Gangsters แบบเทพๆ

ตามหาที่กรุงเทพไม่มี ไปเจอที่ร้านหนังสือในเชียงใหม่ 

นิยายต้นฉบับที่ Netflix เอาไปทำเป็นซีรี่ย์ 

นิยายกึ่งเทพนิยายกึ่งอาชญนิยาย กับความสับสนอลหม่านระหว่างเทพเจ้า มนุษย์ และอมนุษย์ 

มนุษย์มีดีมีเลว เทพเจ้าและอมนุษย์ก็เช่นกัน ล้วนแล้วแต่อยู่ในวังวนหมกมุ่น เอาตัวรอด เห็นแก่ตัว และกระหายตักตวง 

เพียงจริยธรรมไม่กี่ข้อเท่านั้นที่นิยามเส้นแบ่งระหว่างดีกับไม่ดี มิใช่ว่าเป็นเทพแล้วคือความดีคุณธรรม และก็มิใช่ว่าเป็นผีแล้วจะเลว เทือกเผ่าพันธุ์มิได้นิยามความดีงาม 

เทพบางทีกลับปลิ้นปล้อนชั่วร้าย ปีศาจร้ายกลับซื่อตรง 

 

การเล่าเรื่องเทพเจ้าก็ย่อมวนเวียนอยู่ในเนื้อหา ความกล้าหาญ, ความเสียสละ, ความริษยา, การแย่งชิง, การล้างแค้น, และการสมสู่ 

คือนิทานผู้ใหญ่สายดาร์ค 

#Neil_Gaiman พาเรามุดไปมุดมาในตำนานเทพเจ้าในบริบทต่างๆ ในขณะเดียวกันก็พาเอาเทพนิยายออกมาหาเราในรูปแบบของแก็งสเตอร์ 

คือโยนความดาร์คใส่เติมลงไปในนิทานสายดาร์ค กลายเป็นความอึมครึมมัวเมา อึดอัด แต่แล้วก็คลี่คลายออกบ้าง เป็นห้วงๆ แล้วก็กลับอึมครึม 

เป็นเทวดาในบริบทของ American Gangster 

  

ที่โดดเด่นมาก คือปมความขัดแย้งระหว่างรุ่น ระหว่างรุ่นที่อพยพย้ายถิ่นเข้ามาตั้งรกราก กับรุ่นหลังที่เกิดใหม่บนแผ่นดินนี้ 

คล้ายสื่อถึงการดำรงอยู่ของอนาล็อกในยุคดิจิตอลครองเมือง เริ่มจากอนาล็อกเปิดทางให้ดิจิตอล จากนั้นดิจิตอลก็ลุกฮือ ออกขับไล่อนาล็อกให้พ้นไป แต่อนาล็อกยังคงดิ้นรนหาทางเอาคืนด้วยความแค้น 

แม้ดิจิตอลจะสามารถครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ ขณะที่ยังมีพื้นที่เล็กๆ หลากหลายกระจายบนโลกใบนี้ที่ยังคงยึดเอาอนาล็อกเป็นสาระ ปวารณาตัวเป็นผู้ต่อต้านดิจิตอล เป็นฐานอันแข็งแกร่งของอนาล็อกในการต่อสู้กับดิจิตอล 

  

นิยายฉีกกระแสหลัก ที่ปกติมักจะอ้างอิงไปยังปกรณัมกรีก ซุส-โปเซดอน-ฮาเดส ไม่มากนักที่จะข้ามฝั่งมายังจักรวาลไวกิ้งของเหล่าเทพเจ้าสายโอดีน 

นิยายที่หยิบยกเอาโอดีนข้ามฝั่งมหาสมุทรมาโผล่ที่แผ่นดินอเมริกา แก้เลี่ยนซุสได้ดี ยังแอบมีการอ้างอิงถึงเทพตามคติอินเดียนแดง, อียิปต์, และฮินดู เพิ่มเติมอีก เป็นยำชุดใหญ่ สนุกดี 

  

เมื่อเป็นเทพเจ้าแล้ว แต่กลับต้องเต้นเร่าๆ คล้ายหุ่นถูกชัก การเป็นมนุษย์ธรรมดาสามัญที่มีอิสระแห่งตนนี่แหละ กลับสบายใจกว่า 

  

#American_Gods #จนกว่าจะถึงRagnarok

แล้วเรา…ก็พบกัน

#เราพบกันเพราะหนังสือ จริงๆ ครับ 

อยู่ดีๆ เราคงไม่มีโอกาสเดินไปพบปะกับ #บินหลา_สันกาลาคีรี หรือนักเขียนท่านอื่นๆ 

แต่เราก็ได้พบกันเพราะหนังสือ 

เพราะหนังสือ จึงได้พบกัน 

 

หนังสือที่ เขียนโดยนักเขียนรางวัลซีไรต์ กับบรรณาธิการโดย ศุ บุญเลี้ยง แม้จะเล่มบางแค่ไหน แต่ก็คงความพิเศษ 

รวมบทความ 10 เรื่อง ที่เรียกว่า รวมความเรียงเร่ร่อน 

ก็ดูเร่ร่อนสมชื่อ หากแต่ร่อนเร่ด้วยความสนุกสนาน เร่ไปด้วยการอ่าน และ ร่อนลงด้วยคิดคำนึง 

 

บทที่ 1  เราพบกันเพราะหนังสือ บทความเจ้าของชื่อที่ถูกยกไปเป็นชื่อหนังสือ 

รงค์ วงษ์สวรรค์ บอกว่า “ผู้อ่านคือลมหายใจของของนักเขียน” หากแต่บางทีผู้อ่านก็ไม่อาจขาดนักเขียนได้เหมือนกัน 

เพราะ แน่หรือที่ คนไทยอ่านหนังสือปีละ 6 บรรทัด และหนังสือกำลังจะถูกแทนที่ มีบ้างบางคนลงมือพิสูจน์ และบ้างบางคนที่ได้คำตอบ แต่คำตอบมักเป็นเรื่องเฉพาะคน และ เฉพาะคุย! 

 

บทที่ 2 วันวาฬ กลิ่นการเล่าเรื่อง วาฬ แห่งบ้านกรูดประจวบฯ มีกลิ่นเดียวกับที่เล่าเรื่อง ‘เจ้าหงิญ‘ กลิ่นแบบนี้เองที่ทำให้นิทานกลายเป็นงานเขียนรางวัลซีไรต์ ไยบทความสั้นจึงเป็นบทความสั้น  ไยไม่ยาวต่อออกไปอีกสักหน่อย ยาวเท่าความยาวของชายหาดเมืองประจวบฯ ก็ยังได้ 

ก็ยังอ่านแล้วได้คิด คิดจะยิ้มไปด้วย 

 

บทที่ 3 ทฤษฎีสัมพันธภาพ เหนือไอน์สไตน์ ยังมีแม่ ไอน์สไตน์ อะฮ่า! 

 

บทที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างดวงดาวกับกระดาษห่อของขวัญ 

กระดาษแผ่นบางที่กั้นกลางระหว่างคุณค่ากับผู้ได้รับ แท้จริงก็กลับสร้างคุณค่า 

แล้ว ดาวระยิบคู่นั้น ก็บรรจงห่อไว้ด้วยกระดาษห่อของขวัญ 
บทที่ 5 มองเข้าไปในตาแมงมุม เราจะเห็นรอยน้ำตาหรือไม่ แต่แมงมุมล้วนชักใย ใยคือบ้าน ใยคือทางเดิน ใยคือทำมาหากิน 

บ้างกินแมลง และบ้างก็กินกันเอง 

 

บทที่ 6 ดอกไม้ – เหล็ก 

ประวัติศาสตร์ มักเล่าถึงเริ่องอำนาจ ในอดีต บ้างเพื่อเชิดชูวีรกรรม เชิดชูความสำนึกคิดได้ บ้างเพื่อให้เข้าใจ เข้าใจเรา เข้าใจเขา 

บ้างเพื่อไม่ให้ซ้ำรอย ให้มนุษย์ไม่ทำผิดซ้ำเดิม 

แต่ ประวัติศาสตร์ก็มักซ้ำรอย 

ต่างคน ต่างเวลา และอาจต่างที่ แต่มักซ้ำความผิดพลาดเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

บทที่ 7 หลง – ห้องสมุด 

ช่างเปรียบเทียบเหลือเกินว่า “กลิ่นสาบของหนังสือกลายเป็นกลิ่นเดียวกับเนื้อตัว” แต่เราเข้าใจ ความหลงระดับนั้น 

มันช่าง “ไม่มีอะไรผิดกับโอเอซิสกลางทะเลทราย” 

และ ภาพของ “การอ่านอย่างเงียบสงบ และบางทีก็มีสายตาบางคู่เงยขึ้นมาจากหนังสือด้วยแววครุ่นคิด” มันตรึงใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งหมดนั้นพาเราย้อนกลับคืนสู่ห้องสมุดที่แต่ละคนหลง หลงด้วยหัวใจเต้นแรง 

 

บทที่ 8 นักเดินทางบนหลังควาย มิใช่เดินทางธรรมดา เป็นเดินทางผ่านกาลเวลา ผ่านความไร้แก่นของนโยบายผิวเผิน แล้วบางคนก็รีบสรุปเอาห้วนๆ ว่า การท่องเที่ยวนั้นเป็นคำตอบของทุกอย่างของประเทศนี้ 

 

บทที่ 9 กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับป้า 

บทที่อ่านไป น้ำลายสอไป … มนุษย์ป้าทำอาหารอร่อย 

 

และ บทที่ 10 ยิ้มของ ‘มูนาลิซ่า’ 

ประวัติศาสตร์คู่กับโหราศาสตร์ ในปี พ.ศ.2551 ประเทศเรามีนายกทั้งหมด 4 คนในปีเดียวกัน เฮ้อออ 

 

 

ระเหเร่ร่อนตามตัวหนังสือไปสัก 10 เรื่องราว นี่คือคารมคมคายแบบนักเขียนยอดฝีมือแท้ๆ

หาเรื่อง

ลองมานั่งนึกๆ ดูว่าเมื่อ 5-6ปีที่แล้วทำอะไรอยู่? กำลังใกล้จะอิ่มตัวในสภาวะการทำงานที่เดิม? 

เมื่อ 5-6ปีก่อน ด้วยความเบื่อหรือความอิ่มตัวในงานอะไรสักอย่าง พาเราไปเจอหนังสือสองเล่ม 

เล่มแรกคือหนังสือของคุณธนา – “Happy คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” อ่านแล้วสนุกมากๆ 

แล้วหนังสือหนึ่ง้ล่มก็พาเราไปเจออีกหนังสืออีกหนึ่งเล่ม คือหนังสือของพี่หมู ประภาส ทองสุข – “หาเรื่อง(ดีๆ)ใส่ตัว” 

 

ผู้เขียน… 

ทั้งคู่ เป็นนักการตลาดตัวจริง 

ทั้งคู่ เป็นยอดฝีมือในการสร้างแบรนด์

ทั้งคู่ ในวันนี้ก็เป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร (คนละธนาคาร)

 

หนังสือสนุกมาก ทั้งสองเล่ม 

อ่านจบไปแล้วมากกว่าสองรอบ ทั้งสองเล่ม 

และ อ่านจบไปแล่วก็ดันหาไม่เจอ ทั้งสองเล่ม

 

อ่านจบไปหลายปีก่อนจะเริ่มมาเขียนบันทึก 

จากการที่หยิบอ่านหลายรอบ 

หลายรอบเข้าแล้วก็ลืม 

ลืมไม่รู้ว่า เอาไปวางไว้ที่ไหนของบ้าน ปะปนกับทั้งหนังสือเก่าและหนังสือที่ซื้อมาใหม่ทุกสัปดาห์ (สัปดาห์ละเล่มเป็นอย่างน้อย) เป็นเหตุให้หาไม่เจออยู่พักใหญ่ 

 

แล้วมีเหตุสำคัญสองประการครับ 

หนึ่งคือ ไปค้นเจอหนังสือของพี่หมูเล่มนี้ในที่สุด 

และสองคือ ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วมา นับเป็นโชคดีมาก ได้ขยายขอบเขตของงาน ได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกับพี่หมู 

พี่หมูมาเป็นหัวหน้าทีม (ประเทศไทย)  

จึงคิดเอาเล่มนี้มาบันทึกไว้ด้วย 

(ส่วนอีกเล่มของคุณธนา ทุกวันนี้ยังหาไม่เจอว่าอยู่ไหน T_T) 

 

วันนี้ฤกษ์ดี พี่หมูเซ็นปกหนังสือให้พอดี ^_^ 

 

 

1. If it doesn’t happen inside, it can’t happen outside. และขั้นตอนคือเชื่อ – คิด – ทำ 

เราเริ่มจากความเชื่อ แล้วลงมือคิด และสุดท้ายต้องลงมือทำ 

 

2. หากเราเดินอยู่ แล้วเห็นน้ำหกเปื้อนพื้นอยู่ ให้ลงมือเช็ดเลย ไม่ต้องรอเรียกหาใครมารับผิดชอบ หรือรอตั้งคณะมาดำเนินการ เราเห็น เราทำได้ เราลงมือแก้ไข นี่คือไม่นิ่งดูดายกับปัญหาที่พบ 

 

3. แรงบันดาลใจที่เป็นพลังยิ่งใหญ่ สามารถสร้างได้โดยสามองค์ประกอบคือ การสะสมเรื่องดีๆ การแลกเปลี่ยนแบ่งปันเรื่องดีๆ เหล่านั้น และด้วยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมองโลกในแง่ดี 

 

4. “นักเขียน เขียนหนังสือได้ทุกวันและสามารถเขียนได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องรอ build อารมณ์” นี่คือความแตกต่างของมืออาชีพ 
5. “Tough means we are forever accountable for what we do or what we fail to do.” & “Competent means we will never take anything for granted.” 

 

6. ความไม่รู้จะนำทางเราไปสู่การเรียนรู้ แต่นั่น เราต้องยอมรับว่าเราไม่รู้ เราต้องรู้ว่าเราไม่รู้ 

 

7. ทำงานเหมือนวันแรกที่เริ่มงาน… กระตือรือร้นและตื่นเต้นเหมือนครั้งแรกที่มาทำงาน และอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนมาทำงานเป็นวันแรก 

 

8. ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงคำวิจารณ์ได้ทั้งหมด และหากเราต้องการที่จะเรียนรู้เราต้องรู้จักที่จะฟัง เลือกที่จะฟัง เพื่อเรียนรู้และพัฒนาจากสิ่งที่ฟังนี้ 

 

จริงๆ หนังสือยังมีเกร็ดดีอีกมากมาย เราคัดบันทึกมาเฉพาะที่เราชอบมากเป็นเกณฑ์ไว้ก่อน 

เอามาเขียนทั้งหมดคงไม่ไหว คงไป spoil คนอ่านมากไป 

ไปลองหาอ่านกันเพิ่มเติมเอาละกัน 

แม้ว่าอาจจะเริ่มหาซื้อไม่ได้แล้ว แต่ในห้องสมุดมีให้ยืมอ่าน  

มีเรื่องดีๆ พร้อมให้หา…เอาใส่ตัว เพียบเลย  

 

อยากให้พี่เขียนรวมเล่มออกมาให้อ่านอีกครับ ^_^ 

15.5.2017

ก่อนบนสนทนาแปลกประหลาด

ก่อนบทสนทนา มีเรื่องราว 

 

ก่อนบทสนทนา ระหว่างเรากับ #ไอติมตากแห้ง ผู้เขียน … 

เราได้อ่านหนังสือ Dialog – #บางวันของหญิงสาวแปลกประหลาด แล้วเกิดความดื่มด่ำบางประการกับตัวหนังสือแปลกประหลาดของเขา 

เศร้า และแปลกแยก 

จึงเป็นอีกหนึ่ง ที่เราบันทึกการอ่านไว้ 

แล้วก็บังเอิญว่า ไอติมฯ ผ่านมาพบเห็นเข้า เราจึงได้มีโอกาสหยุดคุยกัน 

 

“บังเอิญว่า เราหยุดหายใจไป ในขณะที่เขาไม่ได้กระพริบตา เราจึงได้หยุดคุยกัน” 

 

“แม้หนังสือเล่มบาง และอาจไม่ได้มีการตีพิมพ์ซ้ำ แต่ก็อาจไม่สำคัญ เพราะเราพบกันแล้ว และหลังจากนั้น ก็คงเป็นเรื่องของการอ่านต่อไป” ^_* 

 

ก่อนบทสนทนา ของหญิงสาวแปลกประหลาด ถูกเขียนเป็นหนังสือจัดทำในรูปแบบหนังสือทำมือ จัดทำออกมาเพียง 100เล่ม ไม่ได้วางขายเป็นการทั่วไป จังหวะพอดี เราได้สองเล่มสุดท้ายมาอยู่ในมือ เล่มที่ 99 และเล่มที่ 100 

และส่งไปรษณีย์มาถึงทันเวลาพอดีที่จะพาติดตัวไปอ่านระหว่างเดินทาง 

หนังสือทำมือไม่ใช่สื่อดิจิตอล และการส่งไปรษณีย์ … ดูไม่ทันใจนัก แต่ลึกๆ ก็เป็นการร่วมอุดมการณ์เล็กๆ เพื่อการคงอยู่ของโลกอนาล็อก 

 

ก่อนบทสนทนา ตัวหนังสือของไอติมฯ คงแปลกประหลาดอยู่อย่างนั้น 

บทก่อน Dialog ได้เติมเต็มช่องว่างของ Dialog ที่ได้อ่านไปก่อน (ดูย้อนแย้งดีนะ) 

แม้ #Before_Dialog จะเติมความหมายลงในพื้นที่ว่างในบทสนทนาของ #Dialog แม้จะลดพื้นที่ช่องว่าง แต่กลับขยายความลึก ยิ่งอ่านยิ่งกลับขยายความลึกของจินตนาการ 

ประโยคง่ายๆ ที่ดูละล้าละลังของไอติมฯ บางทีคล้ายใช่บางทีคล้ายไม่ใช่ ดูนวลๆ ดีในอารมณ์เหงาๆ 

ตัวละครคล้ายเชื่อมโยงก้นในแต่ละบทแต่ก็คล้ายไม่เกี่ยวข้องกัน 

แม้ไม่คล้ายข้อเท็จจริง แต่ให้โอกาสผู้อ่านตั้งสมมุติฐานกันเอง  

ทั้งหมดทำให้งานเขียนของเขามีเอกลักษณ์ มีสำนวนเป็นลายเซ็นที่สวยงาม 
Before Dialog จะหาซื้อไม่มีขาย แต่ Dialog ยังสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายหนังสือ 

อยากให้ลองมาสัมผัสความแปลกที่สวยงามนี่ดู  
ดีใจที่ได้อ่าน สวยงามที่ได้พบ ยินดีที่ได้พูดคุย 

และ… ขอบคุณสำหรับของที่ส่งมาด้วยนะครับ ^_^

พระโค วันพีช

“พระโค” อะไรช่างเจ็บปวด ซะนี่กระไร … 

“พระโคอย่างช้านต้องโทนกะความช้ำนี้ไปนานซักเท่าหร่ายยย” 

 

พระโคอะไรอยู่แถวชายทะเล? … 

พระโคโคนัท! 

 

พระโคอะไร ถ่านไฟเก่าชัดๆ 

พระโค…เคยขาม้าเคยขี่ 

 

พระโคอะไร? ฉันเห็นเธอนะ! … 

พระโคม่า (ในไอซียู) 

 

พระโคอะไร น่าจะอมตะ? … 

พระโคแก่กินหญ้าอ่อนค่าาา 

 

พระโคอะไร ที่คุณก็เป็นไปได้ … 

พระโคบาล… ‘คุณคือโคบาล!’ (เกิดทันกันมั้ยเนี่ย) 

 

พระโคอะไร เชื้อราไม่เข้าใกล้? … 

พระโคนาฟฟฟ 

  

พระโคอะไร ตัวเล็กใจใหญ่? 

พระโคนัน จ้า 

 

พระโคอะไร กะตันยู้ กตัญญู? 

“พระโคที่สาม งดงามแจ่มใส…” 

 

พระโคอะไร กุลิโกะ? 

พระโคลอน 

 

พระโคอะไร “หลับตาเถอะนะ”? 

“พระโคแล้วต้องโต๋” – หลับตาเถอะนะแล้วเราก็จะพบกัน… 

 

พระโคอะไร อินโนเซ้น?  

“พระโครึป่าว ก่อนไม่เคยเหงา พระโคหรือครายยย ก่อนไม่เคยรู้ใจกัน จนวันที่เธอต้องไป ฉันเคยสุข พระคราย…พระโค” #The_Innocent นาจา 

 

พระโคอะไร toxic ถึงแก่ชีวิตได้? 

พระCO – Carbonmonoxide 
 

#ข่างกล้าเล่นนะนายไข่ 

เชียงใหม่ – พื้นที่อ่านหนังสือ

เชียงใหม่ของใครๆ หลายๆ คนอาจเหมือนกัน หรือต่างกัน ก็ได้ 

เชียงใหม่ในความทรงจำของบางคน อาจคือสงกรานต์สงครามน้ำ 

เชียงใหม่ของใครอีกคน อาจเป็นอากาศเย็นอากาศดี หรืออาจจะเป็นดอกไม้สวย หรือดอยสุเทพ 

หรือสำหรับบางคน เชียงใหม่ก็อาจหมายถึงนิมมานฯ 
แต่ที่เรารู้สึกไปเองว่าเป็นความแท้ของเชียงใหม่แบบเฉพาะส่วนตัวของเราเองคือ สถานที่สงบสุขพร้อมคนเมืองใจเย็นๆ กลายเป็นพื้นที่สำหรับฝังตัวอ่านหนังสือ 


ตั้งแต่จำความได้ ที่พ่อกับแม่พามา เชียงใหม่คือพื้นที่สงบสุข และมักมีร้านหนังสืออิสระอยู่ตามมุมต่างๆ 

(โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบ มช.) 
เมื่อมาถึงเชียงใหม่ 

หากเราไม่ได้หยิบหนังสือติดมาเองจากบ้าน เราก็สามารถไปหาหนังสือจากร้านต่างๆ หรือกระทั่งฝังตัวอ่านอยู่ในร้านขายหนังสือหลายๆ ชั่วโมงได้ 
พอเวลารัดตัวชึ้น เดินทางมากขึ้น เราก็มีโอกาสน้อยลงอย่างมาก ที่จะฝังตัวในพื้นที่สงบในเชียงใหม่สักหลายวัน เพื่อหนังสือสักเล่มหรือหลายเล่ม 
หวังเพียงว่า ไม่ว่าการรุกรานของเมืองจะรุกคืบเข้ามาเพียงใด 

พื้นที่การอ่าน และบรรยากาศการสงบเพื่อการอ่าน เหล่านี้ จะยังอยู่

ทักษะที่หายากแล้ว

วันที่… 
   สามารถดูดายหรือเฉยๆ ความไม่ถูกต้องหรือความลำบาก ของคนข้างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือชีวิตจริง แต่ ไม่สามารถอดที่จะแสดงความเห็นส่วนตัวอย่างจริงจัง โดยแสดงอารมณ์เห็นใจหรือแสดงความไม่เห็นด้วย ที่อาจทำร้ายคนอื่นบนพื้นที่ online สาธารณะ เราพักการแสดงน้ำใจบนโลกเป็นจริงไปแสดงความเห็นอกเห็นใจบนพื้นที่นั้น เราปฏิเสธความเชื่อมโยงกับตัวเราบนความเป็นจริงแต่เราพาตัวเราไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้นบนพื้นที่นั้น คล้ายความเห็นอกเห็นใจกันจริงนั้นให้ไปไขว่ขว้าหาเอาบนพื้นที่นั้น การปกป้องตนเองกลายเป็นกลไกหลักที่ผลักดันความเป็นไป 

 

   ความรวดเร็วในการตอบสนองมาแทนที่ความอดทน เราไม่สามารถอดทนได้อีก พรสวรรค์กลายเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ทักษะที่ใช้เวลากลายเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ได้มาสบายๆ เป็นสิ่งที่น่าให้คุณค่ามากว่าอดทน-ฝึกฝน-รอคอยแล้วได้มา คุณค่าของความอดทนถูกบั่นทอน เราเริ่มมีความบิดเบือนจนสับสนว่าเวลาและความอดทนที่ต้องใช้ไปเพื่อให้ได้ผลลัพธ์มานั้นมันสมควรหรือไม่ 
   การทำความเข้าใจผู้คนด้วยกัน ก้าวข้ามจากสามัญสำนึกมนุษย์ ไปสู่เทคโนโลยี เพื่อระบุตัวตน ระบุสถานที่ที่อยู่ขณะนั้น และระบุความเป็นตัวบุคคลจากข้อมูลประวัติศาสตร์ของบุคคลเท่าที่จะสืบค้นได้ในฐานข้อมูลทั้งหมด มาประมวลผลเพื่อเข้าใจบุคคล โดยข้ามสามัญสำนึกมนุษย์ธรรมดาๆ ไป สามัญสำนึกกลายเป็นเรื่องไม่สามารถอ้างอิงได้หรือไม่น่าเชื่อถือ ในที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งสาบสูญไป 

 

 

มิได้รณรงค์อะไร มิได้ออกความเห็นเพื่อตำหนิอะไร การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องเป็นไป 

เพียงการบันทึก เพื่อสังเกตเป็นการส่วนตัวว่า ทักษะที่จำเป็นและขาดแคลน นับจากวันนี้ไปคือ 

1. การตระหนักที่จะไม่ดูดาย 

2. ความอดทน 

3. สามัญสำนึก 
#เห็นด้วยก็ได้ไม่เห็นด้วยก็ได้