สามนายพล – อำนาจและการเมืองโรมัน

อาจารย์ #วีระ_ธีรภัทร เขียนล่าเรื่องประวัตืศาสตร์เชิงการเมืองของอาณาจักรโรมัน ภาค2 #จากปอมปีย์ถึงซีซาร์ ต่อจากเล่มภาคแรก (#จากซิเซโรถึงซีซาร์) กระบวนการการเปลี่ยนผ่านระบอบการปกครองอาณาจักรโรมัน #จากระบอบสาธารณรัฐสู่ระบอบจักรพรรดิ (และก็อาจจะเปลี่ยนจากระบอบจักรพรรดิกลับไปเป็นระบอบสาธารณรัฐอีกที) 575137

สนุกมากๆ โชคดีจริงๆ ที่ตอนเรียนได้ไปลงเรียนวิชาอารยธรรมด้วย เลยเป็นพื้นฐานทำให้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วยิ่งอินเข้าไปอีก

การเล่าเรื่องในภาคนี้ ลักษณะการเล่าเรื่องแตกต่างจากภาคแรกอยู่บ้าง ภาคที่เล่าถึงหลักการของซิเซโร พอมาในภาคนี้อาจารย์หยิบเอางานรูปวาดงานศิลปะมาประกอบการเล่าเรื่อง อาศัยความรู้จากวิชาอารยธรรมในศิลปะคลาสสิคของกรีกโรมัน ศิลปะยุคเรเนซองส์ และยุคนีโอคลาสสิค มาประกอบการอ่าน อ่านแล้วดื่มด่ำ

ชอบเรื่องราวภาพวาดที่อาจารย์นำมาเล่าในเล่มนี้มาก งานศิลปะนอกจากจะรับใช้มนุษย์ทางด้านอารมณ์แล้ว ยังรับใช้มนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมืองอีกด้วย การศึกษาวิชาประวัติศาสตร์แบบนี้ ยิ่งเรียนยิ่งสนุก แล้วไม่ได้มุ่งเน้นการยึดมั่นถามหาข้อเท็จจริง แต่เป็นการพยายามทำความเข้าใจและถามหาบทเรียนจากเรื่องราวตามประวัติศาสตร์

 

เรื่องราวในภาคนี้ มีอยู่สองส่วน ส่วนแรกเป็นการเล่าเรื่องของสามนายพลโรมัน นายพลปอมปีย์ นายพลคลาสซุส และนายพลซีซาร์ อันนี้เป็นเรื่องใน Timeline เกี่ยวเนื่องกับภาคแรกในสมัยที่มีการปกครองระบอบสาธารณรัฐ (การปกครองระบอบสาธารณรัฐที่ซิเซโรเชื่อมันและสนับสนุน) ต่อเนื่องมาสู่ยุคที่นายพลซีซาร์เข้ายึดอำนาจและตั้งตัวขึ้นเป็นจักรพรรดิ เรื่องราวของนายพลแต่ละคน แม้ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากการจับมือเป็นพันธมิตรกันเพื่อใช้กำลังทหารคานอำนาจสภาโรมัน เข้าสู่ความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นจากอำนาจและผลประโยชน์ที่ขัดแย้งกัน แปรเปลี่ยนเป็นมารบฆ่าแกงกันในที่สุด

ส่วนที่สองของภาคนี้ อาจารย์ย้อนกลับไปเล่าเรื่องอีกยุคหนึ่งก่อนหน้า ยุคที่เป็นการเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบจักรพรรดิมาเป็นระบอบสาธารณรัฐ โดยบรูตุสอ้างเหตุความไม่ยุติธรรมเข้ายึดอำนาจจากกษัตริย์ทาร์ควินนิอุส จัดตั้งระบบสภาและกงศุลเข้าปกครองอาณาจักรโรมันแทนที่ระบอบกษัตริย์

เมื่ออ่านเชื่อมโยงจบทั้งภาคที่หนึ่งก่อนหน้านี้มาจนถึงภาคที่สองนี้ ทั้งหมดสองเล่ม เราจะได้ภาพของการเปลี่ยนผ่านการปกครองของโรมัน เริ่มต้นจากระบอบจักรพรรดิก่อนและถูกยึดอำนาจเปลี่ยนมาเป็นระบอบสาธารณรัฐอยู่หลายร้อยปี และมาถูกเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบจักรพรรดิอีกทีในสมัยซีซาร์ และยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์ต่างๆ ประกอบกับงานศิลปะต่างๆ ที่ศิลปินได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวเหล่านี้

จากประวัติศาสตร์โรมัน ดูเหมือนระบอบการปกครองเปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนกลับ ระบอบการปกครองนั้นเปลี่ยนแปลงเพื่อสอดคล้องกับผู้ปกครองและด้วยการสนับสนุนจากผู้ถูกปกครอง อย่างไรก็ดีแม้ว่าผู้นำการเปลี่ยนแปลงระบอบจะอ้างความชอบธรรมว่าทำเพื่อความยุติธรรมหรือทำเพื่อประโยชน์ของคนส่วนมากใดๆ ก็ตาม จะอย่างไรแล้วก็มีวัตถุประสงค์ส่วนตนแอบแฝงอยู่ด้วย และอาศัยเหตุปัจจัยบางอย่างขยายผลมันออกไปด้วยความสามารถในการโน้มน้าวอย่างใดอย่างหนึ่งชักนำฝูงชนเข้ามาจนส่งผลถึงการปกครองทั้งระบอบ ความสามารถในการชักนำฝูงชนจึงน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ถึงใหญ่ที่สุดในการจัดการการเมือง

 

ความเข้าใจในเรื่องราวประวัติศาสตร์โรมันก็อย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่มีประโยชน์มากคือการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เพื่อเข้าใจมนุษย์

 

ประเด็นที่น่าสนใจมากสำหรับเราคือ เมื่อบ้านเมืองปกครองด้วยกฎหมาย กฏหมายกำหนดว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ หากกฎหมายที่มีขวางการมีอำนาจหรือการใช้อำนาจ ก็เพียงแค่ขึ้นเป็นผู้ชนะให้ได้แล้วแก้กฎหมายหรือไม่ก็เขียนกฎหมายใหม่ขึ้นมา เท่านี้ก็จัดการได้

 

ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นซ้ำเดิมเสมอๆ แม้กระทั่งในประเทศนี้ จะว่ามนุษย์เราไม่รู้จักเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ก็ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นเสียทั้งหมด …

 

ติดตามรอภาคสามอยู่ครับ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s