต่างประเทศ เริ่มต้นจากในยุโรป – กรีก – เนปาล – อินเดีย ดูน่าสนุก แต่นี่คือการออกเดินทางรอนแรมเร่ร่อนในต่างแดนเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน โลกเต็มไปด้วยความขัดแย้ง (สมัยนี้ก็ยังนะ) การเหยียดผิว ดูถูกเชื้อชาติ ชนชั้นจากเพศสภาพ การระแวงภัยคอมมิวนิสต์ การต้องสงสัยเป็นจารชน ระบบราชการพิกลพิการเนื้อร้าย 

เรื่องราวของผู้เขียนที่ถูกกักตัวที่ ตม. ด้วยเหตุเพียงแค่เป็นหญิงถือ passport ไทย เจ้าหน้าที่เมืองศิวิไลซ์ระแวงว่าเธอจะปลอมมาในคราบนักท่องเที่ยวเพื่อมาหากินด้วยอาชีพโสเภณีในประเทศของเขา 

ผู้หญิงที่มาจากประเทศไทยเป็น watchlist 

ท้ายที่สุดอนุญาตให้เข้าประเทศเขาได้ แต่ต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจ เพื่อต่อวีซ่า ทุกสิบห้าวัน 

ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือแบบราชการไทยในสถานฑูตไทยในต่างประเทศ อันน่าประจานเพื่อร้องขอภาษีคืน 
และยังมีเรื่องการปะทะกับคลื่นความศรัทธาในศาสนา ด้วยปัญญาบ้างขาดปัญญาบ้าง ทั้งศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และฮินดู แต่ก็แปลกดี ที่มันก็ทำให้เราเข้าใจหลักการของทั้งสามมากขึ้น ว่าต่างพูดถึงสิ่งเดียวกัน แต่ต่างก็ถูกบิดเบือนมากมายด้วยคนตีความเข้าข้างตัวเอง 
การระกำลำบากในการเดินไต่เขาในเนปาลกับความเสี่ยงในการการจมน้ำเหนือระดับน้ำทะเลระดับหลังคาโลก ขึ้นมาสูงขนาดนี้ สุดท้ายคือแค่จมน้ำในปอดตัวเองตาย 
เธอลำบากขนาดนี้ทำไม? 
คำตอบต่างๆ กันออกไป คำตอบก็มีมากมาย แต่คำตอบทุกอย่าง ก็คล้ายเกิดขึ้น ณ เพียงเสี้ยววินาทีที่นั่งถูกกักตัวที่ตม. ระหว่างเดินสั่นหน้าบวมกลางหิมะ ระหว่างยืนดูเข้าเผาศพบนแม่น้ำคงคา เพียงเสี้ยวนาทีระหว่างการเดินทาง ที่เราพบเจอบางสิ่ง เราพลันได้คิด 

พลันได้คิด! 
ภาคสอง ว่าด้วยเรื่องการปะทะกับการท่องเที่ยวไทย ความไร้เดียงสาของตัวฤทธิ์ (Tourist) หรือว่าเจตนา? ที่ขืนใจย่ำยีความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ 
การเข้ารุกรานอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา 

การเข้ายึดพื้นที่อุทยานฯ บนหาดพระนางมาเป็นที่ของรีสอรต์ระดับไฮเอนด์ 
เราไม่มีข้อมูลพอหรอกที่จะบอกว่าถูกหรือผิด หรือพิสูจน์ได้ว่ากลุ่มทุนทั้งหลายเข้าบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานฯ จริง แต่สิ่งที่เห็นได้คือแผนการพัฒนาที่ขัดแย้งกันระหว่างอุทยานแห่งชาติ กับ ททท 

สิ่งที่เห็นได้ แผนการส่องเสริมการท่องเที่ยวของ ททท ในสมัยนั้น ขัดขากับการดูแลรักษาพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติของกรมอุทยานฯ ซ้ำยังมีการปะทะกันเนืองๆ และพอจะเห็นได้ว่า แผนส่งเสริมการท่องเที่ยวมุ่งแต่ผลสำเร็จในรูปตัวเงินในระยะสั้น ความยั่งยืนในระยะยาว มิได้อยู่การคิดคำนึงของผู้มีอำนาจเลย  ทั้งหมดจึงล้วนคล้ายการปลุกปั้นเพื่อเอาทรัพยากรชาติออกขายให้นักท่องเที่ยวเข้ามารุมบริโภค กอบโกยให้มากที่สุด กินดื่มเที่ยวแล้วก็หมดไป เหลือแต่ความโทรมทิ้งไว้ให้แก่คนพื้นที่ ซึ่งก็อาจจะพอมี Pocket Money ติดไม้ติดมือ ตั้งตัวได้อยู่บ้าง ถ้าคนพื้นที่เหล่านั้นไม่เอาไปเสียให้กับอบายมุขที่เกิดขึ้นในพื้นที่มาพร้อมๆ กับการเติบโตของการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้น 
ตัวฤทธิ์ (Tourist) พวกนี้แหละ ตัวดีนักที่ทำลายธรรมชาติและความเป็นอยู่ดั้งเดิมของพื้นที่ 

อ่านแล้วก็สะอึกมาก ยิ่งเราเที่ยว เราก็ยิ่งทำลาย ท้องถิ่นวิวัฒน์ตัวเองมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวฤทธิ์ 
แท้จริง การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เราพูดกันอยู่ในวันนี้ ยังตื้นยิ่งนัก เพียงเพื่อแค่ให้ไม่รู้สึกผิดกับการเป็นต้นเหตุของความเสียหาย หรือมิเช่นนั้นก็อาจเป็นเพียงตรายางประทับเพื่อให้ขายของฝากได้ราคาแพงขึ้น
เราตอบไม่ได้ดอกว่าจริงเพียงใด เราไม่รู้ลึกเพียงพอ เพียงแต่ความรู้สึกลึกๆ จากการเดินทางไปเห็นก็ส่งเสียงออกมาคล้ายคลึงกัน 

จะมีหนังสือกี่เล่มที่พูดจากันจริงจังเท่านี้ 
ทั้งหมดนี้ อยู่ข้างหลังโปสการ์ด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s