ลูกจ้างมืออาชีพ

#Sheryl_Sandbreg ผู้หญิงทำงานที่ควบตำแหน่งคุณแม่ของลูกๆ
โดยก่อนหน้าที่จะได้รับการชักชวนจากมาร์คให้มาทำงานเป็น COO ของ fb เธอทำงานให้กับ Google และเคยทำงานกับบริษัทชื่อดังมาหลายแห่ง รวมทั้ง McKinsey และกระทรวงการคลัง
เธอมีชื่อเสียงด้านการรณรงค์ความเท่าเทียมระหว่างหญิงชายในสังคม ทั้งในแง่ครอบครัวและอาชีพการงาน
อุ้มท้องไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย ทำงานเป็นผู้บริหารหญิงไปด้วย (นึกถึงแม่ขึ้นมาเลย)

แต่อีตอนหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ไม่ได้รู้อะไรไปมากกว่า คนเขียนเป็นผู้บริหารระดับสูงของ fb แค่นั้น
ไม่รู้จักอะไรมากกว่านั้น ไม่รู้ว่าหนังสืออะไร มีแค่คำนิยมบนปกหน้าปกหลัง

ความรู้สึกหลังจากเริ่มอ่านไปสองสามบท พบว่าเป็นหนังสือที่พูดถึงความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังคงมีอยู่จริงแม้ในวันนี้
โดยเฉลี่ยผู้ชายได้รับเงินเดือนมากกว่าผู้หญิง โดยเฉลี่ยผู้ชายได้รับการเลื่อนตำแหน่งมากกว่า และในคณะผู้บริหารหรือคณะกรรมการบริหารส่วนมากเป็นผู้ชายส่วนน้อยเป็นผู้หญิง หรืออาจมีผู้หญิงเพียงแค่คนเดียวจากทั้งคณะ เมื่อผู้หญิงมีลูกก็จะเป็นฝ่ายเสียสละลาออกจากงาน ทิ้งความก้าวหน้าในอาชีพที่ตนอุตสาหะเรียนหนังสือฝึกฝนมา ออกมาเลี้ยงลูกดูแลครอบครัว

หนังสือเล่มนี้เข้าข่ายรณรงค์ความเท่าเทียมกัน พูดถึงการกล้าที่จะก้าวออกมาเป็นผู้นำของผู้หญิง เป็นความร่วมมือกันอย่างเท่าเทียมของทั้งสองเพศเพื่อพัฒนาสังคม
แต่พออ่านไปได้สักพัก เราก็เริ่มคิดว่า ถ้าเราจับธีมหนังสือไว้แบบนี้ตลอด หนึ่ง… เราก็เป็นคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ยอมรับความเท่าเทียม ยังคงความคิดถึงความแตกต่างและจับความรู้สึกว่าเลยต้องเป็นการรณรงค์หาความเท่าเทียม สอง… กลายเป็นการจำกัดการเก็บความจากหนังสือนี้ เพราะจับเอาเฉพาะใจความแค่เรื่องการรณรงค์ความเท่าเทียม

เอาใหม่!
เปลี่ยนเป็นตีความว่า หนังสือเล่มนี้ เป็นการเล่าประสบการณ์ของผู้เขียนตลอดที่ผ่านมาทั้งในและนอก Silicon Valley ในฐานะผู้หญิงทำงาน ไม่ใช่เฉพาะพยายามผลักดันผู้หญิงให้กล้าออกมายืนหยัดแถวหน้าเท่านั้น แต่ยังแนะแนวทางให้ลูกจ้างอาชีพทุกเพศในการทำงานในฐานะลูกจ้างที่เจ๋งๆ
โอว! กลายเป็นสนุกมากเลยครับ
เป็นหนังสือที่เปิดหูเปิดตา ให้แรงบันดาลใจ นับเป็นเนื้อหาที่หายากในหนังสือทั่วไป

การถกเถียงประเด็นในเรื่องความขัดแย้งระหว่างการให้เวลากับครอบครัวกับการทุ่มเทในการทำงาน
มีลูกแล้วทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยได้ไหม วิธีคิดควรเป็นยังไง เราจะเสี่ยงกับโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพการงานมั้ยในขณะที่เรามีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัว ต้องส่งเสียเลี้ยงดูลูกๆ

เป็นหนังสือที่เข้ามาในชีวิตที่ถูกจังหวะเวลามาก มหัศจรรย์แห่งโชคชะตาของคนอ่านหนังสือ

กระตุกทัศนคติมนุษย์เงินเดือน

การมาทำงาน ไม่ใช่ว่าเราเก่งอะไรมา แต่เราจะมาช่วยแก้ปัญหาของนายจ้างได้อย่างไร

ความก้าวหน้าในชีวิตทำงาน ไม่ใช่เส้นตรง ไม่ได้เป็นการก้าวเดินขึ้นบันได เส้นทางมาเปิดกว้างมากกว่านั้น มีปีนอ้อม ปีนออกข้างๆ หรือถอยกลับลงมาปีนออกไปตามเส้นทางใหม่ เพื่อไปให้ถึงจุดที่สูงกว่าเดิม มันสนับสนุนทฤษฎีลากเส้นต่อจุด

“ถ้าใครสักคนหนึ่งให้คุณเข้าไปนั่งในยานอวกาศออกสำรวจจักรวาล คุณควรตอบรับโดยไม่ต้องรอถามว่าได้นั่งที่นั่งตรงไหนในยานฯ เพราะนั่นคือโอกาส” แต่โอกาสไม่ใช่สิ่งที่ใครมาเสนอให้ คุณต้องไขว่คว้าเอง

การคิดไกลหรือคิดมากเกินไป กลายเป็นความกังวลเกินเหตุจนกลายเป็นข้อจำกัด ควรใช้วิธีตั้งโจทย์และหาคำตอบของปัญหา

บริษัทคงไม่หยุดเรียกร้องให้เราทำงานเพิ่มขึ้น แต่มันอยู่ที่เราเองที่จะตัดสินใจว่าจะทำมากน้อยเพียงใด เราต้องรู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสมกับตัวเอง

อื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทั้งหมดนั่นเรียกร้องให้เรามีวิธีคิดที่ถูกต้อง มีทัศนคติที่ถูกต้อง
เราจึงอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข เติบโตก้าวหน้า

#LEAN_IN #อยากเก่งต้องกล้า

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s