ใครดี ใครได้ ใครอยู่ ใครไป ใครรอด ใครบ้า

“เรื่องบัดซบความจริงไม่ได้มีความหมายบัดซบอะไร – shit don’t mean shit!”

คำ ประโยค มันดังก้องอยู่ในหัวซ้ำๆ อยู่

เหมือนมันพยายามหาทางออกมาจะหัวให้ได้ แต่หาทางออกไม่เจอ หรือไม่ก็ เป็นเราเองที่ขังประโยคนี้เอาไว้ในหัวของเราแล้วแสร้งเป็นไม่รู้ แสร้งไม่รู้แต่ ซ้ำๆ ย้ำประโยคนี้ไว้ข้างในเพื่อเอาไว้เหนี่ยวรั้งในวันที่เราต้องการ

การเติบโตของเด็กคนหนึ่งด้วยดิ้นรนให้พ้นจากปลักของตัวเอง ไม่ว่าจะดิ้นจากความเป็นอยู่ที่ลำบาก จากความด้อยเสียเปรียบสังคม หรือจากความกดดันอะไรก็ตามที่กดทับอยู่ จะกี่เรื่องบัดซบใดๆ ที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่ ผิดหวัง ล้มเหลว ล้มคว่ำ ถูกกลั่นแกล้ง หรือถูกชำเรา (ร่างกายหรือจิตใจ) อาศัยประโยคที่ไม่พ้นไปจากความคิดเป็นที่ยึดเหนียว ยึดเหนี่ยวเพื่อความแน่วแน่ในความพยายามตะเกียกตะกาย ความพยายามที่ดูเหมือนว่ามีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ถมความพยายามลงไปเท่าไหร่ก็ขึ้นไปไม่พ้น

เมื่อกระเสือกกระสนจากปลักออกมา ที่ได้มาคือความแน่วแน่บางอย่างเป็นที่ตั้ง ความแน่วแน่ที่จะเปลี่ยนเราไปจากเดิมตลอดกาล

บ้างกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ดี บ้างกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว และบ้างกลายเป็นคนบ้า!

ใดๆ ที่บัดซบก็ตาม … เรื่องบัดซบความจริงไม่ได้มีความหมายบัดซบอะไร

นิยายเรื่อง #ใครดีใครได้ หรือ #FindersKeepers ของ Stephen King เล่มนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ต่อมาจากเหตุการณ์ในเรื่องมิสเตอร์เมอร์เซเดส หรือเป็นเล่มที่สองในไตรภาค Bill Hodges Trilogy สามารถอ่านแยกกันได้ แต่ถ้าอยากได้ความสมบูรณ์ของลำดับเหตุการณ์ ก็อ่านเรียงไปตามลำดับ

549836.jpg

ความหลงใหลที่มีให้กับนิยายของ King คือ เขาสามารถทำให้เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวได้ และความน่าสะพรึงกลัวนี้มักจะอยู่ในระหว่างช่วงการเติบโต หรือ Coming of Age ของเด็กในยุค 80-90 คนที่ร่วมสมัยกับตัวละครเหล่านี้จะมีความอินเป็นพิเศษไปกับตัวละครเด็กปี 80-90 เหล่านี้ของ King

แล้วพออินไปกับตัวละครเหล่านี้ ทันใดนั้นเราจะประหวั่นหวาดระแวงและพรั่นพรึงไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง IT หรือไตรภาคของ Bill Hodges

ในเล่มนี้ King สร้างตัวละครออกมานับสิบตัว วางโครงสร้างการเดินทางของแต่ละตัวทำให้แต่ละตัวละครมีมิติเป็นของตัวเอง บางตัวก็จบการเดินทางไปเร็ว บางตัวก็เดินทางกับคนอ่านจนจบเรื่อง และบางตัวละครก็อาจไปกับคนอ่านต่อในเล่มถัดไป

ความพิเศษอยู่ที่การเล่าเรื่องของแต่ละตัวละครทำได้ดีมาก ไม่มีตัวละครตัวไหนถูกทอดทิ้งไว้ตรงกลาง แม้ว่า เมื่อถึงเวลาที่ตัวสำคัญของเรื่องมาพบกันเส้นเรื่องที่มาเจอกันนั้นจะดูบังเอิญจนน่ากลัว แต่ก็สอดคล้องกันไปไม่รู้สึกสะดุด นักเขียนที่สามารถวางโครงเรื่องและเล่าเรื่องของแต่ละตัวละครแยกกันแล้วมาเจอกัน หรือแยกกันแล้วมาเจอกันใหม่ พร้อมๆ กันเป็นสิบตัว ในนิยายแนวอาชญกรรมแบบนี้ ต้องบอกว่าเทพมาก อาจซับซ้อนอยู่บ้างสำหรับคนอ่านที่ไม่คุ้นเคย แต่สำหรับคนอ่านที่ตามหาความซับซ้อนที่มีมิติของเรื่องราว นี่จะเป็นนิยายเล่มโปรด และยิ่งเส้นเวลาของเรื่องที่ยาวนานหลายสิบปียังทำให้มีเวทีให้การเติบโตของพวกเขาได้เปิดเผยตัวออกมาในนิยายด้วย

แม้นิยายเรื่องนี้จะดูไม่อำมหิตเท่าเรื่องอื่นของ King ที่เราเคยอ่านมา แต่การสร้างอารมณ์ร่วมให้คนอ่านได้ติดตามการเติบโตของความคิดผ่านกาลเวลาของแต่ละตัวละคร สร้างความหวาดกลัวตามมาตรฐานของ Stephen King ให้กับคนอ่านได้ โดยไม่ต้องใช้ความอำมหิตที่เคยมีในเรื่องอื่น น่าประทับใจมาก

เคยบ้ากับเรื่องอะไรมากๆ ไหม

บ้ามันมากพอที่จะลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้มันมาไหม และบางทียอมแม้กระทั่งต้องลงมือทำร้ายใครสักคนลงไป

ประทับใจกับประเด็นที่ King นำเสนอถึงต้นกำเนิดของความบ้านี้ ความบ้าที่เกิดจากความที่มนุษย์ต้องการอะไรไว้ยึดเหนี่ยวเพื่อให้ผ่านความทุกข์ไป ย้ายความจดจ่อจากเหตุการณ์ที่เราไม่ประสงค์ไปจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เรายึดเหนี่ยว เพื่อให้เวลามันเดินผ่านไป เพื่อให้เหตุการณ์มันเกิดขึ้นผ่านไป สร้างความอดทนให้เราอย่างไม่น่าเชื่อ ความอดทนที่เหนือปกติด้วยสิ่งที่ยึดเหนี่ยวไว้ ความอดทนด้วยความบ้า

ประเด็นแฝงลึกลงไปคือ มนุษย์มักหลีกเลี่ยงการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยการบอกว่าเราไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เราเลือกที่จะทำอะไรมาก่อนหน้า หรือบางทีเราก็อาจลงมือจัดการอะไรสักอย่างกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นได้ในวันนี้ แต่เราปล่อยให้ความทุกข์และแรงกดดันไหลผ่านเราไปอย่างช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และบ่มสร้างความบ้าอะไรสักอย่างไว้เพื่อปลดเปลื้องให้เราแทน ซ่อนความอ่อนแอไว้ในความรุนแรง ความอ่อนแอในปมหนึ่งกลับไปเป็นความรุนแรงในปมอื่น ความซับซ้อนกลบความเรียบง่ายอย่างบ้าคลั่ง

“เรื่องบัดซบความจริงไม่ได้มีความหมายบัดซบอะไร”

ใครดีคนนั้นก็รอดไป

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s