Tag Archives: Game of Thrones

อัศวินอยู่ไหน

ตัวเอกสองตัวชื่อ ‘ไข่’ กับ ‘ดังก์’
เฮ้ยๆๆ มีไข่เป็นตัวเอก!

#ดังก์กะไข่ ผจญภัยไปในเจ็ดราชอาณาจักร #Tale_of_Dunk_and_Egg
(ฟังดูคล้ายล้อเล่นกับวลี Song of Ice & Fire)
“การเดินทางของวีรบุรุษไม่เข้าท่าสองคนที่ผจญภัยไปทั่วดินแดนเวสเทอรอส” (ดินแดนแห่งเจ็ดราชอาณาจักร)

#George_R_R_Martin พักจากการเขียนมหากาพย์ #Game_of_Thrones มาเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อน #มหาศึกชิงบังลังก์ ราวหนึ่งร้อยปี

เล่มนี้ไม่ได้ซื้อเอง ไปไถน้องสาวมาอ่าน ขอบคุณในอภินันทนาการจากน้องรักมา ณ ที่นี้ด้วย (หนังสือแกเยินขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้าน้อยอาจต้องชดใช้ในความผิดนี้)

การอ่านนิยายเล่มนี้ มีได้สองแบบ แบบแรกคือรู้เรื่อง Game of Thrones มาอยู่แล้ว ก็จะสานต่อกับเรื่องได้ เข้าใจว่าความเป็นตระกูลทาร์เกเรียนนี่มันขนาดไหน อะไรคือหัตถ์หรือ the Hand ของพระราชา อัศวินผู้สาบานตนหรือราชองครักษ์ผู้สาบานตนคืออะไร
เข้าใจความน่ากลัวของความพลาดพลั้งของตัวละครเป็นอย่างดี เพราะมันตามมาด้วยความตาย ตัวเอกถูกฆ่าตายเป็นเบือ
คนอ่านสายนี้ จะเสพอย่างเอร็ดอร่อย เพราะมันเป็นเหมือนหนังในแฟรนไชส์ Game of Thrones
เป็นเรื่องที่สปินออฟออกมาจากเรื่องหลัก โดยในเล่มนี้มีเรื่องราวการผจญภัยของดังก์กะไข่ 3ตอน จบในตอน แต่มีเนื้อหาต่อกัน มีความสนุกแบบลุงจอร์จที่คนติดกันทั่วโลก (น่าจะมีเล่มสองเล่มสามตามมาอีก แต่ไม่รู้ว่าลุงแกจะเขียนตามออกมาอีกเมื่อไหร่)
เรื่องราวแฟนตาซีได้ใจ มีความลุ้นตามอยู่ด้วย แฟน GoT ไม่ผิดหวัง กลายเป็นเหมือนนิยายในมหากาพย์เดียวกันแต่เป็นคนละไทม์ไลน์

อีกแบบหนึ่ง คือคนอ่านที่อาจจะไม่รู้เรื่องมหาศึกชิงบังลังก์มาก่อน อันนี้ก็น่าจะมีงงๆ บ้างในตอนแรก ว่าอะไรเป็นอะไร แต่อ่านไปๆ แล้วก็น่าจะพอจับใจความเรื่องได้
แบบนี้ ก็จะสนุกไปอีกแบบหนึ่ง ถือว่าเป็นเรื่องราวแปลกใหม่
แต่ความเห็นเราว่า ไม่น่าจะฟินกับเรื่องได้เท่ากับอ่านแบบแฟนคลับ GoT อ่านแล้วอาจแค่เฉยๆ
อันนี้ก็เพราะการอ่านและจินตนาการถึงความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องในนิยายกับประวัติของไฟในสายเลือดของพวกทาร์เกเรียน มันทำให้อินกว่า และสร้างจินตนาการจากการอ่านได้ฟุ้งกว่า

ที่โดดเด่นมากในนิยายเรื่องนี้ คือการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมุมมองของคนที่ออกพเนจรไปทั้งเจ็ดราชอาณาจักร ว่าพบเจอเรื่องอะไรบ้าง เกิดอะไรขึ้น ต้องเอาตัวรอดจากเรื่องอะไร
ในขณะที่เรื่องหลักของมหาศึกชิงบังลังก์ เป็นการเล่าเรื่องสงครามระหว่างอาณาจักร เรื่องของพระราชาและเชื้อพระวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรต่างๆ
Game of Thrones เป็นนิทานพงศาวดาร เรื่องของดังก์กะไข่นี้ก็จะคล้ายๆ นิทานจดหมายเหตุ

ความเป็นอัศวินนั้นอยู่ที่ใด?
อย่างไรจึงควรแก่บรรดาศักดิ์ แห่งอัศวิน (ท่านเซอร์)?
อยู่ที่การได้รับการแต่งตั้งจากผู้ทรงอำนาจหรือรับการแต่งตั้งจากผู้มีบรรดาศักดิ์ หรือ?
ใดๆ จึงจำแนกอัศวินออกจากผู้พเนจร?
หรือใช่ที่การสาบานตนเข้ารับใช้ผู้นำ?
หรือดูกันที่มีผู้ติดตามรับใช้?

“พวกเขามาให้กำลังใจแก่ข้า ทำไมหรือข้าสำคัญอะไรกับพวกเขา”
“อัศวินผู้จดจำคำสัตย์ปฏิญาณของตนได้”

“ในนามของ… ข้าขอสั่งให้ท่านกล้าหาญ ข้าขอสั่งให้ท่านยุติธรรม ข้าขอสั่งให้ท่านปกป้องเด็กและผู้บริสุทธิ์ ข้าขอสั่งให้ท่านคุ้มครองสตรีฯ” บัดนี้ ด้วยคำปฏิญาณนี้ ท่านเป็นอัศวิน

#A_Knight_of_the_Seven_Kingdoms

Advertisements

จากความผิดพลาด ในเกม

Spoil Alert! 

หนังสือ จับเอาเนื้อหาของ Game of Thrones ตั้งแต่ season 1-6 มาสกัดเป็น Lesson Learned 

ในเกมที่เล่นแล้ว มีแต่ต้องชนะ ถ้าแพ้…คุณตาย 

ตัดหัวบ้าง เชือดทิ้งบ้าง ยาพิษบ้าง เผาทั้งเป็นบ้าง ไม่ก็ถลกหนังเป็นๆ 

 

เป็น Series ที่ล้อเล่นกับอารมณ์คนดูโดยจับเอาตัวละครเอกฆ่าทิ้งจนเกือบหมดครอบครัว และไม่มีตัวละครตัวไหนเลยที่ไม่ผิดพลาด 

เมื่อพลาด อาจมีบ้างไม่ตาย ก็ถูกจับหั่นจนพิการ จับตอน หรือไม่ก็โดนข่มขืน 

 

สงคราม – แย่งชิงอำนาจ – หักหลัง – พันธมิตร – การเมือง – แก้แค้น – และเซ็กส์ 

ชายหญิง ชายชาย หญิงหญิง พี่กับน้อง มีครบ 

เรื่องโหดๆ ดาร์คๆ พวกนี้ มีอะไรให้เราคิดที่มากกว่าดูบันเทิง 

 

ผู้เขียนจับประเด็นมาได้คมมาก แม้ไม่ลึกจนต้องคิดให้ตกผลึก แต่ตั้งข้อสังเกตได้ชัดเจนกระชับ และทิ้งประเด็นไว้ในสมองเราได้ดี 

ประกอบการการแปลที่ดีงาม ไม่ใช้คำประหลาดๆ แต่มุ่งให้สารกับคนอ่านตรงไปตรงมา 

ทั้งหมดทำให้หนังสือนี้ดีงาม 

ถ้าเริ่มเลี่ยนกับการอ่านการถอดรหัสสามก๊ก ให้ลองเล่มนี้เลย 

 

หนังสือเล่มนี้ ช่วยให้เราเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวละครในเรื่อง ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครทั้งหลาย ดูคล้ายจะบอกเรานัยๆ ว่า คนที่มีคุณธรรมสูงส่งนั้นมักจะไม่ชนะเกมนี้ 

 

1. แม้การฆ่าล้างครอบครัวในงานเลี้ยงเป็นเรื่องโหดเหี้ยม แต่มันก็ช่วยระงับสงครามระหว่างอาณาจักร – “การฆ่าคนหมื่นคนในสงคราม มันเป็นผู้ดีกว่าการฆ่าคนสิบกว่าคนในงานเลี้ยงยังไง?” 

 

2. เมื่อรับสัญญามากเกินไป ในที่สุดจะต้องผิดสัญญา สาบานมากเกินไป ในที่สุดก็จะต้องผิดคำสาบาน เมื่อผิดคำสัญญาจะเสียความน่าเชื่อถือ เสียความน่าเชื่อถือคือสูญเสียกำลัง (ความน่าเชื่อถือนั้นคืออาวุธชนิดหนึ่ง) … ดังนั้น ยิ่งให้สัญญามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเปราะบางมากเท่านั้น 

 

3. “เราต้องทำให้คนเชื่อว่าเราจะชนะ ไม่ก็จะไม่มีแม้โอกาสตั้งแต่แรกด้วย” และการทำให้คนอื่นเชื่อนั้นคืออำนาจอย่างหนึ่ง 

 

4. “หากควบคุมเรื่องการเงินไม่ได้ ไม่มีทางจะชนะสงคราม” เราจะประสบหายนะหากไม่ใส่ใจเรื่องการเงิน 

 

5. “การปกครองอาณาจักรยากยิ่งกว่าการชนะสงครามมากมาย” มันเรียกร้องเวลา กำลังสมอง และความทุ่มเทของคุณมากกว่า เมื่อต้องปกครองต้องหาวิธีทำงานอย่างฉลาดขึ้นไปอีก ไม่งั้นต่อให้ต้องเหลือเวลานอนเพียงวันละ 3-4ชั่วโมง ก็ยังอาจจะไม่พอที่จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น … ทักษะที่สำคัญที่สุดคือการมอบหมายงาน 

 

6. แม้จะเตือนตัวเองและครอบครัวให้รู้จักเตรียมพร้อมเสมอ “Winter is Coming!” แต่กลับประสบกับหายนะกันทั้งครอบครัว เพราะไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับความพลิกผันของสถานการณ์เลย 
7. “ใจเร็วแต่สมองช้า! – ไม่ได้โง่หรอก แค่ไม่มีความอดทนพอ!” อดทนรอสักหน่อยแล้วเราจะได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของคนอื่นๆ 

 

8. “เราต่างมักจะคิดได้ว่าชีวิตจะไม่เหมือนเดิมไปตลอด แต่เราก็ยังมักรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยความเชื่อแบบเดิม และชุดความคิดแบบเดิมๆ” ราวกับว่า หวังว่าวิธีการคิดแบบเดิมนั้นจะสามารถใช้รับกับปัญหาและความวุ่นวายในอนาคตได้เสมอ 

 

9. เราคิดอะไรหรือเก่งอะไรเป็นเรื่องหนึ่ง การแสดงออกให้คนอื่นรู้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง มันแยกออกจากกันและไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของความจริงใจของเราเพียงถ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของความอยู่รอดด้วยเสมอ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าบอกสิ่งที่เราคิดให้กับคนที่จะหักหลังในที่สุด และแสดงออกซึ่งความเก่งกับคนที่คิดว่าเราอวดฉลาด  

 

  

ทั้งนี้ เป็นประเด็นให้ฉุกคิดในการอยู่ให้รอดเพื่อตนเองและครอบครัว หากเรายังคงต้องเล่นเกมเหล่านี้ในสังคม 

 

ดูแล้วมาอ่าน มันขยี้ประเด็นได้สนุกมาก พาย้อนไปทบทวนต้นเหตุและผลลัพธ์ของฉากและตอนนั้นๆ 

ถ้ายังไม่ได้ดู ก็อย่าพึ่งรีบซื้อมาอ่านเลย 

เพราะมันจะ ทั้งไม่ขยี้ และทั้งมี spoil ด้วยฮะ 
#GoT #GoT_on_Business #มหาศึกชิงบังลังก์_กับธุรกิจ