คิดว่ารู้

ซื้อทิ้งไว้นานแล้ว 

ตอนซื้อก็ซื้อเพราะตัวสำเหนียกว่าไม่ค่อยได้อ่านหนังสือแนวจิตวิทยาเด็กเลย ทั้งที่ตัวรับผิดชอบหน้าที่พ่อ ระหว่างอยู่ในร้านหนังสือเลยเลือกหยิบเล่มที่คิดว่าใช่กลับมาด้วย รวมมากับเล่มอื่นๆ 

แล้วก็ดองไว้… ใช่ เรียกว่าซื้อทิ้งเลยจริงๆ 

และด้วยมีเหตุให้รื้อโกดังหนังสือในบ้าน เห็นเล่มนี้ว่ายังไม่ได้อ่าน เลยหยิบเอามาเข้าคิวไว้ 

พอดีได้จังหวะอยู่ในช่วงมีเรื่องหมกมุ่นถึงการดูแลเด็กๆ เลยหยิบมาอ่าน 

#หมอมินบานเย็น รวบรวมบทความที่ลงในเพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา มาเขียนเป็นหนังสือ ใช้ชื่อหนังสือตามโครงการว่า #เข็นเด็กขึ้นภูเขา เลย

นัยก็ตามชื่อเลยครับ การเลี้ยงดูแลเด็กคนหนึ่งให้โตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วก็มักเข็นคนเดียวไม่ขึ้นเสียด้วย ต้องทำงานกันเป็นทีม ช่วยกันเข็น ช่วยกันดัน บ้างยื้อยุดฉุดกระชาก เอาจนขึ้นเขาไปให้ได้ 

 

หนังสืออ่านง่ายครับ เขียนได้ดี ภาษาดี คุณหมอมีความเชี่ยวชาญในจิตวิทยาเด็ก ช่วยแนะนำพ่อแม่ว่าควรจะเลี้ยงดูลูกอย่างไร 

ความเบาสบายของภาษาที่คุณหมอมาเล่าและมาชวนคุยถึงปัญหาในการเลี้ยงเด็กพร้อมในคำแนะนำ ทำให้หนังสืออ่านง่ายเข้าใจง่าย อ่านเพลิน 

จบพร้อมกับความเข้าใจที่มากขึ้น เป็นการเตือนสติพ่อแม่ 

 

อ่านแล้วคิดว่า หนังสือถูกเขียนออกมามีเนื้อหาแบบเป็นการทั่วไปสักหน่อย เลยดูอ่อนในเชิงเนื้อหาที่ให้คำแนะนำ 

คล้ายเป็นเอาเรื่องที่รู้เข้าใจกันอยู่แล้วทั่วไป มาเล่าใหม่ 

แต่ เราก็ยังแนะนำครับ คนเป็นพ่อแม่ควรได้อ่านหนังสือเล่มนี้ 

บางที เรื่องที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว จริงๆ คือเรายังไม่รู้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ เราแค่คิดว่ารู้ เราคิดไปเอง

ตัวเองอ่านแล้ว รู้สึกผิดทันทีที่เอาไปดองจนลืม 

ผิดที่เอามาอ่านช้าไป 

พ่อแม่ควรได้รีบอ่าน ยิ่งถ้าลูกอยู่ในช่วงอนุบาลถึงประถม ยิ่งรู้เร็วยิ่งดีครับ 

 

ขอบันทึกเอาบางประเด็นไว้สักหน่อย 

 

1. พ่อแม่ควรยอมรับว่าความไม่สมบูรณ์เป็นเรื่องธรรมดา และยอมรับว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา 

ถ้าเราพร้อมจะเผชิญหน้าและยอมรับกับความผิดพลาดนี้ได้ เราก็จะพร้อมจะเจอกับความกลัว แล้วพร้อมลุกขึ้นไปต่อเสมอ 

 

2. แม้จะแตกต่าง แต่มันก็แค่เขาไม่เหมือนกับเรา แม้จะแตกต่างแต่เราก็อยู่ด้วยกันได้ จริงๆ คือ เขาไม่จำเป็นต้องเหมือนกับเรา ความเข้าใจสำคัญกว่าการพยายามทำให้เขาเป็นเหมือนกับเรา

 

3. พ่อแม่คือต้นแบบเสมอ อยากให้เขาทำอย่างไร เราก็ทำอย่างนั้น ไม่ว่าพ่อแม่จะอบรมสั่งสอนอะไร ที่เด็กๆ เอาอย่างคือ เอาอย่างพ่อแม่ มากยิ่งกว่าฟังที่เราพร่ำบ่นพร่ำสอน อยากให้รักก็ต้องรัก อยากให้เขามีเมตตาเราก็ต้องมีเมตตา อยากให้เขารับผิดชอบเราก็ต้องมีความรับผิดชอบ ให้เด็กๆ เห็นรับรู้เป็นแบบอย่าง 

 

4. “มันคงมีวันที่แย่ๆ บ้างนะลูก” เขาจะต้องพึ่งตนเองให้ได้ เพราะชีวิตจะยากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเด็กๆ “มันคงไม่ได้มีแต่วันดีๆ ทุกวัน บางวันที่มันเลวร้าย วันบางวันมันเป็นเช่นนั้น” เขาต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดหวังและความเสียใจ วันหนึ่งเขาจะต้องอยู่โดยไม่มีเรา  

 

5. ยอมรับเขาอย่างที่เขาเป็น แต่จะต้องให้เขารับผิดชอบการกระทำของเขา เขาอาจจะแตกต่าง เขาอาจจะไม่เหมือนเรา เขาอาจจะแตกต่างจากสิ่งที่เราอยากจะให้เขาเป็น ย่อมแตกต่างได้ แต่เขาต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาเป็น หรือสิ่งที่เขาเลือกจะเป็น (ถ้าสงสัยประเด็นนี้ จงกลับไปอ่านเรื่อง “โต๊ะโตะจัง”) 

 

6. ไม่มีใคร จะมาทำหน้าที่พ่อแม่ของลูกของคุณ แทนคุณได้! 

 

7. รู้จักกฎระเบียบก่อนจึงรู้จักความเป็นอิสระ รู้จักที่จะควบคุมตัวเองเป็นเสียก่อนจึงจะได้รับความเป็นอิสระ ความอิสระเหล่านั้นจึงจะไม่กลับมาทำร้ายเขา 

 

8. เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ ช่วงเวลาเพียงแค่ ไม่กี่นาที ที่ตราตรึงในหัวใจลูก จะเป็นความทรงจำที่กลับมาช่วยเหลือเขา ให้พลังกับเขาเสมอ ทุกครั้งที่เขากลับมานึกถึง แม้ในเวลาที่เขาเกิดอ่อนแอ การใส่ใจให้เกิดการใช้เวลาด้วยกันอย่างมีค่า สำคัญกว่าการแค่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน 

 

9. R&R 

Rules without Relationship คือเก็บกด 

Relationship without Rules คือปั่นป่วนโกลาหล 

Relationship with Rules will be Respect and Responsibility 

 

ยังมีอื่นๆ อีกมากครับในหนังสือ ที่เราคิดว่าเรารู้ 

แต่ลองอ่านดูลองสำรวจตัวเองดูอีกทีดีไหม 

ให้มั่นใจ ว่าเราไม่ได้ทำร้ายเขาอยู่ 

เมื่อได้รับความไว้วางใจให้มารับผิดชอบบทบาทหน้าที่นี้มาสิบปีแล้ว สมควรทำให้ได้ดีกว่าเดิม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s