Invisible // Hunter Hayes

image

Crowded hallways are the loneliest places for outcasts and rebels
Or anyone who just dares to be different
And you’ve been trying for so long to find out where your place is
But in their narrow minds, there’s no room for anyone who dares to do something different
Oh, but listen for a minute

Trust the one who’s been where you are wishing all it was but sticks and stones
Those words cut deep but they don’t mean you’re all alone
You’re not invisible
Hear me out, there’s so much more to life than what you’re feeling now
Someday you’ll look back on all these days and all this pain is gonna be
Invisible
Oh, invisible

So your confidence is quiet
To them quiet looks like weakness but you don’t have to fight it
Cause you’re strong enough to win without the war
Every heart has a rhythm, let yours beat out so loudly
That everyone can hear it, yeah, promise you don’t need to hide it anymore
Oh, and never be afraid of doing something different
Dare to be something more

Trust the one who’s been where you are wishing all it was but sticks and stones
Those words cut deep but they don’t mean you’re all alone
You’re not invisible
Hear me out, there’s so much more to life than what you’re feeling now
Someday you’ll look back on all these days and all this pain is gonna be
Invisible
Oh, invisible

These labels that they give you just ’cause they don’t understand
If you look past this moment, you’ll see you’ve got a friend
Waving a flag, for who you are, and all you’re gonna do
Yeah, so here’s to you and here’s to anyone who’s ever felt invisible

Yeah
You’re not invisible
Hear me out, there’s so much more to life than what you’re feeling now
Yeah, someday you’ll look back on all these days and all this pain is gonna be
Invisible
It’ll be invisible

Advertisements

Thinking#01

การพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เราต้องการมา โดยไม่ต้องไปคิดถึงผลที่ตามมา
ทำไปบ่อยๆ มันก็มักจะง่าย มันก็จะมักง่าย

เมื่อตอนมัธยม มีคุณครูที่นับถือมากท่านหนึ่ง ท่านตำหนิว่า “ชุ่ย!”
ตั้งแต่นั่งเป็นต้นมา ไม่ว่าจะลงทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราว ก็ไม่มักง่ายอีก
ด้วยความระลึกถึงครับครู

ของขวัญปีใหม่ 2014

ของขวัญปีใหม่ในปีนี้ …

ของขวัญที่ดีที่สุดจากบริษัท คือ ค่าตอบแทนที่สามารถนำมาดูแลครอบครัว
ของขวัญที่ดีที่สุดจากครอบครัว คือ ชีวิต
ของขวัญที่ดีที่สุดจากลูก คือ การได้เป็นพ่อ
ของขวัญที่ดีที่สุดจากเพื่อน คือ ความเป็นเพื่อนที่ยังมีอยู่เสมอ ไม่ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารจะก้าวหน้าไปเพียงใด
ของขวัญที่ดีที่สุดจากน้องสาว คือ การเอาใจใส่ดูแลกัน (ยิ่งรู้สึกได้กับความใส่ใจที่แฝงมากับเสื้อที่น้องซื้อให้)
ของขวัญที่ดีที่สุดจากวันหยุด คือ การออกเดินทางกับครอบครัว
ของขวัญที่ดีที่สุดจากความพยายาม คือ ความเป็นพี่น้องใน teamwork ที่ไม่คิดว่าจะหาที่ไหนได้อีก
ของขวัญที่ดีที่สุดจากความล้มเหลว คือ ประสบการณ์
ของขวัญที่ดีที่สุดจากรายได้ที่เราหามา คือ การนำเงินไปบริจาคในนามบุคคลที่เรารัก
ของขวัญที่ดีที่สุดจากการค้นหา คือ ห้องสมุดใหม่ 2แห่งที่สมัครสมาชิกไปในปีนี้
ของขวัญที่ดีที่สุดจากเทคโนโลยี คือ Cloud

ของขวัญที่ดีที่สุดจากรัฐบาล คือ การยุบสภา
ของขวัญที่ดีที่สุดจากสรรพากร คือ การลดภาษีบุคคลธรรมดา (แม่ว่าอาจจะไปขึ้น VAT ในอนาคต)
ของขวัญที่ดีที่สุดจากตำรวจ คือ การตั้งด่านตรวจทุกๆ 5-10km ตลอดเส้นทางเดินทางช่วงปีใหม่

ของขวัญที่ดีที่สุดจากตัวเราเอง คือ ความอดทนที่มีมากขึ้น
ของขวัญที่ประทับใจที่สุด คือ ส.ค.ส. จากองค์กรการกุศลที่เคยบริจาคเงินไป

และของขวัญที่แอบดีใจที่สุด คือ โคมไฟอ่านหนังสือราคา 700บาท ที่ตัดสินใจซื้อมานั่งอ่านหนังสือในห้องนอนพร้อมๆ กับนั่งเหลือบดูลูกๆ หลับ

สวัสดีปีใหม่ 2014 ครับ

20140105-000041.jpg

Reader

“ได้ของขวัญมาเป็นหนังสือเล่มหนา… นิสัยเสียกับการเสพหนังสือก็เริ่มทำงาน อ่านตั้งแต่หน้าแรก บรรทัดแรก ตัวหนังสือตัวแรก คำนิยม คำนำสำนักพิมพ์ คำนำผู้เขียน สารบัญ … แล้วจมดิ่งลงไปอยู่ในตัวอักษร เดินทางอยู่ระหว่างบรรทัด ไม่สนใจตอนจบ ปล่อยให้จินตนาการทำงาน”
Post บน Wall ของ FB ไปแบบนั้น

เขียนถึงการอ่านหนังสืออีกแล้ว
ถือว่าเป็นภาคต่อของ Blog ที่เคยเขียนก็ได้นะ

ครั้งที่แล้ว ผมบันทึกไว้ถึงการอ่านหนังสือภายใต้แสงต่างๆ
วันนี้ ค้นพบความคิดอะไรบางอย่าง ระหว่างเดินทางไปกับตัวอักษรบนหน้าสี่เหลี่ยมมุมฉาก

เคยมีความคิดว่าหากอ่านหนังสือได้เร็วกว่านี้ก็คงดี เพราะแม้อ่านมาแล้วมาก แต่ยังมีหนังสืิอที่อยากอ่านอีกมากกว่า
และหนังสือที่ซื้อไว้เข้าคิวรออ่านแม้มีอีกน้อยกว่า แต่ก็ไม่เคยลดเหลือระดับ zero inventory – JIT (Just in Time) ซักที

วันหนึ่ง ระหว่างเดินทางระหว่างบรรทัดตามปกติ ความคิดก็กระตุกหัวใจแรงๆ ขึ้นมา …
มีหลายครั้ง กับหนังสือหลายเล่ม ที่เราอ่านไปก็ยื้อไป
ยื้ออะไร ยื้ออ่าน! ไม่อยากให้ถึงตอนจบ

จริงๆ แล้ว การอ่านช้าๆ มันก็มีความสุขของมัน
มีความสุขกับการสะกดคำ ความสุขกับการจินตนาการไปตามช่องว่างระหว่างตัวอักษร
ความสุขระหว่างการอ่านเดินไปเป็นจังหวะพร้อมๆ กับจินตนาการบนบรรทัด

คล้ายๆ กับการเดินทางกระมัง
ที่การบรรลุถึงจุดหมายปลายทางคือความสำเร็จ แต่การมีความสุขระหว่างทางก็คือความสำเร็จเช่นเดียวกัน
ดังนั้น หากเราเร่งรีบเดินทางให้ถึงจุดหมายโดยเร็ว โดยไม่สังเกต ไม่สนใจระหว่างทางเลย เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ก็นับได้ว่าสำเร็จแค่ครึ่งเดียว เพราะทิ้งการมีความสุขระหว่างทางไป
กลับกัน หากมีความสุขระหว่างทาง แต่ไปไม่ถึงจุดหมาย ก็สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง เพราะเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ

ว่ากันว่า สุขระหว่างทาง สุขได้นานกว่าสุขเมื่อถึงจุดหมาย เพราะเรามักใช้เวลาระหว่างทางมากกว่าใช้เวลาอยู่ที่จุดหมายครับ

สุดท้าย… ผมค้นพบอีกความรู้สึกนึงครับ
แม้ว่าจะเป็นท่าทางร่างกายในการอ่านที่ดูจะเป็นท่าที่เมื่อยกว่าท่าอื่นๆ
แต่ผมว่า เวลาที่เราอ่านหนังสือไป แล้วกอดคนที่เรารักไปด้วย … มันรู้สึกดีมากนะครับ

พรุ่งนี้ วันจันทร์แล้วครับ

20131216-002506.jpg

Son of Water… … … ลูกน้ำ!

ลูกน้ำ (,) อยู่ ‘ระหว่าง’ เสมอ #นิ้วกลม
เรามักอยู่ระหว่างอะไรสักอย่างเสมอ ไม่ต่างจากลูกน้ำ #นิ้วกลม
ทุกวันที่หายใจ เรากำลังเดินเล่นอยู่ระหว่าง (ความเป็น,ความตาย) #นิ้วกลม

โดนครับ!

แท้จริง ไม่ได้มีสีขาว หรือสีดำ ที่แท้จริง
เราอยู่บนโลกสัมพัทธ์ (Relative) ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์ (Absolute) บนนี้

มีขาวกว่า,มีดำกว่า แต่อะไรคือขาวที่สุด ดำที่สุด
มีดีกว่า,มีเลวกว่า อะไรคือดีสมบูรณ์ หรือเลวสมบูรณ์

มีลูกน้ำคั่นอยู่ระหว่าง ดีกว่า กับ เลวกว่า ครับ
เรามีอะไรสักอย่างที่ดีกว่าใครบางคน และเราก็มีอะไรสักอย่างที่เลวกว่าใครบางคน
เราเองก็อยู่ระหว่าง ดีกว่า กับ เลวกว่า ครับ
เราก็เหมือนลูกน้ำ… อยู่ระหว่างอะไรสักอย่างเสมอ

และ การวัดว่าดี เราก็ต้องบอกว่าดี เทียบกับอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าจะบอกเป็นคะแนนความดี ก็ยังต้องมีการประเมินเทียบกับอะไรสักอย่างเพื่อเป็นเกณฑ์อยู่ดี

เราดี ก็คือเราดีกว่า เมื่อเทียบกับใครสักคน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และที่ว่าเขาเลว ก็คือเขาเลวกว่า เมื่อเทียบกับใครอีกคน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นกัน

ไอน์สไตนน์ อธิบายฟิสิกส์ของการอยู่ ‘ระหว่าง’ นี้ หรือฟิสิกส์ของ ‘ลูกน้ำ’ นี้ ออกมา แล้วได้รางวัลโนเบล เลยครับ

สวัสดีครับ ‘ลูกน้ำ’
image

ปัจฉิมลิขิต:
ผลจากการเดินทาง ทั้งเดินออกไปข้างนอก เดินเข้ามาข้างใน เดินตามความจริง เดินตามความฝัน
ทำให้ มีแรงใจที่จะเขียนออกมา มากพอสมควร
เรื่องในตอนนี้ ย้อนหลังไปนิดนึง
เหตุเกิดจากหนังสือที่เจอที่ห้องสมุดเล่มหนึ่ง งานเขียนของนิ้วกลม ‘นวนิยายมีมือ
หนังสือที่คล้ายๆ ‘ลูกน้ำ’ ระหว่าง นิ้วกลม กับ มูราคามิ
อ่านไปได้เพียง 3-4บทแรก ก็เกิดแรงบันดาลใจ เลยต้องลุกขึ้นมาบันทึกไว้สักหน่อย … ก่อนจะลอยหายไปกับลมหนาวเดือนธันวา

Leader’s pitfall

(Quick Note after thinking)

Leader’s pitfall:-
1. เชื่อว่าจะสามารถตัดสินใจเด็ดขาดได้ โดยปราศจากการสร้างความเห็นพ้อง และ Motivation กับสมาชิกในทีม
2. การตัดสินใจโดยเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เป็นความมั่นใจในตัวเอง
3. การตัดสินใจในทุกๆ กรณี ต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาด รวดเร็ว กระชับ และไม่ควรเห็นทักท้วงหลังจากตัดสินใจไปแล้ว
4. เชื่อว่าตัวเองสำคัญ ตัวเองเป็นที่พึ่งของคนอื่นๆ หากไม่มีตนแล้วคนอื่นๆ จะเดือดร้อน หรือทีมจะอยู่ต่อไปไม่ได้

ออกเดินทาง…ทำไม

นั่นสิ ทำไม?
1453365_10201954244011858_1493257760_n
การออกเดินทาง ใช่ว่าจะเป็นแค่เรื่องเที่ยวสนุกไป
การออกเดินทางนั้น ต้องแลกกลับหลายๆ อย่างเหมือนกัน
1. เงิน แน่นอนครับ การเดินทางมีค่าใช้จ่าย ยิ่งมากันเป็นครอบครัว ค่าใช้จ่ายยิ่งเป็นเท่าตัวกว่าเดินทางคนเดียวหรือเดินทางเป็นคู่
2. เวลา กับการเดินทาง ด้วยรถ เรือ หรือเครื่องบิน ไม่ใช่แค่กระพริบตาก็ไปถึงที่
3. พละกำลัง เหนื่อยนะครับ ไม่ใช่ไม่เหนื่อย บางทีก็ถึงกลับอดหลับอดนอน ขับรถกันเป็นวันๆ ข้ามเขากันเป็นลูกๆ

คำตอบก็คงจะต่างกันไปครับ ไม่มีบทสรุป แต่ว่า

ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจจะไม่อยากไปถึงที่หมาย
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจจะไม่อยากอยู่ระหว่างทาง

ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นโลกในสถานที่อื่นๆ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นโลกในสายตาอื่นๆ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าโลกกลม
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าโลกก็ไม่กลมในบางที
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่ามีโลกอื่นๆ อยู่อีก

ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นชีวิตอื่นๆ ในมุมมองของเรา
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นชีวิตของเรา ในมุมมองอื่นๆ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าคนเราก็เป็นมนุษย์เท่าๆ กัน
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าคนเรานั้นไม่เหมือนกัน
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าคนอื่นนั้นไม่เหมือนเรา

ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่พบว่าการใช้ชีวิตแบบเรามีได้หลายแบบ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่พบว่าการใช้ชีวิตหลายๆ แบบ สุดท้ายก็เหมือนๆ กัน

ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าการวางแผนสำคัญ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่ามีเรื่องที่วางแผนกันไม่ได้อยู่เสมอ
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าการวางแผนนั้นสนุก
ถ้าไม่ออกเดินทาง เราอาจไม่เห็นว่าการไม่วางแผน สนุกกว่า

บางครั้ง…การเดินทางก็ทำให้เรากล้าหาญ
และ บางครั้ง…การเดินทางก็ทำให้เรากลัว

กลัวอะไร เราก็มักจะกลัวความไม่แน่นอน แต่เราจะค้นพบว่าความไม่แน่นอนเป็นเรื่องธรรมดา แล้วความกล้าก็จะเกิดขึ้น
เพราะ… พบว่าอะไรๆ ก็ไม่แน่นอน ความกลัวก็ไม่แน่นอน

ชีวิตคือการเดินทางครับ