บันทึกถึงการเปลี่ยนผ่าน 2018-2020

2018-2020 เป็นอีกช่วงปีของการเปลี่ยนผ่านตัวเอง
ระหว่างการเปลี่ยนผ่านนี้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายก่ายกอง บันทึกไว้ได้ไม่หมดไม่สิ้น
หลังจากประมวลผลตัวเองผ่านการยื่นแบบฯ ภาษี ได้หลักฐานเป็นตัวเลขยืนยันหลักการอะไรบางอย่าง
บันทึก:

  1. เป็นช่วงปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของตำแหน่งหน้าที่การงานจากที่มีห้วโขน ถอดหัวโขนออกกลับไปเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดา เดินออกมาจากที่แต่ละวันต้องบริหารทีมงาน ออกมาทำงานที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
  2. เปลี่ยนผ่านหน้าที่การงาน เดินออกมาจากงานที่เราถนัดที่สุดมาเป็นงานที่เราไม่ค่อยถนัดเลย
  3. เปลี่ยนจากที่เป็นคนสอนหนังสือ ก็เลิกสอนหนังสือแล้วกลับมานั่งเรียนหนังสือใหม่เสียเองอีกหลายวิชา … ตัวอย่างวิชาเหล่านั้นคือ Cryptoassets, Agile, เปียโน, ภาษาจีน, ทำอาหาร, คุมอาหาร ฯลฯ
  4. ขายทรัพย์สินชิ้นใหญ่ออกไป ลดความเสี่ยงจากการลดภาระหนี้สินและปรับพอร์ตสินทรัพย์ที่ถืออยู่ เลิกเล้นหุ้นไปกว่า 80-90% และยังมีรายได้รวมต่อปีที่ลดลงกว่า 30% (จากการเปลี่ยนงานในช่วง 2-3 ปีนี้)
  5. เปรียบเทียบตัวเลขจากแบบยื่นภาษีแต่ละปี พบว่ารายได้รวมทั้งปีลดลงมาเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2017 มาจนถึง 2020 (หลายคนในที่ทำงานเก่าคิดว่าเราลาออกเพราะได้งานมาที่รายได้ดีกว่า ตอนนี้เฉลยแล้วว่าตรงกันข้ามนะ) พบอีกว่าเมื่อรายได้น้อยลงกลับมีอัตราการเสียภาษีมากกว่าตอนที่มีรายได้มากกว่า ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะตอนที่มีรายได้สูงนั้นมีโอกาสที่จะทำนู่นนี่นั่นเพื่อลดหย่อนภาษีได้มากกว่า เมื่อเทียบกับตัวเองชัดๆ ทำให้ confirm สัจธรรมว่า คนที่มีเงินมากกว่ามีข้อได้เปรียบในการจัดการภาษี
  6. แม้รายได้รวมต่อปีจะลดลงอย่างมีนัยยะ เห็นตัวเลขสรุปแล้วตัวเองยังตกใจกับตัวเลขรายได้รวมที่ลดลงเลย แต่ที่ผ่านมา คุณภาพชีวิตของครอบครัวแทบไม่ได้แย่ลงเลย ยัง Support ครอบครัวได้เหมือนเดิม ยังออกเดินทางได้เท่าเดิมหรืออาจจะมากกว่า ยังได้ไปต่างประเทศ ยังมีเงินจ่ายค่าเรียนพิเศษให้เด็กๆ อีกทั้งยังมีลูกเพิ่มอีกคนด้วย ทั้งหมดดูที่บรรทัดสุดท้ายเรายังสามารถมียอดเงินบริจาคที่นำมาลดหย่อนภาษีได้เหมือนเดิม ในขณะที่มูลค่าทรัพย์สินรวมก็ไม่ได้ลดลง แม้จะมีการเปลี่ยนประเภททรัพย์สินที่ถือจากการจัดพอร์ตใหม่ (ซี่งก็ไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรเยอะให้หมั่นไส้นะ อย่าผิดประเด็น ใจความสำคัญคือการรักษา wealth ของครอบครัวไว้ได้ตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน) ที่เห็นและเป็นวันนี้เกิดจากการคิดวางแผนและลงมือทำต่อเนื่องมาใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
  7. ได้ข้อสรุปที่มีหลักฐานเป็นตัวเลขจากการยื่นภาษีว่า การจัดการค่าใช้จ่ายสำคัญกว่ารายได้ การเลือกว่าจะไม่มีอะไรสำคัญกว่าการเลือกว่าจะมีอะไร การจัดการให้เกิดการเปลี่ยนผ่านแบบนี้แม้จะเจ็บปวดอยู่บ้าง ต้องยอมละเลิกฐานะทางสังคมอยู่บ้าง แต่ผลที่สุดมันทำให้ความเสี่ยงทางการเงินของครอบครัวลดลงมากมาย พูดได้ว่าได้ผลคือทำให้เกิดภาวะที่เรากังวลเรื่องการเงินของครอบครัวน้อยที่สุดตั้งแต่เรามีครอบครัวมา
  8. ทั้งหมดนี้ มีพื้นฐานสำคัญอยู่ 2 ประการ ประการแรกคือความรู้ทางการเงินสำคัญที่สุด ไม่ใช่ความรู้แบบความรู้ในการวิเคราะห์การลงทุน แต่เป็นความรู้ในการจัดการเงินส่วนบุคคลและการบริหารความเสี่ยง โชคดีที่มีครูดีและได้อ่านหนังสือดี อีกประการคือการลงมือทำสำคัญมากกว่าความรู้เสียอีก การลงมือทำนั้นแหละเป็นความเจ็บปวดในตัวมันเอง ทั้งต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและทั้งต้องยืนหยัดกับคลื่นแห่งความคิดเห็นของคนที่ไม่ลงมือทำ
  9. ขนาดทำมาขนาดนี้แล้ว ก็ยังกังวลกับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศนี้อยู่ดี ขนาดที่เราลดความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่ลงมาขนาดนี้แล้ว ยังรู้สึกกังวลกับ Worst Case Scenario ของประเทศนี้ คนที่จะรอดไปต้องเหนื่อยสาหัสแน่นอนกับความพยายามในการจัดการการเงินและการรักษา wealth ของครอบครัวไว้ให้ได้ ไม่ต้องเอาสติปัญญาไปเสียให้กับเรื่องหาผลตอบแทนจากการลงทุนเลย เอาแค่การบริหารความเสี่ยงอย่างเดียวก็สาหัสแล้ว

บทเรียน:

  • วินัยและการจัดการความเสี่ยงสำคัญที่สุด
  • อ่านหนังสืออย่างเดียวไม่พอ มันผ่านแล้วผ่านไป ที่ต้องทำคือ อ่าน บันทึก ทบทวน และเลือกใช้
  • รู้แล้วไม่ทำเท่ากับไม่รู้
  • สังเกตเรื่องราวต่างๆ ระหว่างการเลี้ยงลูกให้ดี สิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างการเลี้ยงพวกเขามีค่ามาก และหาจากที่ไหนไม่ได้อีก

 

ณ จุดที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ยุคสมัยของ COVID-19 สิ้นไตรมาสแรกของ 2020
หลังจากที่ผ่านไปได้ เราจะมองกลับมาที่ตรงนี้อีกครั้ง คงได้ lesson learned อีกมากมาย
แต่ตอนนี้ ต้องผ่านไปให้ได้ก่อน! #ThisShallTooPass

 

 

Support This Blog

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s