รู้แล้วไม่ทำ คือไม่รู้

ดูคล้ายหนังสือ How2 นะครับ 

แต่ว่าหนังสือมันไปได้ไกลกว่านั้นมากๆ 

“must discover before you die” 

มีสองสามประเด็นกระชากสติ อยู่ในหนังสือ 

เรื่องราวควรเริ่มต้นจากประโยคของ Theodore Roosevelt ที่ว่า “เก้าในสิบของปัญญานั่นเกิดขึ้นเมื่อสาย”  
คณะทำงานของผู้เขียนทำงานนี้โดยการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ทั้งหมด 235 คน หลายเชื้อชาติ ต่างศาสนา ผู้สูงอายุที่ได้รับการแนะนำจากใครบางคนว่าเป็นผู้เก็บรักษาประสบการณ์ทองคำจากการได้พบความหมายของชีวิตของท่านเหล่านั้น

สัมภาษณ์ด้วยการสนทนาด้วยประเด็นคำถามง่ายๆ ชุดเดียวกัน “อะไรทำให้คุณมีความสุขที่สุด” “คุณเสียใจกับเรื่องอะไรบ้าง” “อะไรคือเรื่องที่เราควรจะรู้ได้เร็วกว่านี้” “คุณคิดยังไงกับความตายที่กำลังจะมาถึง” “ขอให้คุณช่วยให้คำแนะนำกับผู้ที่มีอายุเยาว์กว่า” 
นี่มันคือทางลัดในการเรียนรู้ที่จะรับมือกับชีวิต 

ว่ากันด้วยภาษาหรูๆ คือเป็นงานที่พยายามสกัดหา Best Practice แห่งการใช้ชีวิตจากปู่ย่าตายายที่อาบน้ำร้อนมาก่อนจนล่วงอายุมาสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต 
จริงๆ คือ แค่การที่เราได้นั่งลงคุยกับผู้สูงอายุ นั่งฟังท่านเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ก็น่าสนุกมากแล้ว 

นี่กลับคล้ายเป็นอีกขั้นหนึ่ง เป็นงานวิจัย ที่พยายามสกัดหาแก่นจากประสบการณ์ของ “ผู้ผ่านโลกมามาก” 

สาระสำคัญอยู่ตรงที่ จากการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุทั้ง 235 ท่านนี้ กลับได้สาระที่เป็นสาระสามัญร่วมกันอยู่ ทั้งที่แต่ละท่าน ต่างกันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ความเชื่อ อาชีพ และทักษะ และแน่นอนประสบการณ์ใครก็ประสบการณ์คนนั้น 

แต่กลับมีคำแนะนำให้กับผู้มาทีหลัง คล้ายๆ กัน จนน่าตกใจ ซึ่งผู้เขียนรวบรวมแยกแยะออกได้เป็น 5 หัวข้อ 

ประสบการณ์รวม 235 ท่าน รวมทั้งสิ้นประมาณ 16,000-18,000 ปี สรุปลงมาได้เป็น 5 ประเด็น 

อย่างนี้แล้ว จะไม่อ่านได้ยังไง! 

คนที่มีประสบการณ์ต่างกันแต่มาบอกเราเหมือนๆ กันว่า อะไรที่เราควรรู้เร็วกว่าที่ท่านเคยรู้มาก่อน 
หนังสือจึงออกมาเป็นชื่อเรื่อง #ความลับ5ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย #The5Secrets_You_Must_Discover_Before_You_Die 
เลยฟังดู How2 มากๆ 

แต่ที่เจ๋งคือ ดร.จอห์น ไอโซ ผู้เขียน เขียนไว้ข้างในว่า ทั้งหมด 5 ข้อนี้ จริงๆ ก็ไม่ใช่ Secret อะไร เป็นเรื่องที่บางคนก็รู้ดีอยู่แล้ว เป็นความรู้ที่คนทั่วไปก็รู้กัน แต่ปัญญานั้นต่างจากความรู้ 

ความรู้คือการสะสมข้อเท็จจริง เราอาจมีความความรู้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวทุกๆ หกเดือน แต่ปัญญาอาจขาดแคลน เพราะปัญญาคือการเข้าใจได้ว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่แท้จริง 

ใช่ครับ “โศกนาฏกรรมที่ยิ่งใหญ่ คือการใช้เวลาทั้งชีวิตตกปลา เพียงเพื่อจะพบว่า นั่นมันไม่ใช่ปลาตัวที่คุณต้องการ”  – Henry David Thoreau
1. จงซื้อสัตย์กับตนเอง – เดินตามหัวใจตัวเองอยู่หรือเปล่า?  

2. อย่าปล่อยให้เสียดาย – เราไม่เสียดายการลงมือแล้วล้มเหลว แต่เราจะเสียดายว่าเราไม่ได้พยายาม เราเสี่ยงพอรึยัง? 

3. ใช้ชีวิตด้วยความรัก – ความรักนั้นคือการเลือกของเรา ไม่ใช่อารมณ์ เราเลือกให้เวลากับความรักรึป่าว? 

4. อยู่กับปัจจุบัน – ปัจจุบันนี้เท่านั้นคือของขวัญของเรา เราขอบคุณเวลาปัจจุบันของเรานี้ บ้างรึป่าว? 

5. ให้มากกว่ารับ – เราอยู่ในโลกที่ถูกยืมมา ยืมต่อมาจากรุ่นก่อนหน้า เราเป็นผู้ดูแลของขวัญอันประเสริฐในขณะที่ยังอยู่กับเรา จนกว่าจะถึงเวลาที่เราต้องไป และส่งมอบต่อให้กับรุ่นถัดไป เรากำลังสร้างผลกระทบแบบใดอยู่? 
ต้องออกขอโทษเล็กน้อย ที่ข้อเขียนบันทึกการอ่านเล่มนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อความจากหนังสือมาอยู่บ้าง 

แต่เพื่อบันทึกสาระอันประเสริฐ เพื่อเตือนสติตนยามเมื่อได้กลับมาอ่านบันทึกนี้ในภายหลัง และเพื่ออาจมีผลกระตุ้นให้คนอื่นๆ ไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านบ้าง 

เนื้อหาในหนังสือได้อรรถาธิบายได้วิจิตรกว่านี้มากมายนัก 

นี้คือหนังสือเปลี่ยนชีวิตอีกเล่มหนึ่ง เพราะมันจะทำให้เราเปลี่ยน Paradigm ความคิดของเราได้ 
ขอบคุณความดีงามของการแปลของคุณ #อรวรรณ_อบรมย์ ด้วยที่ถอดความมาเป็นภาษาไทยได้อย่างน่าทึ่ง 

การใช้ภาษาที่แปลมาคือส่วนสำคัญที่ทำให้หนังสือจับใจเรานัก 
มิใช่ความลับอันใดของจักรวาลนี้ แต่เป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว 

ที่ผ่านมาเรารู้ 

เรารู้แล้ว แต่เราเฉยๆ เท่านั้น จึงน่าเสียดายเวลาที่ผ่านมาอย่างยิ่ง 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s