Let it Go // Frozen

The snow glows white on the mountain tonight

Not a footprint to be seen

A kingdom of isolation, and it looks like I’m the Queen

The wind is howling like this swirling storm inside

Couldn’t keep it in, heaven knows I’ve tried

Don’t let them in, don’t let them see

Be the good girl you always have to be

Conceal, don’t feel, don’t let them know

Well now they know

Let it go, let it go

Can’t hold it back anymore

Let it go, let it go

Turn away and slam the door

I don’t care

What they’re going to say

Let the storm rage on, the cold never bothered me anyway

It’s funny how some distance

Makes everything seem small

And the fears that once controlled me

Can’t get to me at all

It’s time to see what I can do

To test the limits and break through

No right, no wrong, no rules for me

I’m free

Let it go, let it go

I am one with the wind and sky

Let it go, let it go

You’ll never see me cry

Here I stand

And here I stay

Let the storm rage on

My power flurries through the air into the ground

My soul is spiraling in frozen fractals all around

And one thought crystallizes like an icy blast

I’m never going back,

The past is in the past

Let it go, let it go

And I’ll rise like the break of dawn

Let it go, let it go

That perfect girl is gone

Here I stand in the light of day

Let the storm rage on,

The cold never bothered me anyway

image

Advertisements

A week

ศุกร์เดินทาง
เสาร์ห่างเหิน
อาทิตย์หมางเมิน
จันทร์เพลินใจ

อังคารสดับ
พุธมารับไป
พฤหัสสงสัย
ศุกร์นั้นไซร้ เดินทางใหม่เอย

เบา เบา

เดินทางมานอนในป่านี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ นับไม่ถูกแล้ว
แต่ถ้าว่าในปีนี้ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 3 กระมัง
อืมมม ครั้งที่ 3 ของปี ในเดือนเมษา คล้ายๆ เฉลี่ยแล้วปีนี้ ความถี่เกือบๆ เดือนละครั้ง
image

เป็นครั้งที่ 3 ของปี แต่เป็นครั้งแรก
เป็นการนอนป่าครั้งแรกหลังการละครั้งใหญ่ในชีวิต
เป็นครั้งใหญ่ในชีวิต!
เป็นความเงียบ ความเงียบในใจ
เป็นการมีเวลาให้กับตัวเอง
เป็นพื้นที่ให้ตัวเองหายใจ
เป็นที่ว่างให้ตนได้ทบทวน
เป็นบริเวณได้สังเกตอารมณ์
เป็นการนั่งดูความคิดของตน… จริงๆ เราคิดอะไรอยู่
เป็นการนอนค้างในป่า

ยามนี้…
ไม่มีผลงานในอดีต ไม่มีสิ่งขีดเขียนใดติดตามเป็นหน้าตา
ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต ไร้ความโก้เก๋เท่ห์ในตำแหน่งหัวหน้า
ไม่มียศฐา ไม่ต้องหาใครมาเยินยอ เพราะต่างก็ไม่รู้จักเราในความเป็นมา
ไม่มีผองทีมงานอันเป็นที่รัก ซึ่งใครๆ ก็มักนิยมในตัวเราที่ผ่านพ้นมา
ไม่มีภาพประดับ กลับไปยังสภาพเมื่อเริ่มต้น กลับมาค้นหารากของตน คนที่ตนเป็นจริงๆ ต้องค้นหา

ไม่ปฏิเสธว่าคิดเสียดาย เสียดายลาภยศสรรเสริญที่เคยมีทั่ว
ไม่ปฏิเสธว่าเสียดาย เสียดายความรักที่มีต่อกันดั่งครอบครัว
ไม่ปฏิเสธว่าใจยังคิดถึง ซ้ำยังคิดถึงไม่เว้นวัน พร้อมกันด้วยความเหงา เคล้ามาเป็นเงาตามตัว
ไม่ปฏิเสธว่ายังสงสัย สงสัยในการตัดสินใจ เดินจากไปอย่างเงียบๆ ของตัว
ไม่ปฏิเสธว่าเราก็หวั่นไหว ที่เลือกเดินไกลแยกออกทางแยกที่ดูน่ากลัว

การมีความสุขจากการสะสม ปะทะ ความสุขจากการสละออก
มีความสุขกับสิ่งใด ก็ใช่ว่าจะเป็นต้องเก็บสะสมสิ่งนั้น
ไม่ได้ครอบครองสุขกว่าการได้เป็นเจ้าของหรือไม่
เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ หากแต่ไร้คนเข้าใจรึป่าว
ความชอบและความสุข กับการสะสมมาเป็นเจ้าของ ใช่สิ่งเดียวกันหรือไม่
คำตอบแต่ละคนย่อมไม่เหมือน และคงใจแคบเกินไปถ้าจะมานั่งตัดสินถูกผิด

เอาเป็นว่า วันนี้เข้าใจความคิดของตัวเองในส่วนหนึ่ง

ยิ่งออกเดินทางไกล ยิ่งต้องตัวเบา ยิ่งต้องลดการสะสม
ยิ่งออกเดินทาง ยิ่งต้องมีของน้อยลง ยิ่งตัวเบา ยิ่งเดินได้นาน ยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินไปกับคนรักได้ไกล
ยิ่งไร้ภาระ ยิ่งสามารถช่วยแบ่งเบาภาระจากคนที่เดินไปพร้อมๆ กับเราได้
ยิ่งเดินทาง จึงยิ่งต้องมีของให้น้อย สัมภาระเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นจริงๆ
ยิ่งเดิน ยิ่งน้อย ยิ่งไป ยิ่งเบา ยิงไกล ยิ่งสบาย

ประสบการณ์จึงสอนให้เรารู้ว่าอะไรบ้างที่ต้องทิ้ง ไม่ใช่สอนให้เรารู้ว่าอะไรบ้างที่ต้องสะสม
ตัวเบา เดินสบายครับ
เดินทางไกล ตัวเบาเบา

20140426-232824.jpg

กว่าจะรัก // XYZ

แต่ก่อนนั้น ฉันยังแปลกใจ ที่เห็นใครร่ำลาจากกัน ด้วยการร้องไห้

แต่บัดนี้ เมื่อเราต้องไป ก็ถึงวันที่ฉันเข้าใจว่าเพราะอะไร

เมื่อเราต้องไป พบเพื่อนใหม่ ซึ่งอาจไม่มีใครเข้าใจ เราเหมือนเพื่อนคนเดิม

กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใจเวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร

อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝันแต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน ดั่งวันวาน

ก่อนจากกัน ฉันมาบอกลา ด้วยน้ำตาที่มันเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ

อยากบอกเธอ บอกเธอด้วยใจ ว่ารักเราจะมีให้กันอย่างนี้เรื่อยไป

แล้วเราจะมาพบกันใหม่ จะกลับมาร่วมทุกข์สุขกัน ให้เหมือนวันวาน

กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใจเวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร

กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใจเวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร

กว่าจะรัก เท่าวันนี้ กว่าจะมีคนมาเข้าใจต้องใจเวลา ใช่เพียงมองตากันเมื่อไร

อยากจะคิด ต้องจากกัน เป็นแค่ฝัน แต่ความจริงนั้น เรายังอยู่เคียงข้างกัน อย่างวันวาน

image

เริ่มต้น เดินทาง และยังไม่ถึง

image

เมื่อแรกฝึกหัดเดินทาง เตรียมของ เตรียมการ วางแผน พกของแบกเป้รุงรัง
มีทุกอย่างพร้อม แต่หนัก เดินลําบาก หมดแรงและต้องพักบ่อยครั้ง ระหว่างทาง
กลายเป็นอุปสรรค เดินทางได้้ช้า และพาลหมดกำลังใจเอาได้

เมื่อเรียนรู้เดินทาง ไม่แบกอะไรเลย ตัวเบา เดินสบายกว่า อาจต้องแก้ปัญหามากว่าบ้าง แต่สนุกกว่ามาก คล่องตัวกว่า

เมื่อแรกเดินทาง มีความตั้งใจในจุดหมาย มีจุดหมายเป็นที่ตั้ง ถึงกับเร่งเดินทาง มองแค่จุดเริ่มต้นที่จากมา และเล็งสายตาไปยังจุดหมายที่ตั้งใจ พลันลืมระหว่างทาง

ระหว่างทางคือความสุข ระหว่างทางคือที่สุด ความสุขจึงหล่นหายระหว่างการเดินทาง

ณ วันนี้ ถามว่าครั้งนี้จะเดินทางไปไหน อาจไม่มีคําตอบครับ ไม่มี
อาจเป็นที่ตรงนั้น อาจเป็นที่ตรงโน้น อาจเป็นที่ตรงนี้ อาจเป็นที่ที่ไม่ต้องเดินทางก็ไปถึง แต่มันก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าระหว่างทางเลย
ชีวิตคือการสะสม การสะสมคือเดินทาง ความสุขอยู่ระหว่างทาง ความสุขจึงอยู่ระหว่างการใช้ชีวิต แต่ความสุขไม่ได้อยู่ที่การสะสม ถ้าการสะสมนั้นสะสมแล้วต้องแบก แบกเป็นภาระในการเดินทาง

วางลง ไม่แบก ไม่รุงรัง ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีศักดินา ไม่นำพาภาระไร้สาระติดตัว
เตรียมตัวบ้างแบบบางๆ แต่เตรียมใจแบบหนาๆ ขาดบ้างกลับเป็นเรื่องดี แก้ปัญหาบ้างเป็นเรื่องสนุก เดินทางต่อไป

อยากแปลกใจ ที่ไม่นำพาผลประโยชน์หรือตำแหน่งที่เคยมี เหล่านี้ล้วนเป็นภาระ วางลง ตัวเบาสบาย เดินทางต่อตัวเบาๆ
อยากแปลกใจ ที่ไม่เลือกสบาย จบสรุปกับความมั่นคงในปัจจุบัน ในเส้นเวลายาวๆ ทุกอย่างล้วนไม่มั่นคง มั่นคงที่แท้จริงล้วนไม่มี ความสบายที่แท้จริงไม่มี เส้นทางการเดินทางยังคงมีอยู่ อยู่ตรงนั้นมาตลอด เห็นหรือไม่เห็น ก็อยู่ตรงนั้น
ยกขึ้นสวมหัวได้ ก็ถอดออกวางลงได้ ทุกอย่างล้วนไม่ใช่ของเรา

เมื่อเป็นการเดินทาง จึงมีการพบเจอ มีการแยก จากกัน
อดึตจะเป็นอย่างไร หลงลืม จดจําใคร ในชีวิตที่ผ่านมา …

อนาคตจะเป็นอย่างไร เป้าหมายคืออะไร จะพบ เจอใครได้อีก …

ยังไม่มีเป้าหมาย หรือยังไม่ถึงจุดหมาย เราก็ยังเดินไป เรายังคงสะสมผู้คน สะสมวัน สะสมช่วงเวลา สะสมความคิด แม้บางครั้งตกหล่นความทรงจําไปบ้าง
ความสุขอยู่ตรงนี้ วันนี้ ระหว่างวัน ระหว่างการเดินทาง หลังจากที่วางลงและออกเดินทางต่อ

แบกให้น้อย สุขระหว่างวัน จดจําความสุขในอดีต ไม่กังวลกับอนาคต เรายังเดินทางร่วมกันอยู่
ไม่ถือมั่นกับตำแหน่งหรือผลประโยชน์ปัจจุบัน เพราะมันหนัก และเป็นอุปสรรคระหว่างทาง

สุขระหว่างทางดีกว่าครับ

วิชาลำบาก (เจาะใจ/ สรกล อดุลยานนท์/ 13-3-2014)

จากรายการเจาะใจ
image

เมื่อต้องผ่านความลำบากจนเป็นปกติ จะได้คุณสมบัติเหล่านี้ติดตัว
วิชานี้ไม่สามารถหาอ่านได้ที่ไหน ต้องผ่านความลำบากด้วยตัวเอง และวิชานี้ไม่สามารถเรียนรู้ได้แค่ระยะเวลาสั้นๆ

คุณสมบัติของบุคลากรที่สอบผ่านวิชาลำบาก
1. อดทน
2. แก้ปัญหาได้ดี – เพราะชีวิตอยู่กับปัญหา มีปัญหาเป็นเพื่อน
3. ฉลาด – มีชีวิตผ่านความลำบากมาถึงจุดนี้ได้เทียบกับคนที่ไม่ลำบาก แสดงว่าต้องมีความคิดเพราะชีวิตมีต้นทุนสูงกว่าคนอื่น
4. อยู่กับความเป็นจริง – ข้อแม้/ข้ออ้าง ในชีวิตจะเหลือน้อยมาก
5. พร้อมเผชิญปัญหา – ปัญหาเป็นสิ่งที่เจออยู่และในชีวิตทุกๆ วัน

——————————
“ลูกลำบาก ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่รักลูก” สัญญา คุณากร

In the line

image

In the line,
we walk,
we walk for a while,
a while likes eternity,
I just follow s’one,
s’one follows me,
s’one tries to beat others to move forward,
s’one tries to beat others to be the better position,
but we all are in the line,
the better position s’one expects also is in the line,
we all walk in the line,
yesterday, today, and maybe tomorrow.

OK, I step out, out of the line.
Will you?