แก้ปัญหาทางการเงินได้ ด้วยความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง

เป็นหนังสือสองเล่มที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเงินส่วนบุคคล
จริงๆ ใช้เวลาอ่านไม่นานมากก็อ่านจบในรอบแรก แต่ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรในการย่อยเนื้อหา และค่อยๆ อ่านให้ละเอียดในรอบที่สองหรือรอบที่สาม
ใครที่อ่านสองเล่มนี้ น่าจะอ่านอย่างน้อยสองรอบขึ้นไป

ขอไม่บรรยายสรรพคุณเยอะ เอาเป็นว่าถ้าอ่านแล้วเก็บประเด็นของหนังสือได้ หลังจากอ่านจบแล้วคุณจะมองโลกเปลี่ยนไปจากเดิม

 

 

เล่มแรก เป็นหนังสือที่ได้รับการยอมรับจากหลายสำนักเลยว่า เป็นหนังสือที่ควรขึ้นหิ้งคู่กับหนังสือพ่อรวยสอนลูก #the_Millionaire_Fastlane หรือ #เปลี่ยนเลนเป็นเศรษฐี เขียนโดย #MJ_Demarco ช่วยกันแปลหลายท่าน ที่เป็นที่รู้จักกันคือ #the_Money_Coach พี่หนุ่ม #จักรพงษ์_เมษพันธุ์ (ขอเรียกพี่เพราะแกเป็นรุ่นพี่ที่คณะ)

แม้ว่าจะเป็นหนังสือแปลที่เปิดกะลาโลกการเงิน เช่นเดียวกับหนังสือพ่อรวยสอนลูก แต่เปิดเล่มมา #MJ ก็เขียนพาดพิงถึงโรเบิร์ต (คนเขียนหนังสือพ่อรวยสอนลูก) ไว้ค่อนข้างแรงเหมือนกัน ซึ่งระหว่างหนังสือเล่มนี้กับหนังสือพ่อรวยสอนลูก ทั้งสองเล่มพูดถึงประเด็นที่ต่างกันพอสมควร 536489.jpg

ประเด็นของหนังสือเล่มนี้คือ ความมั่งคั่งคือกระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ จะรวยให้เร็วนั้นเป็นไปได้แต่ไม่มีรวยง่ายๆ มันต้องการความทุ่มเท และเราไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเงินได้ด้วยการมีเงินเพิ่ม
แค่ข้อความสองสามประโยคนี้ ถ้าเข้าใจ มันจะทำให้โลกทัศน์ทางการเงินของเราเปลี่ยนไปทั้งหมด

MJ ขยายความ ความมั่งคั่ง ไม่ได้มีเฉพาะแค่เรื่องเงินด้านเดียว ความมั่งคั่ง มีองค์ประกอบอยู่สามด้าน (3F) ด้วยกันคือ
1. ครอบครัวและความสัมพันธ์ (Family)
2. สุขภาพ (Fitness)
3. อิสรภาพ (Freedom)
ซึ่งทั้ง 3F นี้ ไม่ใช่เรื่องเงินเลยสักข้อ

บางคนก็คิดต่อว่า ก็อิสรภาพไง จะมีอิสรภาพก็ต้องมีเงินไง แต่ MJ ก็เขียนอธิบายสกัดไว้เลยว่า “ได้เงินมากขึ้นแต่กลับไม่ได้มีอิสรภาพมากขึ้น” “ความเป็นทาสจากรูปแบบการใช้ชีวิต” และ “เงินที่มีมากขึ้นมาทำลาย ครอบครัว สุขภาพ และอิสรภาพ”

หัวใจของหนังสือ the Millionaire Fastlane อยู่ที่ประเด็นเรื่องการทำงานสร้างเนื้อสร้างตัวเก็บเงินสะสมเงินตามรูปแบบหรือวิธีที่สอนๆ กัน หรือเคยทำๆ กันมานั้น เป็นการเสียสละวันนี้เพื่ออนาคต

MJ ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคนบ้าที่ตั้งใจทำงานเก็บเงินเป็นสิบๆ ปี แล้วก็มีเงินเก็บในบั้นปลาย แต่แล้วก็ไม่ได้ใช้ อาจเสียชีวิตไปก่อนจะได้ใช้ตามที่วางแผนไว้ หรือไม่ก็ต้องเอามาใช้รักษาตัว
การทำงานเก็บสะสมเงินแบบนี้ อยู่บนสมมุติฐานที่โอหังคือ คิดว่าเราจะมีชีวิตยาวนานพอที่จะเก็บเงินจนเรารวย หรือได้อยู่จนได้ใช้เงินที่เก็บสะสมมา เราจึงยินดีที่จะเอาเวลาในชีวิตของเราไปแลกเงิน เพราะเรามีเวลาเหลือเฟือ
จริงๆ แล้ว ชีวิตเรามีความเสี่ยงเกินกว่าจะคาดหวังแบบนั้น วิธีการคิดแบบนี้ ทำให้เราติดกับดักในชีวิต
วิธีคิดของ MJ คือเราจะต้องไม่เอาความมั่งคั่งของเราไปผูกติดกับเวลา การเอาเวลาไปแลกเงิน เพราะในที่สุดแล้วมันจะมีข้อจำกัด เพราะเวลาเป็นทรัพยากรที่จะหมดไปแน่นอน ในขณะที่เงินนั้นมีอยู่เหลือเฟือ การเอาทรัพยากรเวลาของเราไปแลกเงินนั้น เป็นวิธีการที่ไม่คุ้มมากๆ
วิธีที่เราจะพ้นจากข้อจำกัดของเวลา MJ บอกว่า จะต้องมี 2 อย่างคือ การควบคุมและพลังทวี (Leverage) รายละเอียดว่าต้องทำยังไง MJ เขียนไว้ในหนังสือไว้ค่อนข้างดี

ชอบวิธีคิดของ MJ ในประเด็น “คุณค่าที่แท้จริงเกิดจากการลงมือทำ” และ “ทางเลือกคือการควบคุมที่มีพลังที่สุดของเรา การเลือกทางเลือกที่แย่เป็นตัวทำลายความมั่งคั่งของเรา ดังนั้น การตัดสินใจของเราในทุกๆ วัน มีความสำคัญทุกๆ การตัดสินใจ ทางเลือกของเราวันนี้จะกำหนดอนาคตเรา”

เป็นหนังสือที่ดี ควรอ่านมาก
อ่านแล้วต้องคิดตามเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางการเงิน ติดอาวุธให้ตัวเองเอาไปสร้างความมั่งคั่ง (แต่การอ่านเพื่อโดยคิดแต่หาทางว่า จะทำอย่างไรจึงจะรวยเร็วๆ เราคิดว่ามันผิดทางของหนังสือไป)

 

 

อีกเล่มหนึ่ง เป็นงานเขียนของพี่หนุ่ม the Money Coach กับคุณ #อมรเทพ_ผันสิน ชื่อหนังสือ #52สัปดาห์_52ทรัพย์สิน เป็นหนังสือแนะนำการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จะว่าต่อเนื่องกับเล่มแรก หรือว่าต่อเนื่องกับหนังสือพ่อรวยสอนลูกก็ได้ หรือว่ามันแยกออกจากกันก็ได้ 536488.jpg

ไม่ขอเขียนถึงรายละเอียดการลงทุนตามที่กล่าวไว้ในหนังสือนี้เช่นกัน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องเฉพาะ บางคนสนใจ บางคนก็ไม่ และเป็นเรื่องที่ต้องรู้ให้จริงก่อนจะไปลงทุน

ประเด็นที่ดีงามในหนังสือคือ การถ่ายทอดประสบการณ์จริงในการลงทุนของพี่หนุ่ม และคนอื่นๆ ออกมาเป็นหนังสือให้อ่านกัน
การได้เรียนรู้ประสบการณ์ของคนอื่นๆ จากการอ่าน แม้ว่าอาจลดทอนประสิทธิผลไปบ้าง แต่ต้องนับเป็นการเรียนรู้แบบก้าวกระโดดได้ เพราะเราสามารถเรียนรู้ประสบการณ์จากคนอื่นๆ โดยที่เราไม่ต้องไปเจอด้วยตัวเองหมด ซึ่งแค่ประสบการของคนสองสามคน ก็ไม่มีทางอยู่แล้วที่เราจะสามารถเจอแบบนั้นด้วยตัวเองได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเรียนรู้ได้จากการอ่านนี้
หนังสืออ่านง่าย ประสบการณ์แต่ละเรื่องที่เขียนลงในหนังสือมาให้อ่านมีส่วนที่มีประโยชน์มาก ถ้าตั้งใจจับประเด็นดีๆ จะได้เรียนรู้หลายเรื่องเลย
“จะเรียกสิ่งใดว่าเป็นประสบการณ์นั้น ต้องดูด้วยว่า มันทำให้เราฉลาดขึ้นมั้ย”

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องเก็บจากการย้ำในหนังสือเล่มนี้เลยคือ เราจะไม่ลงทุนในสิ่งที่เราไม่รู้ จะไม่ลงทุนในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของการลงทุนอยู่ที่แนวคิดที่ถูกต้องไม่ใช่เงินในกระเป๋า และการลงทุนนั้นคือแผนการ ดังนั้นจะลงทุนต้องมีการวางแผน แผนการลงทุนนี้เป็นตัวกำหนดทุกอย่างที่ตามมาเลยว่าจะกำไรหรือจะขาดทุน
สำหรับการลงทุนที่ถูกต้อง กำไรหรือขาดทุนนั้นไม่ได้ขึ้นกับสถานการณ์ตลาด แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนการลงทุนนี้เอง

รวมๆ จะพูดว่า หนังสือทั้งสองเล่มเป็นหนังสือที่บอกทางรวย ก็คงจะพอได้มั้ง แต่ถ้าลองอ่านดีๆ จะเข้าใจเลยว่า มันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของหนังสือทั้งสองเล่มนี้เลย
หนังสือทั้งสองเล่มเป็นหนังสือที่มีเป้าหมายให้ความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง เปิดกะลา เปิดทัศนคติที่ถูกต้อง และทำให้เราเห็นมุมมองที่กว้างขึ้น

เป็นหนังสือความรู้ทางการเงินที่ยอดเยี่ยมทั้งสองเล่มครับ และไม่สามารถหาเรียนได้จากวิชา Finance ใดๆ ในห้องเรียน

Capture

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s