หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับประเด็นน่าคิด

เป็นหนังสือที่อ่านสนุกตามที่หลายๆ สำนักแนะนำเลย ทั่งอ่านสนุกและทิ้งประเด็นไว้ให้คิดตามอย่างเฉียบคม #Dave_Trott (ผู้เขียนหนังสือ เกิดเป็นกระต่ายต้องคิดให้ได้อย่างหมาป่า) เขียนหนังสือเก่งมาก คุณ #พราว_อมาตยกุล ก็แปลเก่ง ออกมาเป็นหนังสือที่ดีงามมาก

เพื่อความสะดวกในการกลับมาทบทวน จึงบันทึกการอ่านโดยรวบประเด็นเป็นข้อๆ ไว้ (บันทึกการอ่านช่วงหลังๆ นี้ ขอบันทึกเป็นแบบนี้ไปก่อนนะครับ)

  1. อย่าจมอยู่กับสิ่งที่ไม่ได้ทำ เพราะสิ่งสำคัญคือสิ่งที่เราลงมือทำ คิดให้มากว่าฉันยังทำอะไรได้บ้างและมีอะไรบ้างที่พวกเขายังไม่ได้ทำ และลงมือทำซะ
  2. คอมพิวเตอร์ไม่ใช่ของดีหรือของเลว มันแค่ไม่มีสมองแบบมนุษย์ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสมอง รู้จักใช้ความคิดและควบคุมความคิดของเราให้ดี การใช้เวลาใช้สมองคิดไตร่ตรองเป็นสิ่งคุ้มค่า แต่ก็ไม่มีสิ่งใดทำร้ายมนุษย์ได้เท่ากับความคิดที่ไร้การควบคุมด้วยเช่นกัน
  3. ยืนหยัดที่จะป่าวประกาศความคิดของตัวเองแทนที่จะมาเสียดายทีหลังว่าไม่ทำ การเสียใจภายหลังแย่กว่า
  4. โนเบลไม่อยากให้คนอื่นจดจำว่าเขาเป็นผู้คิดค้นอาวุธระเบิด เขาจะเป็นคนกำหนดเองว่าจะให้ผู้คนจดจำเขาเช่นไร เขาจึงตั้งรางวัลโนเบลขึ้นมา
  5. แค่ระบุว่าสิ่งที่เราอยากได้คืออะไร อยากได้สิ่งนั้นจากใคร และทำไมเขาจึงควรทำเช่นนั้น ถ้าทำแล้วเขาจะได้อะไร ไม่ต้องข่มขู่ ห้ามปราม หรือสั่งให้ใครทำอะไร แค่ออกแบบทางเลือกให้ใหม่ก็พอ และจัดการสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องการทางเลือกนั้น เราสามารถเปลี่ยนความคิดได้ด้วยการใช้วิธีการที่ต่างจากเดิม การตีกรอบความคิดเกิดจากการที่คนเราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางบริบทแวดล้อม ตั้งคำถามว่า กำลังอยู่ในบริบทไหน และอยากสร้างบริทบไหน เมื่อสามารถควบคุมบริบทแวดล้อมได้ ก็จะควบคุมการตัดสินใจของผู้คนได้ 
  6. คิดอย่างไร จึงจะสามารถเปลี่ยนปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ไปเป็นปัญหาที่เราสามารถหาทางออกได้ ไม่ยึดติดแนวทางเก่าๆ ไม่แก้ปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่ามันใช้ไม่ได้ผล เจาะลงไปให้ถึงต้นตอแล้วมองปัญหาในมุมมองใหม่ จงหาวิธีใหม่ หาวิธีที่ได้ผลจริงๆ ร้านขายดอกไม้ขายดีด้วยการคิดแบบนักล่า เปิดเกมรุกในขณะที่คู่แข่งยังไม่ได้ทำอะไร ปิดโอกาสของคู่แข่งก่อนด้วยการเข้าหาลูกค้าก่อนใคร หายนะคือของขวัญ มองให้เห็นโอกาส โอกาสหมายถึงการสร้างสรรค์ คิดให้ดีว่าเราจะทำอย่างไรหากเกิดปัญหาหรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นไปตามแผน
  7. เลิกทำงานแบบสุกเอาเผากิน หาวิธีทำงานที่ได้ผลลัพธ์เกินเป็นหมาย และเลิกทำงานอย่างคร่ำเคร่งแล้วเปลี่ยนมาสนุกกับมัน
  8. สิ่งที่รั้งเราไว้คือตัวของเราเอง เราถูกฉุดรั้งด้วยการเชื่อฟังกฏทุกข้อ และการใส่ใจทุกๆ รายละเอียดที่มากเกินไป ปัญหาไม่ใช่การคิดแต่เป็นการคิดที่มากเกินไป
  9. อย่าทำสิ่งที่พวกเขาต้องการ แต่ทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันเป็นไปได้ เราเลือกได้ว่าจะมองหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงทำมันไม่ได้ หรือเลือกที่จะหาทางว่าลงมือทำอย่างไรได้บ้าง การมองไปในทิศทางเดียวกันกับคนอื่นๆ มันก็ได้แค่งานที่เหมือนๆ กับคนอื่น การใช้คำศัพท์เฉพาะทางก็ตีกรอบความคิดของเราด้วย จงมองไปในทิศทางที่คนอื่นไม่ได้มอง การตั้งคำถามต่อหลักการต่างๆ การไม่ยอมรับความคิดเห็นของผู้มีอำนาจ ช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโต 
  10. คนมีอำนาจลงมือทำสิ่งต่างๆ ได้สำเร็จ เพราะพวกเขาไม่คิดที่จะขออนุญาตใครๆ เขาแค่เดินหน้าทำสิ่งที่อยากทำโดยไม่กลัวว่าจะต้องเป็นฝ่ายผิด เขาแค่เดินหน้าทำสิ่งที่ต้องการไปเรื่อยๆ ความเชื่อเกิดขึ้นเมื่อเราไม่รู้ ความเชื่อเกิดขึ้นก่อนที่เราจะใช้ความคิด และความเชื่อนั้นสามารถเคลื่อนย้ายได้แม้กระทั่งภูเขาทั้งลูก 
  11. ความมีวินัยไม่ใช่ศัตรูของความคิดสร้างสรรค์ แต่มันช่วยส่งเสริมทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่การสร้างสิ่งสวยงาม แต่เป็นการแก้ปัญหาด้วยวิธีการใหม่ๆ  ความคิดสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากความพยายามที่จะตอบโจทย์ยากๆ แต่เกิดจากการขุดลึกลงไปในปัญหาเพื่อหาคำตอบที่ต่างออกไปจากเดิม บ่อยครั้งที่การตีความโจทย์ใหม่ช่วยเราแก้ปัญหาได้ การตีความใหม่ช่วยเปลี่ยนปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้ให้กลายป็นสิ่งที่เราสามารถรับมือได้ ไม่ยึดติดอยู่กับการแก้ไขข้อด้อยของตัวเอง แต่เปลี่ยนมันให้เป็นจุดเด่นที่ไม่มีใครเทียบได้ เช่นเมื่อเราไม่มีเงินเราก็ใช้ความคิดสร้างสรรค์หาทางออก ไอเดียที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากับปัญหาแล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นโอกาส
  12. ตามธรรมชาติของมนุษย์เรามักทำตามคนอื่นๆ โดยไม่คิดพิจารณา ปฏิกริยาแบบพวกมากลากไปจึงทรงพลังมาก มันอยู่เหมือตรรกะ การตั้งคำถาม การโต้แย้ง การตั้งคำถาม และการใช้สามัญสำนึก จงหยุดทันที! ที่เห็นว่าตัวเองกำลังทำตามคนอื่นอัตโนมัติ ทันทีที่เราก้าวตามคนอื่นไป มันก็สายเสียแล้ว คนส่วนใหญ่มักไม่ใช้สมองทำงาน ไม่คิด เพราะเมื่อคิดมันจะมีความเสี่ยง จงเสี่ยงด้วยการคิด
  13. แทนที่จะบอกใครต่อใครว่าเป็นนักแสดงตลก ทำให้พวกเขาหัวเราะให้ได้เสียก่อน
  14. คนอื่นไม่ได้เลือกไอเดียของเราจากข้อดีของมันเสมอไป คนไม่ได้อยากได้สิ่งที่ไม่รู้ว่ามันสำคัญกับตัวเขาอย่างไร ต้องสร้างความต้องการด้วยการมีโจทย์เสียก่อนจึงจะขายคำตอบให้ หากไม่มีโจทย์ที่สร้างความต้องการ คำตอบใดๆ ก็ไม่มีค่า เรามักจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของวิธีนำเสนอ ให้วางแผนการนำเสนอให้ดี ใช้ประโยชน์จากการมองจากมุมมองของพวกเขา กลยุทธ์ดี สถิติถูกต้อง ยังไม่พอ ยังต้องมีวิธีการนำเสนอที่ดีด้วย อย่าโกหก แต่ให้บอกความจริงด้วยวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละคน การสื่อสารออกไปโดยคิดว่าทุกๆ คนเหมือนกับเรา มันจะเป็นได้แค่การคุยกับตัวเราเองเท่านั้น
  15. สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่าคุณพูดอะไร แต่สำคัญที่ว่า คุณพูดที่ไหนและพูดเมื่อไหร่ด้วย
  16. สิ่งที่เหนือกว่าการมีข้อมูลจำนวนมาก คือการใช้ข้อมูลนั้นอย่างชาญฉลาด
  17. เราไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้จนกว่าเราจะรู้ว่าตัวเราเองไม่รู้

 

อ่านแล้วทำให้อยากกลับไปอ่านหนังสือ “เกิดเป็นกระต่ายฯ” อีกรอบ น่าจะเก็บประเด็นความคิดได้ละเอียดกว่าเดิม มันดีงามทั้งสองเล่มเลย

 

Support This Blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s