Category Archives: Trouble is a closed friend!

ทักษะที่หายากแล้ว

วันที่… 
   สามารถดูดายหรือเฉยๆ ความไม่ถูกต้องหรือความลำบาก ของคนข้างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือชีวิตจริง แต่ ไม่สามารถอดที่จะแสดงความเห็นส่วนตัวอย่างจริงจัง โดยแสดงอารมณ์เห็นใจหรือแสดงความไม่เห็นด้วย ที่อาจทำร้ายคนอื่นบนพื้นที่ online สาธารณะ เราพักการแสดงน้ำใจบนโลกเป็นจริงไปแสดงความเห็นอกเห็นใจบนพื้นที่นั้น เราปฏิเสธความเชื่อมโยงกับตัวเราบนความเป็นจริงแต่เราพาตัวเราไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้นบนพื้นที่นั้น คล้ายความเห็นอกเห็นใจกันจริงนั้นให้ไปไขว่ขว้าหาเอาบนพื้นที่นั้น การปกป้องตนเองกลายเป็นกลไกหลักที่ผลักดันความเป็นไป 

 

   ความรวดเร็วในการตอบสนองมาแทนที่ความอดทน เราไม่สามารถอดทนได้อีก พรสวรรค์กลายเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ทักษะที่ใช้เวลากลายเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ได้มาสบายๆ เป็นสิ่งที่น่าให้คุณค่ามากว่าอดทน-ฝึกฝน-รอคอยแล้วได้มา คุณค่าของความอดทนถูกบั่นทอน เราเริ่มมีความบิดเบือนจนสับสนว่าเวลาและความอดทนที่ต้องใช้ไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มานั้นมันสมควรหรือไม่ 
   การทำความเข้าใจผู้คนด้วยกัน ก้าวข้ามจากสามัญสำนึกมนุษย์ ไปสู่เทคโนโลยี เพื่อระบุตัวตน ระบุสถานที่ที่อยู่ขณะนั้น และระบุความเป็นตัวบุคคลจากข้อมูลประวัติศาสตร์ของบุคคลเท่าที่จะสืบค้นได้ในฐานข้อมูลทั้งหมด มาประมวลผลเพื่อเข้าใจบุคคล โดยข้ามสามัญสำนึกมนุษย์ธรรมดาๆ ไป สามัญสำนึกกลายเป็นเรื่องไม่สามารถอ้างอิงได้หรือไม่น่าเชื่อถือ ในที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งสาบสูญไป 

 

 

มิได้รณรงค์อะไร มิได้ออกความเห็นเพื่อตำหนิอะไร การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องเป็นไป 

เพียงการบันทึก เพื่อสังเกตเป็นการส่วนตัวว่า ทักษะที่จำเป็นและขาดแคลน นับจากวันนี้ไปคือ 

1. การตระหนักที่จะไม่ดูดาย 

2. ความอดทน 

3. สามัญสำนึก 
#เห็นด้วยก็ได้ไม่เห็นด้วยก็ได้

บ่น ระบาย บันทึก สัปดาห์แรกของเดือนกุมภา

​หมดสัปดาห์ โชคดีที่มันจบลงด้วย long weekend 

เป็นสัปดาห์แห่งการพบสารพันมากมาย 
1. โชคมากับคน ไม่ได้มาจากหมาแมว ยิ่งพบปะคนมากยิ่งมีโอกาสมาก โอกาสมากับผู้คน โชคมากับคน แต่จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายกลับอยู่ที่ตัวเราเอง 
2. การบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพ กลับไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวางแผนแบบสุดยอดรัดกุม หรือการคิดวิเคราะห์ถ้วนถี่ยิบ หรือการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด หรือการป้องกันความเสี่ยงให้สามารถปิดความเสี่ยงทุกสิ่งอย่าง แต่กลับอยู่ที่การบริหารความพอดีและจัดลำดับความสำคัญ ลงมือทำงานตามลำดับความสำคัญ และทำแต่พอดีก็พอ ไม่ต้องทำให้มันมากเกินไปแต่ให้มันมากพอ ไม่ต้องเผื่อให้เหลือนักแต่ต้องไม่ให้ขาด ความพอดีนำมาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดของการใช้ทรัพยากร ตำราวิศวะเกือบทุกวิชาก็ว่าด้วยความพยายามหาความพอดีนี้ ไม่ต้องทำเยอะแต่ทำให้พอดีตามลำดับ งานเสร็จเวลาเหลือทรัพยากรเหลือ เอาไปทำอย่างอื่นต่อได้ ไม่ชุ่ย แต่ก็ไม่ใช่ทุ่มสุดตัวทำดีที่สุด เสร็จแล้วหมดสิ้นไม่เหลือทำอะไรต่อได้ ชีวิตไม่ได้จบสิ้นที่ตรงนี้ งานอื่นๆ โครงการอื่นยังมีต้องทำอีก และไม่แน่ว่าจะสำคัญน้อยกว่าที่ทุ่มทำอยู่นี้ 
3. มนุษย์สนใจผลประโยชน์ที่ตนต้องการก่อน การจัดการจึงไม่ได้อยู่ที่เราต้องการอะไรจากเขา แต่อยู่ที่เขาต้องการอะไร ให้เขาได้ก่อนแล้วเราจึงได้บ้าง ไม่ใช่พ่อแม่เราใครจะมาสนใจว่าเราอยากได้อะไร เขาคิดแต่สิ่งที่เขาอยากจะได้ก่อน การจัดการเขาจึงต้องกลับวิธีคิด ให้เขาได้ก่อน เขาไม่ได้เราก็ไม่ได้ การงานโครงการฉิบหายกันหมด 
4. คนทำงานร่วมกันที่เข้าใจกันและเชื่อมั่นกัน มีเพียงหนี่งคน จะมีศักยภาพมากกว่าทีมงานสิบคนที่คิดแค่ว่า “ฉันทำตามหน้าที่ของฉันได้ดีที่สุดตามที่ได้รับมอบหมายแล้วคือพอ” 
5. เอาเข้าจริงๆ คนเขาไม่ได้อยากพ้นออกจากทางตันในชีวิตของเขาจริงๆ เขาอาจพูดว่า เขาอยากเปลี่ยนแปลง เขาเบื่อปัจจุบัน เขาอยากไปลองทำอะไรใหม่ๆ แต่นั้นเป็นเพียงแค่การพูดหรือการคิดเพื่อประนีประนอมกับสำนึกของตัวเขาเองเพื่อผ่านสภาวะนั้นไป เพราะในที่สุดแล้ว เขาก็จะพูดว่า มันไม่แน่นอนมากเกินไป มันไม่คุ้นเคย ไม่รู้จะทำได้มั้ย คงลำบากน่าจะทำไม่ได้ แล้วก็จะวนกลับไปพูดใหม่อีกทีว่าอยากเปลี่ยนแปลงอีก วนๆ ไป ความแน่นอนจริงๆ นั้นไม่มี การเปลี่ยนแปลงไม่มีว่าไม่ลำบาก ของที่ไม่เคยทำมาก็ต้องไม่คุ้นเคยสิ ไม่มีใครตอบได้หรอกว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ เรื่องที่กังวลไปนั้นไม่มีคำตอบหรอก จนกว่าจะลงมือ แต่นั่นแหละ ก็ไม่ลงมือ ไม่ตัดสินหรอกนะ เพราะว่ากลัวว่าจะพลาด กลับเข้าไปอยู่ใน Comfort Zone เดิมของตัวเองสบายกว่า สรุปคืออยากพูดอยากคิดเฉยๆ แหละ ไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงจริง 
6. เวลาเราช่วยเหลือใคร สิ่งที่เราได้รับกลับมา มันจบอยู่ตรงที่ความรู้สึกดีที่เราได้ทำได้ช่วย เพราะคนส่วนมากก็อาจไม่ได้คิดขอบคุณอะไรจริงจังนัก เขาอาจบอกขอบคุณ แต่พอผ่าน ผู้คนจะลืม หรือเขาก็อาจจะจำได้แค่ว่าเขาก็สมควรได้รับความช่วยเหลือนั้นอยู่ก่อนแล้ว แย่ที่สุดอาจย้อนกลับมาทำร้ายกันได้อีกด้วยซ้ำ แต่ไม่เป็นไรหรอกนะ เพราะเราเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากความรู้สึกดีที่เกิดนั้นไปแล้ว และ อย่างไรก็ตาม ก็จะมีคนพิเศษจริงๆ ที่เขาจะจำมันได้เสมอ คนเหล่านั้นคือคนที่เราจะรักษาเอาไว้ในชีวิตของเรา แม้ไม่ได้พบปะกันเป็นปี แต่เสมือนพี่น้อง เรายังคงติดต่อ ยังคงช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่ ที่ใช่ก็จะไม่เคยหายไปไหน ที่ไม่ใช่ก็จะหล่นหายไปในกาลเวลา ทั้งหมดล้วนถูกคัดกรองด้วยเวลาเอง แล้วก็จงอย่าลืม อย่าลืมว่าเราก็เคยได้รับการช่วยเหลือไว้เช่นกัน ไม่มีผู้ใหญ่มีน้ำใจเมตตา ก็ไม่มีวันนี้  
7. ความเป็นมนุษย์อยู่ที่ตรงมีน้ำใจ และความสมบูรณ์อยู่ที่ตรงใส่ใจ 
8. สุดท้าย อย่าไปคาดหวังอะไรมากกับระบบการศึกษา มันเป็นเพียงปลายทางของการจัดระเบียบอะไรๆ หลายอย่าง มันให้ความสำคัญกับการจัดการมากกว่าการพัฒนา เรายังหลงทางในความพยายามที่จะคงการจัดการนี้มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว มันคล้ายเป็นระบบที่เป็นมรดกของระบบการจัดสรรกำลังคนของรัฐ มันจึงอาจได้แค่นั้น การแบ่ง Segment ของนักเรียนให้สามารถจัดสรรกำลังได้โดยง่าย มันสวนทางกับการคงความหลากหลายทางชีวภาพของธรรมชาติ