11 วิธีในการเป็นคนธรรมดา

1. ยอมรับในสิ่งที่คนอื่นบอกคุณโดยไม่คิดให้ลึกซึ่ง
2. อย่าตั้งคำถามกับผู้มีอำนาจ
3. เรียนมหา’ลัยเพราะต้องทำ ไม่ใช่เพราะอยากเรียน
4. ไปต่างประเทศสักครั้งสองครั้ง ในที่ๆ ปลอดภัย
5. ไม่ต้องพยายามเรียนภาษาอื่น เพราะยังไงก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษอยู่ดี
6. คิดจะทำธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่เคยทำสักที
7. คิดจะเขียนหนังสือสักเล่ม แต่ไม่เคยเขียนสักที
8. กู้เงินก้อนใหญ ่แล้วผ่อนไป 30ปี
9. นั่งโต๊ะทำงานมากกว่า 40ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่เกิดผลงานเพียงแค่ไม่เกิน 10ชั่วโมง
10. ไม่ทำตัวโดดเด่น หรือสร้างจุดสนใจ
11. ทุ่มเท ทำทุกอย่างเพื่อให้มีในสิ่งที่คนอื่นเค้ามีกัน

#ชีวิตไม่ติดกรอบ

Advertisements

โอกาส!

#เวิ่นซักนิด_จิตแจมใส

มื้อเย็นไปกินข้าวในร้านอาหารในปตท. มีเด็กม.ปลาย เป็นน้องโรงเรียนเก่าของภรรยา (โรงเรียนรัฐมีชื่อแห่งหนึ่งในกทม.) มาทํางาน ในชุดนักเรียน เสริฟอาหารให้ที่โต๊ะ ทำหน้าที่อย่างเอาใจใส่ แม้ว่าจะ 3ทุ่มกว่าแล้ว
ประทับใจมาก ชื่นชมเสมอกับเอาใจใส่ และความขยันอุตสาหะของคนทำงาน

ในขณะที่ ม.ปลายรุนเดียวกันเอาเวลาไปติวและกลับบ้านนอน
น้องต้องมาทํางานพิเศษเพื่อหารายได้
แม้โอกาสจะไม่เท่าเทียม แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวช่องเราแล้ว กล้าบอกได้เลยว่า การออกมาทํางานพิเศษนั้น เหนื่อยกว่าและได้ ประสบการณ์มากกว่าในห้องเรียนมากมาย
มาวันนี้ เรานึกๆ ก็ยังต้อง ขอบคุณประสบการณ์และผู้ที่ให้โอกาสเหล่านั้นกับเรา

เสียดาย!
เสียดายจริงๆ กับคนบางคนที่มีโอกาส เจอโอกาส ได้รับโอกาส
แต่กลับทิ้งขว้างโอกาส ประหนึ่งว่าโอกาสนั้นจะหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้ก็แค่ไม่ชอบ ก็แค่ทำให้ไปผ่านไปวันๆ เอาเวลาที่มีค่ามาฆ่าทิ้งไปวันๆ

ลืมเสียแล้วในวันที่เดินเข้ามาสมัครงาน วันที่เข้ามาขอโอกาสมาทำงาน และวันที่ได้รับโอกาสนั้นๆ และวันที่ได้รับโอกาสให้ทำงานสำคัญๆ ก็ทิ้งขว้างซะงั้น
ก็จริงอยู่ ที่อาจจะคิดว่า โอกาสนั้นจะผ่านเข้ามาอีกเมื่อไหร่ก็ได้
แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น น่าเสียดายจริงๆ
ที่กำลังเอา value ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตโยนทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

แล้ววันหนึ่ง ชีวิตจะสอนให้เขาเข้าใจในคุณค่าของโอกาสเหล่านี้เอง เขาจะพบว่าโอกาสจริงๆ ไม่ได้เก็บตกได้จากบนถนนหรือบนทางเท้าทั่วๆ ไป หวังว่าคงจะไม่รู้เมื่อสายเกินไปเสียก่อน

แม้โอกาสจะไม่เท่าเทียม แต่น้องม.ปลายคนนี้กลับสร้าง value ในตัวเองได้มากกว่าบัณฑิตบางคนไปแล้ว

ไม่ได้วัดกันที่ตัวงาน บางทีก็ไม่ได้อยู่ที่ความสำคัญของงาน หรือโอกาส
แต่วัดกันด้วยความรับผิดชอบ ความเอาใจใส่ในงานของตน ความตั้งใจ และความวิริยะ

เสียดายจริงๆ ที่ลืมขอ Contact ของน้องเอาไว้
น้องม.ปลายคนนี้สมควรที่จะได้โอกาสมากกว่าใครบางคนจริงๆ!

สุดท้ายนี้แล้ว สำหรับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของโอกาส ย่อมไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะมาตระหนักในเรื่องที่ Advance อย่างเรื่องการระลึกถึงบุญคุณขององค์กรที่เค้าให้โอกาส และเขาก็จะไม่มีวันเข้าใจในเรื่องการทุ่มเทในการทำงานจริงๆ

น่าเสียดายจริงๆ เสียดายโอกาส!

ปาฏิหาริย์ (Miracle)

ปาฏิหาริย์

ถูกล็อตเตอรี่…ไม่ใช่ปาฏิหาริย์
ไม่อ่านหนังสือแต่ทำข้อสอบได้…ก็ไม่ใช่ปาฏิหาริย์

แม่หนึ่งคนเลี้ยงลูกสองคน ทำงานไปด้วยเลี้ยงไปด้วย ส่งลูกไปโรงเรียน ทั้งยังดูแลบ้านด้วย นี่คือปาฏิหาริย์

เมื่อแม่แก่ชรา ลูกคอยเฝ้าดูแล นี่ก็ปาฏิหาริย์

ยังมีปาฏิหาริย์…
น้ำท่วมสูง วิ่งรถเมล์ไปก็ดับ แม้จะดับๆ ติดๆ ขับไปช้าๆ รถเมล์ร่วมบริการรายนั้นก็ยังให้บริการประชาชนตลอด
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น ไม่มีอะไรตอบแทน แต่อาสาสมัครก็ยังลงแรงเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง
ทั้งที่ตัวก็ประสบภัย แต่ก็ให้คนที่เดือดร้อนกว่าตนได้รับการช่วยเหลือก่อน เพราะตัวยังพอดูแลตนเองได้อยู่

เมื่อยามเขาเดือดร้อน…เราช่วยเหลือเขา
เมื่อยามเราเดือดร้อน…เขาก็ช่วยเหลือเรา…นี้ก็คือ ปาฏิหาริย์


จงเป็นปาฏิหาริย์

—– posted on FB on 11.11.11 —–
image

Job (ไม่ใช่ Steve Jobs นะ)

กลางวันวันนี้ได้ไปนั่งดื่มกาแฟที่ Starbuck คนเดียว
เราก็นั่งปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย ก่อนจะนั่งคิดงานต่อ
แล้วก็บังเอิญได้ยินสาวโต๊ะข้างๆ 2 คน นั่งเม้าท์(มอย)กัน
เธอคุยกันเรื่องไปสมัครงาน
เธอเล่าว่าพึ่งไปสอบสัมภาษณ์งานที่บริษัทแห่งหนึ่งมา
เค้่าให้เงินเดือนเป็นหลักหมื่น
แต่น่าจะไม่ได้งานหรอก เพราะผู้สมัครรายอื่นๆ ดูแล้วทำได้ดีกว่าเธอ

ฟังๆ ก็คิดไปถึงเรื่องของตัวเอง
ที่เคยผ่านมาทั้งสมัครงาน สอบ สัมภาษณ์ รอผลเป็นเดือน
นั่งลุ้นให้วันคืนผ่านไปเร็วๆ ให้ถึงวันใหม่ จะได้โทรไปถามว่าผลออกยัง
โทรไปแล้ว HR ก็ตอบมาว่ายังไม่รู้ผล
รอจนทนไม่ไหว หางานใหม่อีก สอบอีก รออีก แล้วก็ถูกปฏิเสธอีก

ใครที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มา จะรู้คุณค่าของการทำงานเป็นอย่างดี
ยิ่งประกอบกับ การที่ได้ค้นพบด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องมีใครมาบอกว่า…
งานหนักๆ ที่เราเคยอดทนทำผ่านๆ มาได้นั้น
จริงๆ แล้วไม่มีคำว่าไม่คุ้มค่าเหนื่อย เพราะมันมาเป็นประโยชน์กับเราในอนาคตต่อมาในแทบทุกๆ เรื่อง

จริงๆ ไม่ได้จะมาบรรยายว่า เรารักงานมากมาย ให้ดูกระแดะ น่าหมั่นไส้อะไรอย่างงั้น
แต่มันเป็นสิ่งที่พบมาจากตัวเองจริง
ไม่ได้จะมาโน้มน้าวให้ใครต้องมาเห็นด้วยกับเราแต่อย่างใด

หลังจากคนที่ไม่มีงานทำ เฝ้ารอคำตอบรับเข้าทำงาน
แล้วก็มีคนโทรมาแจ้งผลว่ารับเข้าทำงานแล้ว
แล้วพอทำๆ ไป เหนื่อยสาหัส
หลังจากนั้น ก็มักจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เราจะมีความคิดว่า ‘งานหนัก เหนื่อยจัง ไม่คุ้มกับเงินเดือนเลย’

แล้วพอมาวันนึงก็พบว่า เราได้ผลตอบแทนที่มากกว่าแค่เงิน

ความคิดที่เกิดขึ้นคือ… การที่บริษัทรับเรา ให้โอกาสเราได้มีงานทำ
ต้องถือว่าบริษัทมีบุญคุณกับเรา
การทำงาน จึงไม่ใช่แค่ทำๆ ให้ผลงานออกมาดี
แต่เป็นการทำเพื่อขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสเรา
ไม่รู้ว่าจะมีใครคิดอย่างนี้อีกบ้างไหม?
บางทีเราก็รู้สึกไปว่า เราแอบกระแดะบ้างานไปเรื่อยเปื่อยรึป่าว แต่ก็ไม่ใช่!
ความคิดที่เป็นการทำงานเพื่อขอบคุณบริษัท
จะยิ่งช่วยเป็นแรงผลักทำให้ผลงานเรายิ่งโดเด่นแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ เป็นการใหญ่

ไม่รู้สมัยนี้จะยังมีใครคิดแบบนี้อยู่อีกไหม?
ถ้าเคยตกงานมาบ้าง น่าจะเข้าใจอยู่บ้าง
(อารมณ์ว่าอยากทำงานแล้ว อะไรก็ได้ ฉันทำได้หมด รับฉันเข้าทำงานเถอะ เบื่อรองานแย้ว)
แอบเอาใจช่วยสาวโต๊ะนั้นให้ได้งานไวๆ

นอกจากนี้ ความรู้สึกแบบนี้ มันก็ทำให้เราคิดมาก ตอนที่จะเปลี่ยนงานใหม่
การเปลี่ยนงานจากที่เดิมไปที่ใหม่ หรือการลาออก จะต้องมีเหตุผลจริงจัง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยึดติด ยืนยันจะไม่ลาออก ทำที่เดิมไปตลอดจนเกษียณ
วันหนึ่งที่เรามีเหตุผลให้ตัวเอง
และกล้าตอบตัวเองได้ว่า ได้ทำงานให้กับเขาเป็นการขอบคุณที่รับเราเข้าทำงานแล้ว!
หลังจากนั้น ก็เป็นจุดเปลี่ยน ที่เราจะขยับตัวแล้วก้าวต่อไป
เพราะทุกคน ต่างก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ เลือกทางของตัวเอง …

>>>เวิ่นเว้อกันไป<<<

Apple Principals – Steve Jobs

There is a will, there is way.
Because the people who are crazy enough to think they can change the world, are the one who do.

1. Think Different
We’re gambling on our vision, and we would rather do that yhan make “me too” products. Let some companies do that. For us, it’s always the next dream.
We’re the group of people who were going to judge whether it was great or not. We weren’t going to go out and do the market research. We just wanted to build the best thing we clould build.

2. Insanely Great
Be a yardstick of quality. Some people aren’t used toan environment where excellence is expected.
When you’re a carpenter making a beautiful chest of drawers, you’re not giving to use a piece of plywood on the back, even though it faces the wall and nobody will ever see it. You’ll know it’s there. So you’re going to use a beautiful piece of wood on the back for you to sleep well at night.
We’re not going to be the first to this party, but we’re going to be the best.

3. Focus & Simplicity
That’s been one of my mantras – focus and simplicity. Simple can be harder than complex: You have to work hard to get your thinking clean to make it simple. But it’s worth it in the end because once you get there, you can move mountains.
And it comes from saying no to 1,000 things to make sure we don’t get on the wrong track or try to do too much. … It’s only by saying no that you can concentrate on the things that are really important.

4. Think Global, Act Local
Apple has a core set of talents, and those talents are: We do, I think, very good hardware design; we do very good industrial design; and we write very good system and application software. And we’re really good at packaging that all together into a product. We’re the only people left in the computer industry that do that.
There’s no other company that could make a Macbook Air and the reason is that not only do we control the hardware, but we control the operating system and the hardware that allows us to do that. Ther’s no intimate interaction between Windows and a Dell notebook.

5. User Experience & Intuitive Design
You’ve got to start with the customer experience and work back toward the technology.
Some people think design means how it looks. But of course, if you dig deeper, it’s really how it works.

พระนางสร้อยดอกหมาก-พระนางเรือล่ม

เหตุเกิดจากความผิดพลาดของตัวเอง ก็เลยลองเข้าไปทำ Research เรื่องนี้ดูเล็กน้อย แล้วก็อยากจะบันทึกเอาไว้ เผื่อว่าจะมีคนสนใจเรื่องราวเหล่านี้

เริ่มจากที่ได้ฟังน้องสาวคนหนึ่ง เล่าเรื่องพระนางเรือล่มให้ฟัง
นิสัยเสียส่วนตัวในการด่วนสรุป จึงนึกไปถึงเรื่องตำนานของวัดพนัญเชิง อยุธยา คุยกันไปมาหลายรอบก็ยิ่งทึกทักไปเองใหญ่ ว่าพระนางสร้อยดอกหมาก วัดพนัญเชิง กับพระนางเรือล่ม เป็นองค์เดียวกัน

พอวันหนึ่ง ได้มีโอกาสได้ไปสักการะพระนางสร้อยดอกหมากที่วัดพนัญเชิง ก็เลยถ่ายรูปพระนาง ส่ง Line ไปให้น้องสาวดู น้องก็เลยรีบทักกลับมาว่าน่าจะไม่ใช่องค์เดียวกัน เราจึงเอะใจ ลอง Google ดูรายละเอียด เป็นว่าเราผิดเอง เป็นพระนางคนละองค์ และต่างเป็นที่สักการะ และมีอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์

พระนางองค์แรก พระนางสร้อยดอกหมาก อยู่ในยุคต้นๆ อยุธยาเลย เป็นพระมเหสีของเจ้าชายสายน้ำผึ้ง
20121010-231854.jpg

พระนางพระองค์หลังคือพระนางเรือล่ม อยู่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
20121010-231935.jpg 20121010-232546.jpg

พระนางสร้อยดอกหมาก ทรงเป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากรุงจีน หลังจากราชาภิเษกเป็นพระมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้งแล้ว จึงได้เสด็จกลับอยุธยา ด้วยเหตุที่พระนางเข้าพระทัยผิด จึงเกิดเป็นความน้อยพระทัยจนพระนางกลั้นพระทัย สิ้นพระชนม์บนเรือพระทิ้งนั่ง พระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงเสียพระทัยมาก โปรดเกล้าให้อัญเชิญพระศพของพระนางขึ้นมาพระราชทานเพลิง ท่ามกลางความอาลัยรักของประชาชนชาวจีนและชาวไทย จึงทรงสร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระนางสร้อยดอกหมาก และได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า “ วัดพระนางเชิญ ” แต่นั้นมา

พระนางเรือล่ม สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระอัครมเหสีพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ลำดับที่ 50 พระมารดาคือ สมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าจอมมารดาเปี่ยม) ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน ปีวอก พ.ศ. 2403 ณ พระบรมมหาราชวังทรงถวายองค์เป็นพระมเหสีในรัชกาลที่ 5 เมื่อเจริญพระชนมายุได้ 17 พรรษา ด้วยมีพระสิริโฉมงดงาม พระสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “พระอัครมเหสี” และยังเป็นที่โปรดปรานสนิทเสน่หายิ่งกว่าพระอัครมเหสีองค์อื่น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ ทรงมีพระราชธิดา พระองค์แรกเมื่อพระชนมายุได้ 19 พรรษา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์ เพชรรัตน์ จวบกระทั่งวันที่เสด็จทิวงคตเพราะเรือล่ม ณ วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2423 ขณะกำลังเสด็จฯ มายัง พระราชวังบางปะอินพระองค์ก็ทรงพระครรภ์ได้ 5 เดือน
เหตุสลดในวันนั้นเล่ากันว่า สาเหตุที่ทำให้เรือของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ ล่ม เนื่องเพราะเรือพระพันปีหลวง หรือสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถบรมราชชนนี พันปีหลวงแล่นแซง ประกอบกับนายท้ายเรือของสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทาฯ เมาเหล้า ขาดสติในการควบคุมเรือเรือจึงล่ม และทั้งที่พระองค์ก็ทรงว่ายน้ำได้ แต่เพราะความที่ทรงห่วงพระราชธิดา จึงต้องสิ้นพระชนม์ไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งพระพี่เลี้ยง รวมทั้งสิ้น 4 ศพ ที่จมอยู่ใต้ท้องเรือโดยที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะติดอยู่ที่กฎมณเฑียรบาลว่า ห้ามผู้ใดแตะต้องพระวรกายพระมเหสีมิฉะนั้นจะถูกประหารทั้งโคตร

ด้วยเหตุที่เรามักง่ายเข้าใจผิดนี้เอง จึงขอบันทึกเรื่องของพระนางทั้งสองเอาไว้ใน Blog นี้
และสถานที่ที่เราจะสามารถไปบูชาสักการะพระนางทั้งสองคือ ศาลเจ้าแม่พระนางสร้อยดอกหมาก วัดพนัญเชิง อยุธยา และศาลสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ วัดกู้

วัดพนัญเชิงเป็นวัดเก่าแก่ก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อนตั้งกรุงอยุธยา มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สวยงามหลายองค์ ถ้าไปในวันหยุด คนจะเยอะมาก จนแทบจะไม่สามารถเบียดเข้าในวิหารเพื่อกราบหลวงพ่อโต (หลวงพ่อซำปอกง) ควรไปในวันธรรมดา และศาลของพระนางสร้อยดอกหมากจะอยู่นอกกำแพงวิหารและตั้งอยู่ริมแม่น้ำ และเดินไปอีกหน่อยจะมีศาลาริมน้ำ

ส่วนวัดกู้ อยู่ในจังหวัดนนทบุรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

20121010-234833.jpg
ยังไม่เคยไปเลย ถ้ามีโอกาส ก็อยากแวะไปนมัสการสักครั้ง ยิ่งด้วยความที่เป็นเด็กจุฬา ที่ได้พระมหากรุณาธิคุณของพระปิยะมหาราชได้ที่เรียนหนังสือจนสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้ ก็เกิดความศรัทธาเมื่อได้ทราบประวัติพระนาง คงต้องหาโอกาสไปสักครั้ง

ป.ล. ถ้ามีตรงจุดไหนผมบันทึกไว้ผิดพลาดอย่่างไร แจ้งให้แก้ไขได้เลยนะครับ

พบ

ความสุขอยู่กับเราไม่นาน ความทุกข์ก็เช่นกัน

แต่ความสุขไหลผ่านเอื่อยๆ ซ้ำไปซ้ำมา ต่อเนื่อง ทุกขณะที่เราอยู่กับครอบครัว อยู่กะลูก
นอนนิ่งๆ เฝ้าดูลูกแต่ละคนทำกิจกรรมของตนเองไป
มีสาระก็ดี ไม่มีสาระก็ดี ซนก็ดี เลอะเทอะก็ดี

การใช้ชีวิตครอบครัว มีค่าครองชีพเป็นต้นทุนที่ต้องจ่าย

การใช้ชีวิตกับครอบครัวในวันหยุด การหนีออกไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัดนอกเมือง ในป่า ริมทะเล หากรู้จักใช้ชีวิต จะพบว่าค่าใช่จ่ายถูกกว่าการใช้ชีวิตครอบครัวในวันหยุดบนห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในเมือง
นี่ยังไม่นับประสบการณ์ชีวิตที่เทียบกันได้ยาก
และ ชีวิต ก็คือการเดินทางด้วยเช่นกัน

การมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงๆ เป็นความสำเร็จในชีวิตจากการตั้งใจ ขยันทำงาน
แต่แล้ว ตำแหน่งหัวโขนเหล่านั้น ก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์เชิงบวกหรือเชิงลบ กับความสนุกในการทำงานเลย

ความรับผิดชอบที่มากขึ้นตามมาพร้อมๆ กับตำแหน่ง เป็นรายละเอียดที่ขึ้นอยู่กับความเคารพในตัวเองมากกว่า

บางทียิ่งมีตำแหน่ง ก็ยิ่งดูเหมือนความอิสระก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ
และความมีอิสระ เป็นส่วนประกอบที่ทำให้ชีวิตสนุกกับการทำงาน

เงินทองเป็นเรื่องจำเป็น
ใช้ซื้อความสุขได้จริงบ้าง แต่ก็อยู่ได้ไม่นานนัก
ยิ่งมาก ยิ่งผูกมัด ทำให้ปล่อยว่างได้ยากขึ้นตามจำนวนเงินทองที่มากขึ้น

สิ่งที่พบแล้ว เข้าใจแล้ว
รู้แล้วว่าจะเป็นอิสระได้อย่างไร

แต่คิดแล้ว คิดได้ ยังคงง่ายกว่าทำได้ เสมอ
แต่จะทำได้ ก็ต้องเริ่มจาก เริ่มต้นลงมือทำก้าวแรกเสมอ และก้าวแรกก็ยังคงยากที่สุดเสมอ เช่นกัน

image