แล้วเรา…ก็พบกัน

#เราพบกันเพราะหนังสือ จริงๆ ครับ 

อยู่ดีๆ เราคงไม่มีโอกาสเดินไปพบปะกับ #บินหลา_สันกาลาคีรี หรือนักเขียนท่านอื่นๆ 

แต่เราก็ได้พบกันเพราะหนังสือ 

เพราะหนังสือ จึงได้พบกัน 

 

หนังสือที่ เขียนโดยนักเขียนรางวัลซีไรต์ กับบรรณาธิการโดย ศุ บุญเลี้ยง แม้จะเล่มบางแค่ไหน แต่ก็คงความพิเศษ 

รวมบทความ 10 เรื่อง ที่เรียกว่า รวมความเรียงเร่ร่อน 

ก็ดูเร่ร่อนสมชื่อ หากแต่ร่อนเร่ด้วยความสนุกสนาน เร่ไปด้วยการอ่าน และ ร่อนลงด้วยคิดคำนึง 

 

บทที่ 1  เราพบกันเพราะหนังสือ บทความเจ้าของชื่อที่ถูกยกไปเป็นชื่อหนังสือ 

รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกว่า “ผู้อ่านคือลมหายใจของของนักเขียน” หากแต่บางทีผู้อ่านก็ไม่อาจขาดนักเขียนได้เหมือนกัน 

เพราะ แน่หรือที่ คนไทยอ่านหนังสือปีละ 6 บรรทัด และหนังสือกำลังจะถูกแทนที่ มีบ้างบางคนลงมือพิสูจน์ และบ้างบางคนที่ได้คำตอบ แต่คำตอบมักเป็นเรื่องเฉพาะคน และ เฉพาะคุย! 

 

บทที่ 2 วันวาฬ กลิ่นการเล่าเรื่อง วาฬ แห่งบ้านกรูดประจวบฯ มีกลิ่นเดียวกับที่เล่าเรื่อง ‘เจ้าหงิญ‘ กลิ่นแบบนี้เองที่ทำให้นิทานกลายเป็นงานเขียนรางวัลซีไรต์ ไยบทความสั้นจึงเป็นบทความสั้น  ไยไม่ยาวต่อออกไปอีกสักหน่อย ยาวเท่าความยาวของชายหาดเมืองประจวบฯ ก็ยังได้ 

ก็ยังอ่านแล้วได้คิด คิดจะยิ้มไปด้วย 

 

บทที่ 3 ทฤษฎีสัมพันธภาพ เหนือไอน์สไตน์ ยังมีแม่ ไอน์สไตน์ อะฮ่า! 

 

บทที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาวกับกระดาษห่อของขวัญ 

กระดาษแผ่นบางที่กั้นกลางระหว่างคุณค่ากับผู้ได้รับ แท้จริงก็กลับสร้างคุณค่า 

แล้ว ดาวระยิบคู่นั้น ก็บรรจงห่อไว้ด้วยกระดาษห่อของขวัญ 
บทที่ 5 มองเข้าไปในตาแมงมุม เราจะเห็นรอยน้ำตาหรือไม่ แต่แมงมุมล้วนชักใย ใยคือบ้าน ใยคือทางเดิน ใยคือทำมาหากิน 

บ้างกินแมลง และบ้างก็กินกันเอง 

 

บทที่ 6 ดอกไม้ – เหล็ก 

ประวัติศาสตร์ มักเล่าถึงเริ่องอำนาจ ในอดีต บ้างเพื่อเชิดชูวีรกรรม เชิดชูความสำนึกคิดได้ บ้างเพื่อให้เข้าใจ เข้าใจเรา เข้าใจเขา 

บ้างเพื่อไม่ให้ซ้ำรอย ให้มนุษย์ไม่ทำผิดซ้ำเดิม 

แต่ ประวัติศาสตร์ก็มักซ้ำรอย 

ต่างคน ต่างเวลา และอาจต่างที่ แต่มักซ้ำความผิดพลาดเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

บทที่ 7 หลง – ห้องสมุด 

ช่างเปรียบเทียบเหลือเกินว่า “กลิ่นสาบของหนังสือกลายเป็นกลิ่นเดียวกับเนื้อตัว” แต่เราเข้าใจ ความหลงระดับนั้น 

มันช่าง “ไม่มีอะไรผิดกับโอเอซิสกลางทะเลทราย” 

และ ภาพของ “การอ่านอย่างเงียบสงบ และบางทีก็มีสายตาบางคู่เงยขึ้นมาจากหนังสือด้วยแววครุ่นคิด” มันตรึงใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งหมดนั้นพาเราย้อนกลับคืนสู่ห้องสมุดที่แต่ละคนหลง หลงด้วยหัวใจเต้นแรง 

 

บทที่ 8 นักเดินทางบนหลังควาย มิใช่เดินทางธรรมดา เป็นเดินทางผ่านกาลเวลา ผ่านความไร้แก่นของนโยบายผิวเผิน แล้วบางคนก็รีบสรุปเอาห้วนๆ ว่า การท่องเที่ยวนั้นเป็นคำตอบของทุกอย่างของประเทศนี้ 

 

บทที่ 9 กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับป้า 

บทที่อ่านไป น้ำลายสอไป … มนุษย์ป้าทำอาหารอร่อย 

 

และ บทที่ 10 ยิ้มของ ‘มูนาลิซ่า’ 

ประวัติศาสตร์คู่กับโหราศาสตร์ ในปี พ.ศ.2551 ประเทศเรามีนายกทั้งหมด 4 คนในปีเดียวกัน เฮ้อออ 

 

 

ระเหเร่ร่อนตามตัวหนังสือไปสัก 10 เรื่องราว นี่คือคารมคมคายแบบนักเขียนยอดฝีมือแท้ๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s