Tag Archives: ซีไรต์

มีความเป็น ไส้เดือน

จะว่ากระไรได้… 
เป็นไส้เดือน ไส้เดือนที่ไม่มีตา ย้งเปรียบว่าหลงทางอย่างตาบอด และยังถึงกับตาบอดอยู่ในเขาวงกต 

การหลงทางของไส้เดือนนั้นจึงเป็นนิรันดร์ 

ก่อนการมาถึงของความเข้าใจ 

ยังมีหลุมอยู่ 

หลุมที่ถมเท่าใด ก็ไม่เต็ม ไม่เต็ม

กระทั่ง ถึงกับยอมเอาตัวเองหย่อนลงไปในหลุม เพื่อเติมเต็มความว่างเปล่านั้น 

แต่ก็ลืมที่จะประมาณไปก่อน ไม่สิ! เวิ้งว้างจนสุดประมาณเสียมากกว่า 

เพียงตัวเองที่เอาหย่อนลงไปในนั้น แค่เพิ่มเพียงกระผีกความรู้ขึ้นมาว่า หลุมนั้นมันเวิ้งว้างจนสุดตนประมาณ 

จมลง ดิ่ง ลึกลง เรื่อยๆ เรื่อยไป หาได้เจอความกระจ่างใดๆ เพิ่มเติมอีก มืดมิดลงไป 

ด้วยหลุมนี้ ความเข้าใจ จึงไม่เคยมาถึงได้เลย 

เป็นได้แค่ความโดดเดี่ยวมืดในจิตใจมนุษย์ 
มนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรม มีโครงสร้างสังคม มีการเรียนรู้ทางสังคม มี Socialization 

แต่ เราต่างมีความปัจเจก ความปัจเจกที่ในที่สุดอาจนำมาซึ่งความรู้สึกแตกแยก ความแตกแยกที่ระแหงจนปราศจากความสามารถในการประสานรอยกลับได้โดยสิ้นเชิง หรือก็อาจประสานได้บ้างเพียงแค่หลอกๆ 

ยิ่งรับผลจากพิษบาดแผลของชีวิต พบกับบาดแผลที่เป็นฝันร้ายในฝันร้ายอีกที 

แม้เพียงตื่นขึ้นมาก็พบเพียงว่า ตื่นมาจากฝันร้ายหนึ่งเพื่อตื่นอยู่ในอีกฝันร้ายหนึ่งเท่านั้น หรือ ตื่นจากฝันหนึ่งมาพบกับฝันร้ายยิ่งกว่า 

พิษบาดแผลนี้ เป็นอาหารหล่อเลี้ยงความแตกแยกให้เติบโต

เติบโตจนมีอีกชื่อเรียกหนึ่ง ว่า ความเหงา ความเหงาที่เติมไม่เคยเต็ม 
มีบ้างบางคน ที่ก้าวข้ามพ้นผ่านหลุมนั้นมาได้ แม้ยังมีหลุมอยู่ แต่ใช่ว่าจะกระไรนัก เช่นนั้นก็แล้วๆ ไป 

แต่ส่วนคนที่ยังไม่ข้ามมา หรือกระทั่งเอาตัวหย่อนลงไปแล้วนั้น อาจสาหัสนัก 

หลงทางอยู่อย่างนั้น เฝ้ารอคอยความเข้าใจที่ไม่มีวันมาถึง 

… 
หนังสือเล่มนี้เป็นเช่นหนังสือเล่มที่มาทีหลัง #พุทธศักราชอัสดงของทรงจำของทรงจำของแมวกุหลาบดำ แต่เรามาอ่านเล่มนี้หลังจากอ่านเล่มนั้น (ที่ออกมาทีหลัง) 

ช่างดาร์คดิ่งเช่นกันทั้งสองเล่ม ดาร์คจนอิ่ม 

หากแต่ทั้งสองเล่มก็มีความแตกต่าง คือ เล่มนี้เรียบง่ายกว่า 

ความเรียบง่ายของ #ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต นี้ขับให้ความดาร์คของเรื่องเปล่งประกาย 

เพียงนิยายรักสามเส้า หรือจะเรียกว่านิยายน้ำเน่าก็ดี เรียบง่ายถึงเพียงนั้น 

แต่ตัวละครในรักสามเส้าเหล่านั้น ล้วนหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่พวกเขาขุดไว้ 

บ้างไม่เข้าใจ บ้างไม่ต้องการเข้าใจ 

และเพียงไม่เข้าใจ จึงหลุดออกมาไม่ได้ ติดอยู่ในความนิรันดร์ของความอ้างว้างนั้น 
คุณ #วีรพร_นิติประภา คือนักเขียนที่เป็นที่สุดของงานเขียนแนวนี้ ขอคารวะครับ 

เราดึงจังหวะการอ่านหนังสือเล่มนี้ มาให้อ่านในช่วงจังหวะเวลาที่ตรงพอดีกับช่วงที่อารมณ์ตัวอยู่ในช่วงวูบวาบ สำนวนและตัวอักษรของคุณ #วีรพร ชักจูงอารมณ์ของเราไปอย่างไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืนเลย ขมกลมกล่อมและเปล่าเปลี่ยวแท้ 
ไส้เดือนบางตัวเฝ้าขุดดินต่อไป บ้างบางตัวก็หยุดขุดเพราะพบหลุมที่ตัวขอเรียกว่าบ้าน บ้างสูญเสียความทรงจำไป บ้างก็อาฆาตแค้นหลุมที่ตัวขุดเอาไว้ 

ไส้เดือนบางตัวได้มีโอกาสปลดเปลื้องความมืดบอดด้วยความรัก บ้างปลดเปลี้องด้วยการร่วมรัก บ้างก็ปลดเปลื้องด้วยศิลปะหรือดนตรี 

แต่ตัวใดเล่าที่จะหลุดออกจากเขาวงกตนี้ ออกจากหลุมนี้ได้ทั้งๆ ที่ไม่มีตา ไม่ใช่แค่ตาบอด 

ของขวัญจาก กะทิ

​#เธอคือของขวัญ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 

แต่เป็นภาคพิเศษ ในวาระ #ความสุขของกะทิ พิมพ์ครั้งที่ 100 

นวนิยายไทยพิมพ์ครั้งที่ร้อย! โดยสำนักพิมพ์แพรวนะครับ 

แม้ว่า ความสุขของกะทิจะเป็นนิยายซีไรต์ก็เถอะ 

ถ้านิยายไทยที่ถูกตีพิมพ์ซ้ำร้อยครั้ง มันควรจะได้รับความสนใจจากคนอ่านหน้งสือครับ 

อะไรที่ทำให้ความสุขของเธอถูกตีพิมพ์ซ้ำๆ ขนาดนั้น 

เพราะความสุขของเธอไม่ได้เป็นเพียงนวนิยายไทย แต่เป็นวรรณกรรมไทย
ศิษย์มีครูเป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทย ขออนุญาตยืมคำครูมาอธิบาย 

วรรณกรรมคืองานเขียนที่ยกระดับความคิดและจิตใจคนอ่าน หรืออาจเลยไปถึงยกระดับสังคมได้ด้วย 

ดูจะยกย่องเกินเลยไปมั้ย 

ลองอ่านดูด้วยตัวเองเลยครับ ขณะอ่าน หัวใจคุณอาจเต้นช้าลง แต่มันเต้นอย่างอ่อนโยน 
แม้กระทั่งในรสนิยมของคนอ่านสายดาร์ค 

ไม่ควรด่วนสรุปว่า ความสุขของกะทิ เป็นเรื่องโลกสวย หรือสุขนิยมจนเลี่ยน 

มันมีความดาร์คเป็นตัวเชื่อมเรื่องราว 

แม่ตัวตายตั้งแต่ต้นเรื่องงี้ พ่อไปมีเมียใหม่ตั้งแต่ตัวยังไม่คลอดงี้ โตมาจำความได้ก็ไม่เคยเจอพ่อแม่งี้ ในเรื่องมีแม่ที่คลอดลูกแล้วเอาลูกไปทิ้งใต้ต้นไม้งี้ 

มันเป็นความทุกข์ในบริบทชีวิตประจำวันแบบไทยๆ มันดาร์คแบบไทยๆ มันโศกแบบไทยๆ 

ถ้าคุณรู้จักความทุกข์ คุณจะเข้าใจความสุข 

กะทิพาผองนักอ่านท่องโลกใบเล็กของเธอ เพื่อสำรวจเส้นแบ่งระหว่างความสุขกับความเศร้า เส้นแบ่งนี้มันอยู่ตรงไหน เราข้ามเส้นนี้ข้ามไปข้ามมาได้มั้ย 

แล้วเธอก็พาเราไปสำรวจความโศกอันเกษม ซึ่งเราอาจไม่เข้าใจ แต่ในขณะที่เราอ่านเรื่องของเธอ เราก็ยิ้มได้ทั้งๆ ที่น้ำตาซึม 

ถ้าคนอ่านสายดาร์ค คิดว่ามันคือนิยายมองโลกในแง่ดี เราว่าคุณพลาดงานเขียนดีๆ นี้แล้วแหละ (เหมือนที่เราเคยพลาดมาแล้ว) 

อย่าตัดสินหนังสือจากปก หรือตัดสินจากชื่อหนังสือครับ 
ความสุขของกะทิ เป็นนิยายไตรภาค มีทั้งหมดสามเล่ม 

เธอคือของขวัญคือภาคพิเศษ ออกมาเป็นเล่มที่สี่ 

สำหรับแฟนคลับของกะทิ มันคือเล่มที่ต้องซื้อเก็บนะครับ 
ความรู้สึกส่วนตัวของเราคือ มันมีกลิ่นของหนังสือชุดเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก  

ระหว่างอ่าน เราได้กลิ่นขนม ไข่กบ นกปล่อย มะลิลอย อ๊ายตื้อ ลอยออกมาจากหน้าหนังสือ 

พลิกมาอีกหน้า เราได้กลิ่น ม้ากระทืบโรง กำลังเสือโคร่ง นารีรำพึง 

และพอพลิกมาอีกหน้า เราได้ยินเสียงตำน้ำพริก เสียงขูดมะพร้าว 

แต่มาอีกแป้ปเดียว มะลิก็พาเราข้ามไปเที่ยวถึงโคเปนเฮเกน เจ๋งเลย 
ชีวิตไม่สมบูรณ์แบบ แต่ในระหว่างความไม่สมบูรณ์แบบ มันมีความสุข แม้มันอาจจะเป็นสุขที่เศร้า หรือเศร้าที่สุขก็ตาม 

แต่เรามักหาไม่พบความสุขในความสมบูรณ์แบบ