Category Archives: เวิ่นเว้อ

พอดีคำ

ในวันที่พอมีเวลาที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ
เวลาที่พอจะมีให้อ้อยอิ่งกับความเป็นจริงอยู่ได้บ้าง
กินข้าวให้ช้าลง บังคับตัวเองให้กินช้าลง ทำอะไรให้ช้าลง ด้วยการอ่านหนังสือไปด้วยในระหว่างที่กินข้าว
กินไปด้วยอ่านไปด้วย ที่เคยถูกผู้ใหญ่ดุว่าอย่าทำ
อ้างไป… อายุมากแล้วไม่เป็นไร
อ่านไปด้วยกินไปด้วย จะกินช้าลง เคี้ยวช้าลง ระยะห่างระหว่างแต่ละคำนานขึ้น อิ่มเร็วขึ้น และคิดมากขึ้น

เราสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องใช้อะไรเยอะเลย หลักการนี้ยิ่งเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราอยู่ห่างจากสังคม (เมือง) มากขึ้นเรื่อยๆ
ใช่ บางครั้งการที่ต้องอยู่ในสังคมเมือง มันคล้ายมีสภาพบังคับเราต้องมีต้องใช้มากขึ้น

ทบทวนไหม เราต้องมีต้องใช้ขนาดนั้นไหม
เราทบทวนความสุขของเราบ่อยแค่ไหน
เราต้องมีเท่าไหร่ถึงจะพอ

บ้างก็มีคนตั้งข้อสังเกต ว่าต้องมีพอเผื่อสิ่งนั้นสิ่งนี้ ต้องมีให้มากพอ
แต่ พอแค่ไหนถึงจะพอ

#แค่พอดีคำ

Advertisements

บันทึกเดือน 6 ปี 2018

6 มิ.ย. 18

กำลังคิดจะแปลหนังสือเรื่อง Cryptoassets เล่มหนึ่งออกมาทีละตอน
ถ้าเอาชนะใจตัวเองได้เมื่อไหร่ คงได้เห็นกันนะฮะ #แปะไว้เพื่อpushตัวเอง

8 มิ.ย. 18

หลังจากที่ได้เรียนเรื่อง Market Timing ในการ Long/Short Risky Asset จากครูบาอาจารย์มาเกือบยี่สิบปี
มาวันนี้ พบว่า Market Timing ที่จะเข้าไป Long Bitcoin คือให้ดูเอาวันธงชัยเป็นหลัก (แล้วให้ไปทำบุญให้เยอะหน่อย)

10 มิ.ย. 18

พอกลับมานั่งในห้องเรียน โรงเรียนเก่า (ประชุมผู้ปกครอง)
สิ่งที่ทำคือนั่งโยกขาเก้าอี้ จากสี่ขาเหลือนั่งสองขา

แหม! เผลอทำเองโดยสัญชาตญาณเลย
ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี ไม่ว่าจะโดนครูดุมาแล้วกี่มากน้อย กลับมานั่งปุ๊บ โยกขาเก้าอี้ปั๊บเลย

ถถถ กมลสันดานจริงจัง

11 มิ.ย. 18

โปรแกรม A1: สุ่ม trial & error หาคำตอบออกมาเรื่อยๆ
โปรแกรม A2: ตรวจคำตอบจากโปรแกรมของ A1 ว่าคำตอบที่สุ่มออกถูกต้องกว่าคำตอบที่ถูกสุ่มออกมาก่อนหน้ามั้ย เก็บคำตอบที่ถูกต้องกว่าเอาไว้
ทำซ้ำ A1-A2 ไปเรื่อยๆ

โปรแกรม B1: สุ่ม trial & error หาคำตอบออกมาเรื่อยๆ
โปรแกรม B2: ตรวจคำตอบที่สุ่มออกเป็นคำตอบที่เหมาะสมกว่าคำตอบที่สุ่มออกมาก่อนหน้ามั้ย เลือกเก็บคำตอบที่เหมาะสมกว่าเอาไว้
ทำซ้ำ B1-B2 ไปเรื่อยๆ

ด้วยการทำซ้ำที่มากพอ ไม่ว่ามนุษย์หรือคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำ problem solving, optimization, และเรียนรู้จากมันได้

เพียงแต่
1. มนุษย์มีเวลาไม่พอ
2. มนุษย์มีความอดทนไม่พอ
3. มนุษย์ขี้เกียจเรียนรู้

และการทำซ้ำ คอมพิวเตอร์สามารถทำได้เร็วกว่า
ในเวลาที่เท่ากัน ในความอดทนที่เท่ากัน คอมพิวเตอร์สามารถทำซ้ำได้จำนวนมากกว่ามากๆ
และคอมพิวเตอร์มีเวลามากพอ คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักการเลิกก่อนที่จะทำเสร็จ และคอมพิวเตอร์ไม่รู้จักขี้เกียจ

12 มิ.ย. 18

ฝันถึงครูอีกแล้ว
นั่งคุยกับครู ได้ยินเสียงครู ครูเตือนสติ
ครูบอกว่า บางทีมนุษย์เราก็ไม่รู้ว่าอะไรที่มีค่า… แล้วเราก็ลืมตาตื่นขึ้นมา
พยายามทบทวนคำพูดที่ครูพูดกับเรา เมื่อกี้นี้ ก่อนเราลืมตาขึ้นมา
แล้วทบทวนตัวเองอีกที เช้าวันใหม่

คิดถึงครู แปลกดีไหม อีกไม่กี่วันจะมีไหว้ครู

เสาร์ที่ผ่านมา
ปริณมีเพื่อนใหม่มาเรียนด้วย เริ่มต้นด้วยการที่สาวน้อยกอดติดคุณแม่ ไม่ยอมมาเรียนร่วมกับเพื่อนๆ สักพัก พ่อแอบส่องดูลูกสาวตามปกติ เห็นสาวน้อยเพื่อนใหม่ยอมมาเรียนร่วมกับเพื่อนๆ โดยเฉพาะเดินเข้าไปยิ้มพูดคุยกับปริณ คุณแม่ท่านนั้นออกมาเล่าว่าสาวน้อยชื่อปริณมาชวนลูกสาวคุยและชวนไปเรียนด้วยกันพร้อมกับจูงไปเรียน เลยยอมไป

เช้านี้
เมื่อขึ้นชั้นใหม่ ก็ย้ายห้องใหม่ เจอเพื่อนใหม่
ที่หน้าประตูโรงเรียน พ่อพาปริณมาถึง ส่งปริณเข้าโรงเรียน มีสาวน้อยเพื่อนใหม่คนหนึ่งเดินมาถึงก็เข้ามายิ้มให้แล้วจูงมือปริณ ปริณหันหน้ามาลาพ่อแล้วก็เดินเม้ากับเพื่อน เข้าโรงเรียนไปพร้อมกัน

ลูกยังสอนพ่ออยู่เรื่อยๆ

13 มิ.ย. 18

ไปสมัครเป็น eCitizen ของประเทศ Estonia มั้ย?

เค้าไม่สัญจรขุดโครงเก่าๆ ของนครสวรรค์-อุทัย มาโชว์ ไม่เอาเด็กมาพูดภาษาอังกฤษโชว์ แต่เค้าใช้ e-cabinet กับ government cloud ไปเล้ยยย
แล้วเค้าก็ claim กันเก๋ๆ ว่า with this network technology, it is impossible for government to lie to its citizens นาจา

พีคเหนือพีค คือ “with Estonia’s cybersecurity, history cannot be written!”
สุดมาก!

“Government is not the solution to our problem, government is the problem.” Ronald Reagan (1981)

14 มิ.ย. 18

Someones กำลังจะเสนอชื่อทรัมป์รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการทำข้อตกลงที่สิงคโปร์เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา
คงจะประมาณว่านับถือที่พี่แกยอมถอยตั้งหลายก้าวเพื่อแถลงการณ์ร่วมฉบับนั้น ไม่สมกับเป็นทรัมป์เลย ไรงี้? ใช่เหรอ? #ดราม่าฝรั่ง

15 มิ.ย. 18

เมื่ออรชุนจะออกรบเริ่มต้นสงครามที่ทุ่งกุรุเกษตร กวาดสายตามองออกไปในสนามรบก็เกิดความประหวั่นลังเล คิดยอมถอยเพื่อยับยั้งสงคราม
กระทั่ง พระกฤษณะต้องมาให้เหตุผลถึงความจำเป็นต้องทำสงคราม ออกมาเป็น “คัมภีร์ภัควคีตา”
ในที่สุดอวตารของพระนารายณ์ก็ชี้นำให้เกิดมหาสงคราม มหาโศกนาฏกรรม

ตัวอย่างการยับยั้งชั่งใจครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ก่อนจะตัดสินใจ และการให้เหตุผลเพื่อ Convince การตัดสินใจลงมือกระทำ
ทุกครั้งที่เป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต พึงระลึกถึงเหตุการณ์นี้ในมหากาพย์

17 มิ.ย. 18

มีคนพูดบ่อยว่า “ลูกโตแล้วสบายแล้ว” “เดี๋ยวเข้าโรงเรียนแล้วก็สบาย” “พอเข้าประถม/มัธยมแล้วพ่อแม่ก็มีเวลา”
ตรรกะนี้ไม่เคยจริง อย่างน้อยก็จากประสบการณ์เราเอง
เด็กโตขึ้น วัยเปลี่ยน เรื่องราวก็เปลี่ยน
ปัญหาเดิมอาจคลี่คลายไป แต่เราจะเจอปัญหาใหม่ในวัยใหม่ของเขา เสมอ

#ในบ้านที่มีGenXGenZGenAlphaอยู่ด้วยกัน

ไว้พบกัน

คิดถึงแต่ไม่ฟูมฟาย เสียดายแต่เข้าใจ

เป็นทั้ง สถานบำบัด, หลุมหลบภัย, โรงเรียน, สถานบ่งเพาะความเป็นตัวฉัน, ที่นัดพบ, ที่นั่งซบแฟน, ที่รอแฟน, ที่อาละวาด, ที่อยู่ระหว่างบ้านกับมหาลัย, ที่อยู่ระหว่างความจริงกับความฝัน ระหว่างความเหงาและความรัก, และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เธอ

ฉันจริงจังกับเธอครั้งแรกเมื่อปลายๆ ม.3 สินะ เมื่อฉันก้าวสู่การกวดวิชาที่ pep และกินข้าวเที่ยงราคาประหยัดแต่ทำร้ายร่างกายที่ดู๋ดี๋ (แม้ก่อนหน้านั้นเราจะเคยเจอกันมาก่อนจากการที่พ่อแม่พาฉันไปรู้จักกับเธอ ก็ตาม) จากนั้นก็อยู่กับเธอเรื่อยมากระทั่งเรียนจบ ป.โท
มีบ้าง บางทีฉันก็มีเบื่อเธอ หนีไปนั่งพักพิงกับบันไดฝั่งตรงข้ามบ้าง แต่ก็แทบทุกวันที่เราได้ทักทายกัน

เธอ ผู้ซึ่งถมความอ้างว้างของสยามสแควร์ด้วยความอ้างว้างของเธอ สยามจะไม่เหงาเท่านี้อีกแล้ว เมื่อปราศจากซึ่งความเหงาจากเธอ

เธอ ผู้ซึ่งตระหง่านความเหงา ประจันหน้ากับความทันสมัยของสยามเซ็นเตอร์ แล้วก็มามีดิสคัฟเวอรี่ เพียงถนนกั้น ท้าประจันกระทั่ง ทั้งสองเองก็กลับกลายจากทันสมัยเป็นล้าสมัยไป แต่กับตัวเธอเองและพี่น้องของเธออีกสองคนทางฝั่งนี้ ล้วนกลับกลายเป็นร่วมสมัย

ฉันยังจำวันนั้น วันที่เธอประสบภัยอัคคี ฉันนั่งมองดูเธอจากบันไดฝั่งตรงข้ามในวันที่เธอซ่อมแซมร่างกายหลังประสบภัยนั้น
กระทั้งเธอกลับมา และอยู่มาจนได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ของสยามแสควร์…รถรางบนที่สูงกับสถานีของเขา

ฉันจะไม่ลงรูปของเธอตรงนี้ดอก ไปหาดูเอาเองเถิด มีผู้คนมากมายลงรูปของเธอเพื่อไว้อาลัยในช่วงเวลานี้
มันคงดูเป็นการกล่าวลาแบบจงใจหากฉันลงรูปเธอด้วยอีกคน
ท่ามกลางตัวหนังสือที่ไม่ปะติดปะต่อ ขาดวิ่น เธอยังคงชัดเจนอยู่ความทรงจำ ฉันสงวนพื้นที่ตรงนั้นไว้ให้เธอ
หลังจากวันนี้ไป เราจะได้พบกันอีกเสมอๆ ตรงพื้นที่ตรงนั้น

ส่วนที่ตรงนี้ ฉันเก็บไว้ให้กับรูปของพี่น้องของเธอก่อนละกัน
เพื่อว่า ความไม่ปะติดปะต่อทั้งมวลนี้ จะรักษามวลอารมณ์ความเหงาอันมีเสน่ห์ของเธอไว้ได้

31 พ.ค. 2561 #จนกว่าจะพบกันใหม่

แก่แล้วสบายๆ 

ข้อดีของการอายุเยอะแล้ว…  

1. แต่งตัวไป อยากใส่อะไรก็ใส่ไป ใส่ตามใจตัวเองได้เต็มที่ เอาที่สบายเลย เพราะไม่ค่อยรู้สึกรู้สากับความคิดเห็นใดๆ ของใครๆ กางเกงยีนส์ เสื้อแจ็คเก็ต ใส่ซ้ำไม่ซักติดต่อกันไปเดือนๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร (เมียก็บ่นจนเลิกบ่นไปแล้ว) 

 

2. วันๆ นึงจะกินกาแฟสักกี่แก้ว ก็กินๆ ไป ไม่ต้องไปขออนุญาตใคร และกินไปเท่าไหร่ๆ กรูก็หลับได้อยู่ดี 

 

3. ดูหนัง อ่านหนังสือ จะเอาสักเท่าไหร่ ก็ซัดไปได้เต็มที่เท่าที่จะไหวเลยจ้า จะดูน็อครอบ อ่านยันเช้า ก็ทำไปเท่าที่จะถึงพีคของร่างกาย หรือถึงมันจะเลยพีค มันก็แค่ป่วย อันนี้ลูกเมียก็ระอาจนเลิกบ่นไปแล้วเช่นกัน 

 

4. บางวันก็เป็นคนเรียนหนังสือ บางวันก็เป็นคนสอนหนังสือ บางวันก็เป็นคนสอบคนมาสอนหนังสือ วนๆ ไปได้เนียนๆ ไม่รู้สึกสะดุด หรือแปลกอะไร เพราะวนไปวนมาเป็นสิบปี เลยกลายเป็นชีวิตปกติ 

  

5. พออีตอนสอนหนังสือ ลูกศิษย์แอบเอาไปนินทาว่า “He’s so old-fashioned!” ก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร เออเพราะกรูแก่พอแล้วไง 555 รับได้ แล้วจัดวิธีแสดงวิธีทำแบบยุค ’80 ให้กะลูกศิษย์เพิ่มเติมไปอีก มันส์โคตร จัดไปเลยจ้าทำโจทย์เลข-ฟิสิกส์ แสดงวิธีทำไป 4-5หน้ากระดาน 

 

6. มีคอนเสิร์ต ReUnion สารพัด ให้ดูตรึมเลยจร้า ถ้าไม่มีจริง ก็กดดู โลกดนตรีหรือเจ็ดสีคอนเสิร์ตในยูทูปสิจ๊ะ 

 

7.  เลอะๆ เลือนๆ บ้าง ขับรถแตะกำแพง เกยฟุตบาท สะกิดมอไซต์ คนโดยสารในรถ ก็มีหน้าตาเลิ่กลั่ก อีไข่คนขับก็… ใจร่มๆ เอ่ยออกไปเสียงดังฟังชัดว่า “กันชนก็มีไว้กันชนไง” 

 

#อายุเยอะแล้วดียังไง #ยกมือตอบ 

My 15 Facts

ได้เวลาชดใช้คำท้าแล้วสินะ…

IMG_0308-1.JPG

จริงๆ เค้าท้ามาให้เขียน 20 ข้อ แต่ถ้าไม่ขบถสักหน่อยก็ไม่ใช่แระ เอาไป 15 พอ

1. เกิดวันอาทิตย์ เที่ยงวัน ในหน้าร้อน ในปีที่แม่เล่าว่าร้อนมากกว่าหลายๆ ปีรอบๆ ตัวมัน … คงอธิบายตัวมันเองได้กระมัง ว่าเป็นคนใจร้อนถึงร้อนมาก เข้ากับอากาศร้อนมากได้ดี แต่ก็เข้ากับอากาศหนาวได้ดีเช่นกัน ดูได้จากเวลาขึ้นเขาเข้าป่า อากาศเย็นจัด คนอื่นหนาว แต่เราร้อนรุ่มอยู่คนเดียว ตลอดเวลา จนได้เข้าใจศาสนาพุทธนี่แหละจึงดีขึ้น

2. เป็นลูกชายคนโตของบ้าน หลานชายคนโตของตระกูล มีเมีย เมียก็เป็นลูกคนโตของบ้านอีก … เอิ่ม! อีทีนี้ก็เลยชินกับการเป็นพี่มากกว่าเป็นน้อง เลยทำให้มีนิสัยชอบดูแลคนอื่นมากกว่าชอบให้คนอื่นดูแล แล้วก็ ชินกับการเป็นคนจัดการมากกว่าการเป็นคนถูกจัดการ … อีแบบนี้ก็เลยก็เลยทำให้ตัวเองมีภาวะความอดทนต่ำ ที่มักจะทนกับสภาพอะไรบางอย่างที่ตัวเองรู้สึกว่ามันงี่เง่าๆ ไม่ได้แล้วก็แพ้ภัยตัวเอง ต้องลุกขึ้นมาอาละวาดเปลี่ยนแปลงมันทุกครั้งไป รวมทั้งครั้งล่าสุดนี้ด้วย ซึ่งหลายๆ ครั้ง พออาละวาดทีก็เจ็บตัวที เป็นเช่นนี้ร่ำไป

3. ตอนเด็ก เป็นเด็กขี้เกียจเรียน ขี้เกียจทำการบ้านมาก มือไม้อ่อน เรียนอ่อนมาก โดนครูทำโทษหนักด้วยเหตุที่ไม่ได้ทำการบ้านไปส่ง เวลาเรียนอยู่ในห้องก็ตามเพื่อนๆ ไม่ทัน ไม่เข้าใจว่าเค้าทำอะไรกันในโรงเรียน โรงเรียนประถมต้นเป็นโรงเรียนเอกชนมีชื่ออยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา วันๆ อยู่ในห้องเรียน ก็เอาแต่เหม่อมองเรือที่วิ่งบนแม่น้ำทั้งวัน แล้วมันจะมีตัวหนังสืออะไรเดินเข้าไปในหัวมันได้ (เรื่องนี้ยังเป็น Fact ที่แม่เองก็อาจยังไม่รู้นะเนี่ย ว่าลูกชายตัวดีเข้าห้องเรียนไปนั่งดูแม่น้ำทั้งวัน) ในตอนนั้น เราเข้าใจว่าตัวเราเองเป็นเด็กหัวไม่ดี เรียนไม่เก่ง

4. ชีวิตนี้ได้ดีเพราะเป็นศิษย์มีครู ตั้งแต่ครูคนแรกของชีวิตคือคุณพ่อคุณแม่ ครูในโรงเรียน ครูในมหา’ลัย ครูในที่ทำงาน และครูในชีวิตจริง … นี่คือเรื่องที่โชคดีที่สุดในชีวิต การได้ครูดี ทำให้ศิษย์ประคับประคองชีวิตตัวเองมาจนถึงวันนี้ได้ … ตอนเรียนก็ไม่รู้หรอก แต่พอออกมาในชีวิตทำงานจึงพบว่า ที่เราเข้าใจแล้วสามารถประยุกต์มาใช้ได้เยอะนี้ ก็เพราะได้รับการสอนมาดีมาก ความดีทั้งหมดของเราคือคุณความดีของครูทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแล้ว … ที่อยากเล่า ก็คือ ครั้งหนึ่งเคยได้รับความเมตตาจากครูสอนให้เรารู้จักคำว่า ‘ชุ่ย’ โดยที่ครูตำหนิเราว่า ‘ชุ่ย’ ตั้งแต่นั้นความ ‘ชุ่ย’ ของเราหายไปจากตัวอย่างน้อยๆ 60-70% มันเป็นเรื่องลึกซึ้งของเจตนาดีของครูที่มีต่อศิษย์ ท่านสอนให้เรารู้ว่าจงอย่าชุ่ย ในโลกนี้จะมีครูสักกี่คนที่ตำหนิด้วยเจตนาดีที่ลึกซึ้งได้เพียงนี้ บุญสักเพียงใดที่ได้ครูแบบนี้ วันนี้อยากจะกลับไปไหว้ท่าน ท่านก็ไม่อยู่แล้ว ได้แต่อาศัยผลผลิตความดีที่ท่านทิ้งไว้ในตัวเรา ประกาศว่าเป็นคุณความดีของคุณครูทั้งหลายเหล่านั้น

5. กล่าวถึงสถาบันบ้าง … นอกจากสถาบันครอบครัวแล้ว ชีวิตนี้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้ก็เพราะสถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักยิ่งทั้งสองแห่ง ทั้งอัสสัมชัญ และ จุฬาฯ ทุกวันนี้ที่มีปัญญาหาเลี้ยงครอบครัวได้ ก็เพราะกำลังที่ได้มาจากทั้งสองแห่งนี้ทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เพราะได้แม่และพ่อเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญที่สุดจึงได้มาพึ่งใบบุญของทั้งสองแห่งนี้

6. เริ่มจากหนังสือการ์ตูน อ่านจนไม่มีปัญญาซื้ออ่าน ก็เปลี่ยนไปเช่าอ่าน เช่าอ่านไปจนอ่านเกือบทุกเรื่องในร้าน ก็ขยับไปอ่านเทพนิยาย นิยาย นิยายไทยร่วมสมัย นิยายไทยย้อนยุค นิยายแปล นิยายฆาตกรรม มาจนนิยายกำลังภายใน พุทธประวัติ งานเขียนท่านพุทธทาส อ่านสามก็กครบสามรอบตั้งแต่มัธยม ห้องสมุดคือหลุมหลบภัยของชีวิตเลย สนิทกับครูบรรณารักษ์มากจนกระทั้งวันนี้ก็ฝากท่านช่วยดูลูกชายตัวดี เราได้อ่านหนังสือในห้องสมุดเยอะมาก มากซะจนกระทั่งได้รับรางวัลนักอ่านดีเด่นของโรงเรียน ซึ่งถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีจัดอยู่ปีเดียวแล้วเราก็ได้มาเป็นรางวัลที่1 รางวัลที่ได้หนึ่งในนั้นคือนิยายเรื่องจักรยานสีแดง ซึ่งเราอ่านจบไปก่อนมอสทาทาจะมาเล่นในอีกเกือบจะสิบปีถัดมา ทั้งหมดที่อ่านมานี้มันก็ตกผลึกอยู่ในนี้แหละ บางทีที่มันออกมาช่วยชีวิตเราเอาไว้ มันก็มาจากไอ้ที่อ่านเอาไว้ตอน ป.6 อะไรประมาณนั้น สุดท้ายมันก็คืออาการเสพติดการอ่านที่เป็นมาตลอดทั้งชีวิต อ่านหนังสือจำเป็นต่อชีวิตพอๆ กับการกินข้าวเลย

7. ร่วมสมัยมากับ Computer แม้ว่าจะไม่ค่อยทันกระดาษเจาะรู แต่จากนั้นก็เหมือนโตมาด้วยกัน แม้จะไม่ได้ตั้งใจจะแบบนั้นก็เหอะ ใช้จอ Monior มาครบทุกแบบ ตั้งแต่ Monochrome จอเขียว มา VGA ขาวดำ มา VGA จอสี แล้วก็เรื่อยมาจนถึงตอนนี้ เอิ่ม ยังจะเหลือใครรู้จัก Monochrome Monitor จอเขียวบ้างมั้ยเนี่ย ตอนนั้นขั้าพเจ้าก็ใช้มันเรียน dBase 3+ กับ Lotus123 แล้ว ไม่อยากจะเล่าเลยว่านั่นมันคือก่อนจะมี CU Writer (สุดยอด Word Processor ของประเทศไทย ก่อนที่จะล่มสลายไปเพราะการเกิดขึ้นของ MsOffice) ตั้ง 2-3 ปี เอ่อ… คือยังไม่ได้แก่มากนะครับ แต่ว่าได้เรียน Computer เร็ว ได้เรียนมาตั้งแต่ประถมเท่านั้นเอง ก็อย่าที่เขียนไว้ในข้อ4 ครับ ว่าเราได้ครูดี ถ้าวันนี้เปิด dBase มา ข้าพเจ้าก็ยังสามารถสร้างฐานข้อมูลให้ได้นะ 555 ถ้ายังหาได้ ทั้งหมดนี้ก็ด้วยความรู้ที่ครูสอนมา .. ต่อมาพอคณะวิศวะฯ คอมฯ จุฬาฯ พยายามวางมาตรฐานวิชา Computer ในการเรียนในระดับก่อนอุดมศึกษา เราก็เป็นเด็กอัสสัมที่มาสอบผ่านได้ Certificate ความรู้ Computer เป็นรุ่นแรกๆ ทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้เลย แต่ตั้งแต่ได้ Certificate นี้มาก็ไม่เคยได้เอาไปใช้อะไรที่ไหนเลย เพราะสมัยนั้น Computer เป็นเรื่องใหม่มากๆ สำหรับโรงเรียนระดับประถมศึกษาในประเทศไทย ต่อมาพออยู่ ม.ปลาย ก็สอบผ่านคอมพิวเตอร์โอลิมปิครอบคัดตัวรอบแรก แต่ก็ตัดสินใจเปลี่ยนแนวเพราะไม่อยากจมอยู่หน้าคอม แล้วยังไงต่อ … แล้วก็มาได้รางวัลรองชนะเลิศเขียนโปรแกรมภาษา Pascal ตอนชั้น ม.5-6 … แล้วก็พยามยามเบี่ยงออกไปอีก ไปเรียนเครื่องกล สุดท้ายเป็นไงหล่ะ … พอมาทำงานแบงค์ก็ต้องมาเขียนโปรแกรมให้ User ใช้อีก เพราะดันมาทนระบบเฮงซวยของ IT ไม่ได้ ไล่ไปไล่มา ชีวิตมันก็ตลกดีนะ

8. ขออีกทีเหอะ ยกย่อง กิมย้ง, โกวเล้ง, อาการ์ธา คริสตี้, พนมเทียน มากอ่ะ ทำได้ไงอ่ะ แต่งนิยายได้ขนาดนี้ อ่านซ้ำไปซ้ำมา มากกว่า 3รอบแล้ว ก็ยังหยิบมาอ่านได้อีก สนุกทุกครั้ง ได้ความคิดจากการอ่านทุกครั้ง

9. มีวงบอยแบนด์ที่ชื่นชอบอยู่วงหนึ่ง วงนั้นคือ … NKOTB หรือ New Kids on the Box (อ๊าย!!! เขียนมาถึงตรงนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเกย์เฒ่ายังไงก็ไม่รู้) ไม่รู้จักกันแน่เลย Single ที่ฮิตๆ ก็มี “Step by Step” “Cover Girl” อะไรประมาณนี้ มีเทปครบนะ (แม้ว่าจะเป็นของปลอมก็เหอะ) ร้องได้เกือบหมดเหมือนกัน ต้องโทษไอ้เพื่อนรักที่ดันมา Build ให้ชอบวงนี้! “Please don’t go, girl….”

10. สมัย ม.ปลาย เป็นเด็กที่เก่งวิชาในสายคำนวณ (แหงแหละ วิดวะนิ) แต่เราชอบวิชาชีวะมากนะ ทุกวันยังติวชีวะให้เด็กได้อยู่นะ ลองมะ? เคยสอบได้ท็อปชีวะด้วย แต่รู้สึกผิดเพราะเหมือนไปทำให้เพื่อนรักผิดหวัง จากนั้นเลยเอาดีเฉพาะที่จำเป็นก็พอ

11. ทุกวันนี้ที่ชอบวรรณกรรม และการเขียนหนังสือ นอกจากความเป็นหนอนหนังสือส่วนตัวแล้ว เป็นเพราะได้ครูดีตอนมัธยมด้วย ได้เคยอยู่ชมรมวารสาร ได้เคยฝึกเขียนบทความลงวารสาร ฝึกเขียนบทความสั้นๆ ในสมัยเรียน ทักษะนี้เองกลายเป็นทักษะในการเขียนรายงานและทักษะในการสื่อสารทุกวันนี้ ขอบคุณคุณครู (อีกแล้วครับ)

12. เคยไปเรียนพิเศษที่ PEP สยามด้วยนะ โอ้ว! ใครเกิดทันบ้าง 555 ตอนหลังก็มาพบว่าเรียนที่เดียวและรุ่นเดียวกับคุณภรรยาด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จักกัน

13. เด็กๆ เป็นเด็กขี้อายมาก … แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจทำให้เปลี่ยนไปอีกแบบเลย กลายมาเป็นคนที่ใจร้อนมาก ตอนเป็นวิศวกรโรงงาน ก็เคยเตะเก้าอี้ใส่ผู้จัดการโรงงานชาวญี่ปุ่นมาแล้ว ทุกวันนี้ได้อายุที่มากขึ้นช่วยชีวิตไว้ เพราะฉะนั้น ไอ้วันนั้นที่ไปตบโต๊ะในห้องประชุมตอนที่รำคาญพวก IT ที่งี่เง่าๆ นะ แล้วอาละวาดออกไปนั้นอ่ะ เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับวีรกรรมสมัยรุ่นๆ หน่ะ … แหลกเหอะ

14. เป็นคนที่โชคดีที่ได้รู้จักการเดินทางมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อคุณแม่พาเดินทางทั่วประเทศไทยมาแล้วตั้งแต่ยังเดินไม่ได้ครับ ดังนั้นบ้านนี้จึงเป็นเช่นนี้ เรามีความสุขกับการอยู่ห่างจากเมืองมากกว่าอยู่ในเมือง ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเลย

15. ไม่เคยเชื่อในเรื่องการมีความสุขในการทำงานประจำเลย จนกระทั่งได้มาทำงานที่ทิสโก้นี่แหละ มันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วจริงๆ กับความรู้สึกที่อยากมาทำงานทุกวัน รีบมาแต่เช้า เสาร์อาทิตย์ ก็มาได้ทุกวัน มีความสุขมาก เหมือนไม่ได้ทำงานเลย เหมือนได้อยู่กับครอบครัวตลอด ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆ เลยจริงๆ แต่อย่างว่าแหละ ทุกสิ่ง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

พอแค่นี้ละกันนะ ^_^

บันทึกมหาภารตะ – นี่คือสิ่งสำคัญ

ดูก่อนอรชุน 

จากการติดตามการรบของพี่น้องของท่านที่ทุ่งกุรุเกษตร มาหลายวันแล้ว เราได้ตระหนักประเด็นสำคัญว่า… 

 

1. สุดยอดแห่งกลยุทธ์ที่ต้องเรียนรู้ให้แตกฉานเสียก่อน ก่อนจะเรียนอย่างอื่นคือ ‘การหนี’ ถ้าสู้ไม่ได้ก็ต้องหนี ก่อนจะสู้กะชาวบ้านเขาได้ควรต้องหนีเป็นเสียก่อน สู้ไม่เก่งแต่หนีเก่ง ก็อยู่ได้จนถึงวันสุดท้าย ส่วนคนที่สู้เก่งนั้นตายไปตั้งแต่วันแรกๆ 

 

2. ถ้าเราไม่เป็นนักรบ รบเพื่อความเป็นธรรม ดั่งเหล่าพี่น้องปาณฑป เราอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความยุติธรรม สู้ตายเพื่อความเป็นธรรม เรามีหน้าที่ทำมาหากินสุจริตแล้วพาตัวเองกลับไปให้ถึงบ้านทุกวันเพื่อกลับไปหาครอบครัว 

 

… อื่นๆ อีกมากมาย

ราคาของบทสนทนา

ซื้อกาแฟกินที่ร้าน นอกจากกาแฟคือการคุยกับคนชงกาแฟและพนักงานที่ร้าน 

ชอบกาแฟที่ร้านไหน ไปให้เขาจำเราได้ ราคาค่ากาแฟชงสดที่ต้องจ่ายทุกวันเป็นที่ฟุ่มเฟือยอยู่ บางทีสิ่งที่ได้มาคือบทสนทนากับพนักงาน-คนชงกาแฟ-เจ้าของร้าน 

 

“แก้วนี้ไม่ต้องจ่ายแล้วนะครับ ประทับตราครบได้ฟรีหนึ่งแก้ว” “ยังไม่แลกอ่ะครับ” “ใช้ครั้งถัดไปก็ได้ค่ะ” “ไม่ใช้ครับ ผมจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ” – เค้ายิ้ม เรายิ้มมมมม  

เสียสิทธิ์ แต่ได้บทสนทนาดีๆ 

 

“สวัสดีค่ะ วันนี้หยุดเหรอค่ะ” “ครับ” “มีกาแฟอีกตัวนึงราคาถูกกว่าเข้มน้อยกว่า แต่คุณน่าจะชอบ ลองเปลี่ยนมั้ยค่ะ” “ได้เลยครับ” 

 

“ขอโทษนะครับ เด็กๆ เค้าวุ่นวายกันไปหน่อย” “ไม่เป็นไรเลยครับ น้องๆ เค้าชอบหนังสือกันเหรอครับ ตรงโน้นมีอีกนะครับ ไปหยิบมาอ่านได้เลยนะครับ”  

 

“ไม่ได้แวะมานานเลยครับ ช่วงนี้ยุ่งๆ” “เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ร้านมีลูกค้าเยอะเลยวุ่นวายสักหน่อย คุณไข่มาอาทิตย์นี้ดีแล้วค่ะ ไม่วุ่นเท่าอาทิตย์ที่แล้ว” 

 

แก่ขึ้น เลยเรียนรู้ว่า บทสนทนาดีๆ มีคุณค่า

ราคาที่จ่าย สิทธิ์ที่เสียไป ไม่ใช่แค่ค่ากาแฟ แต่มันเป็นราคาของประสบการณ์  

 

เวลาโมโหหัวหน้า ที่ๆ เราควรตรงไปก็คือ ร้านเหล่านี้แหละ ^_____^