มันเป็นความอ่อนแอ

สวัสดี นี่เราเอง 

เป็น coming of age เล็กๆ เรื่องนึงเหมือนกันนะ หลังจากที่ เขียนบันทึกถึงหนังสือที่เราอ่าน ติดต่อกันมาสองปี 

ปีแรก 2016 – 64 เล่ม 

ปีที่สอง 2017 – 53 เล่ม 

เลยตัดสินใจว่าจะหยุดเขียน แล้วไปทำอะไรใหม่ๆ อีกดีไหม (จริงๆ ก็ไม่เขียนบันทึกถึงทุกเล่มที่อ่านอยู่ดี เลือกเป็นเล่มๆ ไป) 

ในระหว่างที่คิด คิดระหว่างที่เดินทาง แล้วก็เปลี่ยนวิธีการอ่านหนังสือ กดความเร็วในการอ่านหนังสือให้ช้าลงอีก แล้วก็ตัดสินใจได้ เรายังมีความสุขกับการบันทึกอยู่ และระเบียบวิธีการคิดของเราก็มีการเติบโตไปจากจุดที่เริ่มลงมือเขียนบันทึกเหล่านี้ เมื่อสองปีที่แล้ว เราก็อยากรู้ว่า แล้วปีหน้า มันจะพาเราไปเจอกับอะไร 

การคิดได้ เมื่อการก้าวข้ามผ่านอย่างหนึ่ง 

 

นิยายเรื่องนี้ของ #Stephen_King ก็เป็นเรื่องราวนี้ 

ในช่วงปีที่แล้วที่หนังออกฉาย มีการพูดถึงนิยายสยองขวัญเรื่อง #IT หรือ #อิท นี่มากมาย แต่เราไม่ดู รอมาอ่านนิยาย 

งานเขียนนิยายต้นฉบับ เป็นนิยายยาวพอสมควร ฉบับแปลเป็นไทยต้องแบ่งออก 2 เล่ม ซึ่งถืออ่านแล้วล้าแขนมาก ยิ่งสำหรับคนที่นั่งอ่านต่อเนื่อง 2-4 ชั่วโมง เมื่อยก็เมื่อย ถึงกับปวดแขน อยากอ่านก็อยาก รวมทั้งไม่อยากให้จบเลย 

เราให้เวลากับนิยายเรื่องนี่เต็มๆ ไปเกิน 1เดือน อ่านแบบละเลียดมาก รีดดูดซับอารมณ์และรายละเอียดจากหนังสือให้ได้ทุกหยด 

 

อ่านแล้ว จะทำให้เรา 

หนึ่งจะไม่เข้าใกล้ตัวตลกอีก 

สองหลีกเลี่ยงไปในที่เปลี่ยว 

สามสำรวจลงไปในรายละเอียดของความกลัวของตัวเองทุกครั้ง 

อย่างน้อย ก็ทั้งหมดต้องให้มั่นใจว่า เราจะไม่เปิดโอกาสใดๆ ให้ #เพนนีไวส์ นี้เลย

โคตรหลอนเถอะ! 

 

นิยายเต็มไปด้วยการใช้สัญลักษณ์ ท่อระบายน้ำ บ้านร้าง บาดแผล จักรยาน 

แต่ก็สื่อสารกับเราอย่างตรงไปตรงมาด้วยตัวละครที่เดินเรื่องเกือบทั้งหมดที่เป็นเด็ก 

สำหรับเด็กยุค ’90 บรรยากาศตลอดทั้งหมดของนิยายนี้ คือเรื่องราวที่เราถวิลถึง ความทรงจำว่าเราได้รอยแผลเป็นพวกนี้มาได้ยังไง 

Good Old Days ที่ทำร้ายเรา ทิ้งแผลเป็นไว้บนตัวเรา ทำให้เราเป็นเราได้ในวันนี้ 

มันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดช่วงหนึ่ง และ มันมีความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่บ้างบางคนถึงกับก้าวข้ามความเจ็บปวดเหล่านั้นมายืนอยู่ในเวลาปัจจุบันนี้กับเราไม่ได้ด้วย  

แต่ นี่เราเอง เราที่ยังยืนอยู่ในเวลาวินาทีนี้ได้ เราที่กำลังคิดถึงความทรงจำที่ดีที่มีความเจ็บปวดเหล่านั้น 

รู้ตัวอีกที เราก้าวข้ามผ่านมาได้แล้ว เพียงแต่ เราพาความเป็นเด็กของเราข้ามมาด้วยกันไม่ได้ ได้แต่ต้องทิ้งไว้ในความทรงจำเหล่านั้น 

ซาก ซากของความทรงจำ ซากของความเจ็บปวด กับ…แผลเป็นบนต้วเรา…ในวันนี้ 

 

พลังมหาศาลของ #นิยายสยองขวัญ เรื่องนี้ ผลักดันเรา 

ผลักดันให้เราทบทวนถึงวันที่ก้าวข้ามผ่าน วันที่เป็น Coming of Age 

วันนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเรา เราถูกอะไรทุบ? 

วันนั้นเราทำอะไรลงไป 

วันนั้นเราคิดอะไรขึ้นมาได้ 

แล้วเรา ก็ไม่เป็นเราคนที่เคยเป็นอีก 

แล้วเรา ก็ทิ้งความเป็นเด็กของเรา ไว้กับความทรงจำ 

 

สุดยอดความดีงาม คือตัวละครเอกทั้งเจ็ดคน เป็นตัวตนที่มีมิติ นี่คืองานที่บรรจงเล่าเรื่อง ตัดต่ออดีตกับปัจจุบัน 

โครงเรื่องหนักแน่น ทำให้เราเชื่อมาก อินมาก อินกับแต่ละตัวเอก ทั้งเจ็ดคน

เรื่องราว ปัญหาครอบครัว ความรุนแรงในครอบครัว การเหยียดเชื้อชาติ เหล้าบุหรี่ ยาเสพติด สภาวะโสเภณีที่อยู่ใกล้ๆ ครอบครัว การข่มเหง การรังแก ลุกลามไปจนถึงการสังหารหมู่ 

ทั้งบอกเล่าอย่างมีมิติที่สัมพันธ์กัน และทั้งเตือนใจ ไปพร้อมๆ กัน 

Master Piece มากๆ 

ยิ่งอ่านยิ่งกลัว ยิ่งคิดยิ่งกลัว 

น่ากลัว ดิบดาร์ค เจ็บปวด 

แต่แล้ว ในความดิบและเจ็บปวดนั้น มีการยืนหยัด ยืนหยัดในความดีบางอย่าง และมีคนที่ยืนหยัดไปกับเรา ยืนหยัดเป็นเพื่อนเรา เราจึงเอาชนะมาได้ 

 

ความดีงามรองลงมาคือการที่ King เล่นกับเรื่องความอ่อนแอของจิตใจมนุษย์ ขนาดของความน่ากลัวนี่เองที่เป็นไปตามความอ่อนแอนั้น 

ที่แปลกอีกคือ ที่ไม่สามารถรักษาความเป็นเด็กไว้ได้ ก็เพราะความอ่อนแอนี้เอง ความอ่อนแอนี้เองที่ทำให้เราทอดทิ้งความเป็นเด็กในตัวเราเพื่อเอาตัวรอด ทิ้งเพื่อนของเราเพื่อเอาตัวรอด 

เราก็รอด รอดออกมาเพื่อตายลงช้าๆ 

การรักษาความเป็นเด็กนั้นจำเป็นต้องมีหัวใจที่เข้มแข็ง เข้มแข็งเกินกว่าจะให้ความกลัวใดๆ ที่จะมาพรากมันไปจากเรา 

 

สวัสดี นี่เราเอง จำเราได้มั้ย?

1 Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s