ไปได้ไกลกว่า ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการใช้หัวใจ

เคยมั้ยครับ ตั้งใจจะซื้อหนังสือเล่มหนึ่ง แต่พอกลับถึงบ้านหยิบหนังสือที่ซื้อมาพบว่าเป็นคนละเล่มกัน หยิบออกมาก็ร้อง เฮ้ย! ดังๆ
อาจจะเกิดจากความผิดพลาดได้หลายสาเหตุ
ในกรณีของเราคือ หนังสือสองเล่มมันวางอยู่ติดกัน เจอหนังสือเล่มที่กำลังตามหาอยู่ในร้านหนังสือบนชั้น แล้วก็คว้าหนังสือลงตระกร้ารวมกับเล่มอื่นๆ ตรงไปจ่ายเงิน จ่ายเงินเอากลับบ้าน ถึงบ้านเปิดดู อ้าว…เฮ้ย! เล่มนี้มันไม่ใช่ที่เราหยิบมานี่
ตอนหาก็หาจนเจอ แต่ตอนหยิบกลับหลับหูหลับตาหยิบ หน้งสือวางอยู่ติดกัน สีสันและปกก็คล้ายๆ กัน ขนาดเล่มก็ใกล้เคียงกัน คว้าเอาอีกเล่มที่ไม่ได้คิดจะซื้อกลับมาแทน
แน่นอน บังเกิดเป็นความหงุดหงิดตัวเอง แต่ซื้อมาแล้ว เอาหนังสือกลับบ้านมาแล้ว หยิบขึ้นมาเปิดดูแล้ว เลยเอาวะ ลงมืออ่านมันไปเลย

เป็นอีกครั้งที่การอ่านหนังสือพาเราไปเจอกับเรื่องราวมหัศจรรย์

บอกเลยว่าในช่วงเวลานี้ ถ้าอ่านชื่อหนังสือจากปก ยังไงเราก็ยังไม่หยิบหนังสือชื่อ #เริ่มต้นด้วยหัวใจบริษัทก็ไปได้ไกลกว่า ขึ้นมาอ่านแน่นอน ในขณะที่มีหนังสือค้างท่อรอให้อ่านและอ่านค้างไว้กองอยู่เป็นภูเขา การประชดความผิดพลาดในการหยิบหนังสือกลับบ้านด้วยการหยิบมันมาอ่านเลยข้ามคิวเล่มอื่น
ปรากฎว่ามันดีมาก บางทีหนังสือดีๆ มันก็หาวิธีมาถึงมือคนอ่านได้
เป็นหนังสือในระดับปฎิวัติวิธีคิด หรือปฏิวัติ Mindset ในการบริหารธุรกิจ สร้างแรงสั่นสะเทือนมาถึงหัวใจเราอย่างมาก aa.jpg

ตามคำนิยมเลยครับ

เป็นหนังสือแนวคิดการบริหารที่เรียกน้ำตาจากเราได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมันเป็นสายที่เราเรียนมาด้วย
เป็นหนังสือที่พิเศษมากช่วยกระตุ้นแนวความคิดที่คัดคานหลักการกระแสหลัก ซึ่งอะไรก็ตามที่มันคานกระแสหลักได้มีประโยชน์มาก เพราะมันช่วยให้เรามองปัญหาที่เราเจอจากแง่มุมอื่นได้มากขึ้น ช่วยสะกิดให้เรามองสถานการณ์จากด้านอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะด้านที่ไม่เหมือนกับตำราเรียน

เริ่มต้นอ่าน…
ต้องเริ่มจากการเปิดใจนิดหนึ่งก่อน เมื่อเป็นหลักการอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่ใช่ด้านหลัก ด้านมาตรฐานที่สอนๆ กันมา ย่อมถูกปฏิเสธและแอบประชดมันเบาๆ แบบตรรกะวิบัติเล็กน้อยว่า หนังสือเล่มนี้มันโลกสวยเกิน
มันจะพาลทำให้เราตั้งแง่กับหนังสือตั้งแต่ยังอ่านไปได้ไม่กี่หน้า แล้วในที่สุดก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย เป็นแบบนั้นวางหนังสือลงไม่อ่านดีกว่า
ดังนั้น สำหรับคนอ่านที่อยากได้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ คงต้องเริ่มต้นจากการวางทิฎฐิลงก่อน และเปิดใจยอมรับเรื่องราวในหนังสือที่บอกเล่าแนวคิดในอีกด้านหนึ่ง

ประเด็นสำคัญของหนังสือคือ กิจการหรือผู้บริหารไม่ควรนึกถึงผู้ถือหุ้นเป็นอันดับแรก เพราะอาจนำไปสู่การ Focus ที่ราคาหุ้นในระยะสั่น และนำไปสู่ความสูญเสียในระยะยาว แต่ควรมองว่าบริษัทเป็นของสังคมในวงกว้าง ตั้งแต่บริษัทถือกำเนิดบริษัทไม่ได้เป็นของผู้บริหาร ครอบครัว หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การบริหารบริษัท คือการทำงานเพื่อบรรลุหน้าที่และความรับผิดชอบต่อบุคคลทั้ง 5 เรียงตามความสำคัญดังนี้

1. พนักงานและครอบครัวของพนักงาน
2. พนักงานของผู้รับเหมารายย่อย (พนักงานนอกบริษัท)
3. ทำให้ลูกค้ามีความสุข
4. ทำให้ชุมชนมีความสุข
5. ความสุขของผู้ถือหุ้นจะเกิดขึ้นตามมาอัตโนม

น่าสังเกตตรงที่ พนักงานมาก่อนลูกค้า, กิจการยังมีหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น และเมื่อกิจการได้รบผิดชอบต่อบุคคลทั้ง 4 อันดับแรกแล้ว อันดับที่ 5 คือความสุขของผู้ถือหุ้นจะเกิดขึ้นเอง

 

หนังสือมีทฤษฎีว่า การบริหารคือการสร้างให้เกิดคุณค่าบางอย่างขึ้นมาจากสภาพที่ไม่มี หน้าที่ที่แท้จริงคือการสร้าง และคนที่ลงมือสร้างก็คือพนักงาน มุ่งไปสู่การเป็นบริษัทที่มีคุณค่าสำหรับ ลูกค้า, พนักงาน, และชุมชน สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารคือการสร้างความสุขให้กับพนักงานและครอบครัวของเขา
บริษัทไม่ได้มีอยู่เพื่อการเพิ่มยอดขายหรือกำไร แต่มีอยู่เพื่อเป็นบริษัทที่มีความจำเป็นต่อผู้คน เป็นบริษัทที่นำความสุขมาสู่ผู้คน

อ่านแล้วมันก็จี๊ดๆ ตรงหัวใจ วิธีคิดกลับข้างจากตำราเรียนที่เรียนใน MBA แต่บางอย่างข้างในหัวใจเรากลับเห็นด้วยแบบไม่มีข้อแม้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าข้างประสบการณ์ทำงานกับองค์กรที่ตั้งเป้าเรื่องผลประกอบการหรือกำไรเป็นสำคัญ

บริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จมักคิดว่าปัญหาเกิดจากปัจจัยภายนอกไม่มองว่าเกิดจากปัจจัยภายใน
หลักการคือการเป็นบริษัทที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเข้ามาถึงจิตใจของเราหรือไม่ เป็นบริษัทที่พนักงานมีความสุขในการทำงานและมีแรงบันดาลใจหรือไม่
เพราะทรัพยากรที่ช่วยบริษัทสามารถผ่านเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองไปได้คือ “บุคคลากร” ไม่มีใครจะหยิบยื่นความเจริญของกิจการให้ได้ ต้องสร้างขึ้นมาเองด้วยบุคคลากรขององค์กร คนอื่นทำแทนไม่ได้ และในขณะเดียวกัน การมีชีวิตอยู่สำหรับมนุษย์คือการได้ทำงานอย่างมีคุณค่า เป็นที่ต้องการ และสามารถหาเลี้ยงตัวเองอย่างอิสระไม่เป็นภาระคนอื่น

 

พนักงานจะมีความสุขจากการทำงานได้ด้วย

1. ความสุขที่มีคนให้ความรัก
2. ความสุขที่มีคนชื่นชม
3. ความสุขที่ได้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น
4. ความสุขที่ตนเองมีความจำเป็นต่อคนอื่น

บริษัททำได้โดยการใส่ใจพนักงานแต่ละคนและทำความเข้าใจว่าแต่ละคนทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้ จึงปรับวิธีการทำงานให้เข้ากับเงื่อนไขของพนักงาน ออกแแบบงานให้เข้ากับความสามารถของคนและมอบหมายให้เขาทำงานที่ถนัด ช่วยให้พนักงานสามารถแสดงความสามารถออกมาได้เต็มที่

 

การตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ ต้องเกิดจากการมีมุมมองที่ถูกต้อง ไม่คิดแค่ว่า “ทำกำไรหรือไม่” หรือ “จะชนะบริษัทนั้นไหม” แต่เป็นการตัดสินใจที่อยู่บนฐานของความถูกต้องและจริยธรรม คำนึงว่าสิ่งที่จะทำนั้นถูกต้องหรือไม่ จะต้องตัดสินใจอย่างไรจึงเป็นประโยชน์กับพนักงาน ลูกค้า และชุมชน
ให้รู้จักมองว่าค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรนั้นไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการสร้างความสุขให้กับพนักงาน
กิจการจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมด้วยการสร้างความสุขให้กับพนักงาน กิจการที่ดีไม่ได้มีไว้เพื่อตัวกิจการเอง แต่มีไว้เพื่อความสุขของคนที่ทำงานให้กับกิจการนั้น

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอนโยบายบริหารกิจการที่น่าทึ่ง

นโยบาย#1 จะไม่ไล่ตามการเติบโตที่เกินตัว
นโยบาย#2 ไม่สร้างศัตรู
นโยบาย#3 ไม่ละเลยหรือเกียจคร้านในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งการเติบโต (ความยั่งยืน)
นโยบาย#4 จะไม่สังเวยใครเพื่อความสำเร็จ
นโยบาย#5 ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับโลกใบนี้

นี่จึงเป็นการนำเสนอแนวความคิดของการเริ่มต้นด้วยหัวใจที่ทำให้บริษัทไปได้ไกลกว่าลองคิดดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง
ไม่ใช่การปกป้องผู้อ่อนแอ แต่เป็นการสนับสนุนให้เขายืนให้ได้ด้วยตัวเอง คนที่ก้าวนำคนอื่น คนที่เป็นผู้นำ คือคนที่คำนังถึงผู้อื่นอย่างแรงกล้า

 

เป็นหนังสือที่เสนอแนวความคิดที่ดีมาก ถ้ามีแบบนี้กันมากๆ โลกจะน่าอยู่กว่านี้อีกไม่รู้เท่าไหร่
สิ่งที่พีคมากในหนังสือคือ กรณีศึกษาของบริษัทต่างๆ ที่ดำเนินธุรกิจโดยใช้หัวใจ มันเป็นแรงบันดาลใจที่ดีงามในโลกแห่งการแก่งแย่งเพื่อหนีจากการตกลงไปเป็นชนชั้นไร้ประโยชน์

ดีใจมากๆ ครับ ที่หยิบหนังสือกลับบ้านมาผิดเล่ม

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s