บันทึก เรียน Summer ปี 2019 (มีนาคม 2019)

20/3/2019 ปัณณ์ ขึ้นชั้น ม.1 วันแรกวันนี้ (Summer)
แรกก็ลุ้นจะได้สิทธิ์เรียนต่อที่โรงเรียนเดิมมั้ย?
ลุ้นมากที่จะเอาให้เกรดถึงเพื่อที่จะเข้าเรียนมัธยมต่อได้เลย ไม่ต้องสอบเข้าโรงเรียนตัวเองใหม่
แม่ก็ลุ้นไปด้วย บอกให้พ่อลองพาไปสอบเข้าที่อื่นดู
อีพ่อนี่ก็ ใจเย็นเป็นน้ำเลย (จริงๆ คือขี้เกียจ) ไม่ทำอะไรทั้งนั้น ทำอย่างเดียวคือ ขู่นังปัณณ์เข้าไปว่า ถ้าโรงเรียนไม่ให้ต่อ ก็ต้องไปหาโรงเรียนใหม่

ผลเกรดออกมา ผ่านฉลุย ได้เรียนต่อเลยไม่ต้องสอบเข้า
ปัณณ์ดีใจจนออกนอกหน้า (ไปจนถึงออกนอกบ้านเลยทีเดียว)

แล้วการสอบ Final ก็ตามมา
แม่ก็ดักคอมาเลยว่า ระวังให้ดีเถอะ จะชะล่าใจว่าได้เรียนมัธยมแล้วก็จะเละเทะ
พ่อก็ปล่อยเช่นเดิม ที่ทำให้คือดูตารางสอบกับตารางอ่านหนังสือให้ ที่เหลือก็ ความพยายามของมันเอง รอบนี้ไม่มีติวให้
ผลสอบ Final … พีคมาก สอบตกวิชาหลัก 3 วิชา และตก Computer อีก 1 วิชา
สอบ Final ตกไปทั้งหมด 4 วิชา เป็นสถิติสูงสุด
ไม่แค่สถิติสูงสุดของตัวมันเองนะ
เป็นสถิติสูงสุดของครอบครัวไปเลยจ้าาา

ถามว่า พ่อคาดไว้มั้ย แหม่! ตารางสอบตัวมันเองยังจำไม่ได้เลย จะเหลือเหรอ
ทั้งรู้ ก็ไม่มีการช่วยติวก่อนสอบ
ใช่… เราไม่ Spoil
มันต้องรับรู้ผลของการกระทำของมันเอง
สอบตกแล้ว แม่ก็พาไปสอบซ่อม 2 วัน
รับผิดชอบแก้ไขความผิดพลาดของตัวซะ
ตอนรู้ผล ปัณณ์มีอาการจิตตกอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมตกเยอะขนาดนี้?”
แน่ะ! แสดงว่าแกก็คิดอยู่แล้วว่าปล่อยตัวเองให้ตกบ้าง พอผลออกมา ซัดไป 4 มีสลด!
ซ้ำเข้าไปด้วยการที่น่าจะอดได้รับรางวัลเรียนดี (ใบ cer.) ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งจะได้รับรางวัลพิเศษอีก ซึ่งก็อดหมดนะ!

ถ้าพ่อติวให้ก่อนสอบ น่าจะตกน้อยกว่านี้?
มั่นใจว่าไม่ตกเลยดีกว่า
แต่… ไม่มีนะ
อย่างมากที่มีให้คือ เรียนพิเศษวันเสาร์
ทำไมรู้ทั้งรู้ ถึงไม่ช่วยลูก
เพราะ… การช่วยแบบนี้ มันคือการเข้าไป Absorb พฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่าง
มันต้องได้รับผลไปเอง และมันต้องไปตามสอบซ่อมเองด้วย
แม้ว่า หลังจากสลดแล้ว ก็ไปสอบซ่อมแบบไม่เดือดร้อนเท่าไหร่
แต่นี่ จะเป็นประสบการณ์ที่อยู่ไปกับมันไปตลอดชีวิต
ตอนจบ ป.6 ปัณณ์สอบตกไป 4 วิชา (ในขณะที่ตอน ป.6 พ่อได้เกรดเฉลี่ย 4.00 จากโรงเรียนเดียวกัน)

เผื่อวันหนึ่ง แกได้อ่านนะ
พ่ออยากบอกว่า “เปรียบเทียบกันแล้ว ตอนที่สอบตกวิชาหนึ่งกับการที่สอบได้ 4.00 การสอบตกสอนอะไรที่สำคัญมากกว่าให้กับพ่อ”
หวังว่าสักวันแกจะ get

#เขียนในขณะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดโรงเรียน 

 

25/3/2019 เมื่อคืนนั่งสอนเรื่องเลขฐานสอง และฐานสิบหก ให้ปัณณ์

เลขฐานสอง และฐานสิบหก เป็นพื้นฐานสำคัญของวิชา Electronic และคอมพิวเตอร์
ก็ยังพบว่าการเรียนการสอนที่โรงเรียนยังไม่ได้ประสิทธิผล คือเด็กยังไม่เข้าใจว่าเรียนไปทำไม และที่ผ่านมามันเอาไปใช้กับอะไรบ้าง
เมื่อเด็กขาดหลักการของมัน และไม่เห็น Used Case ที่นำไปใช้จริง ก็ยากมากที่จะให้เด็กรู้จักคิดจะนำไปใช้ในเรื่องอื่นๆ ต่อ

ทดลองสอนอีกแบบหนึ่ง โดยเน้นที่ความเข้าใจแต่ไม่เน้นอัดเนิ้อหา ปัณณ์ก็เริ่มจับสังเกตประเด็นบางอย่างได้ในรูปแบบของเลขฐานสองและเลขฐานสิบหก
กรณีแปลงเลข จากเลขฐานสิบไปเป็นเลขฐานสอง จะใช้ตัวเลขมากตัวมากขึ้น
กรณีแปลงเลข จากเลขฐานสิบไปเป็นเลขฐานสิบหก จะใช้ตัวเลขเป็นจำนวนตัวน้อยลง
แค่นี้ก็เป็นพื้นฐานของการนำไปใช้ในการเข้ารหัส หรือ Encryption ได้แล้ว
ต่อไปถ้าอยากได้พื้นฐานของอิเล็กทรอนิกส์เข้าไป เราก็แค่เพิ่ม Operator ที่เป็น AND, OR, XOR, … เข้าไป ก็แค่นั้น อาจอธิบายถึง Used Case ของวงจรอิเล็คทรอนิกส์อีกเล็กน้อย เอาแค่พอให้เด็กรู้สึกตื่นเต้น

ยังคงอยากรณรงค์ว่าควรลดปริมาณเนิ้อหาลงแต่ให้เวลากับเด็กในการที่จะอินกับเรื่องพื้นฐานของแต่ละ Principal มากขึ้น

สมัยเรียนวิดวะที่จุฬา แค่เรื่องการแปลงหน่วยระหว่างระบบ SI กับระบบอังกฤษ N – lbf/lbm อาจารย์ยังอุทิศเวลาหนึ่งคาบเต็มในการอภิปรายกับนิสิต แม้กระทั่งในตำราเรียน Mechanics of Material ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะทางของเด็กเครื่องกล ยังต้องมีบทหนึ่งเต็มๆ อธิบายเรื่องหน่วยวัดโดยเฉพาะ

เราเลยไม่เห็นว่า ความพยายามที่จะอัดให้ได้เนื้อหาเยอะภายในเวลาสั้นๆ หรือเด็ก ม.ต้น ที่เรียนเนื้อหา ม.ปลาย ล่วงหน้า จะนับว่าเป็นเด็กเก่ง หรือ Talent ของประเทศได้อย่างไร
มันก็แค่การเอาความรู้ที่ยังไม่จำเป็นต้องรู้ตอนนี้มาสอนให้รู้ไว้ก่อน เท่านั้นเอง

533086.jpg

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s