Tag Archives: Halan Coban

ย้อนรอย…บ้าน

นิยายของ #Halan_Coban มักทำให้เราเปลี่ยนใจ อ่านหนังสือ 

หลังจากที่เจอเล่มนี้ที่ร้านหนังสือ กลายเป็นว่า ที่อ่านๆ อยู่ 3-4เล่ม หยุดไว้หมด 

เล่มนี้ เป็นหนึ่งใน Series สืบสวนของ #ไมรอน_โบลิทาร์

ถ้าเทียบ Scale ความระทึกของนิยายสืบสวนที่โคเบนเคยทำไว้ได้สูงสุดในระดับ 9.5 เต็มสิบ เล่มนี้มาได้แค่ 7.5 นะ ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะพระเอกคู่หูดันเก่งเกินทั้งคู่ อ่านแล้วเกิดภาพว่า ไม่ว่าจะล่อแหลมอันตรายแค่ไหนทั้งคู่ก็รอดมาได้ชัวร์ และยังกลับไปเอาคืนได้อีก 

ส่วนการสืบสวนก็ดูด้อยลงไป เพราะไม่ได้มีการขบคิดไตร่ตรองข้อเท็จจริงที่ได้มามากนัก (อาจติดภาพนักสืบแบบเฮอร์คูล ปัวโรต์ มากไปนะ) 

แต่ว่า การไล่ล่าหาข้อเท็จจริงต่างๆ นี้ก็ไม่ธรรมดาเลย เทียบชั้นนิยายสายลับได้อยู่ 
แม้จะอ่านแล้วดูด้อยลงกว่าเล่มอื่นๆ แต่ไม่น่าผิดหวัง! 

ก็ยังนับเป็นผลงานระดับโคเบน 
นิยายของโคเบน ยังคงทำให้เราตั้งคำถามในทุกๆ หน้ากระดาษ ชักจูงคนอ่านไปตามตัวหนังสือทีละบรรทัด มีเฉลยบ้าง เฉลยคำตอบหนึ่งแล้วก็นำคนอ่านไปสู่คำถามถัดไป และถัดไป 

…และแล้ว ก็ขยี้ๆ คนอ่านด้วยการหักมุมตอนจบ 

คือเจ้าพ่อแห่งนิยายสืบสวนที่หักมุมตอนจบ 

โอย! เขียนได้ไง หักมุมมันทุกเล่ม 

ดังนั้น ถ้าเราอ่านแบบว่า อ่านตอนต้นแล้วข้ามมาอ่านตอนท้ายเล่มเลย หรืออ่านจบแล้วไปเล่าตอนจบให้คนอื่นฟัง นี่คือความพังพินาศของนิยายสืบสวนนี้ 

อย่าทำๆ 

จงดื่มด่ำกับการหักมุม เพื่อความบันเทิงและการได้ฉุกคิด 
ยังคงฉกาจมาก ในการนำประเด็นความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัวมาเป็นแกนของเรื่อง 

นี่เองที่เป็นความหนักแน่นของนิยายของโคเบน ปมความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นพื้นฐานของเรื่องราวทั้งหมด 

เมื่อเรา #ย้อนคืน ทั้งหมดกลับมา ทุกอย่างมักเริ่มต้นจากที่บ้าน 

โคเบน ฝังประเด็นในเรื่องนี้ให้เราคิดได้ว่า ชนวนจากปมในครอบครัวคือจุดเริ่มต้นของหายนะ 

เตือนสติให้เราอย่าด่วนสรุปหรือมองข้ามปมความสัมพันธ์ในครอบครัว การรักษาศีลธรรมพื้นฐานง่ายๆ คือความมั่นคงของสถาบันครอบครัว และ… สังคมรอบๆ 
แม้ไม่ได้ระทึก ใจเต้นวางไม่ลง 

แม่ไม่ได้ลึกลับ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน 

แต่ความเอกอุของการหักมุม การวางเรื่องราวอาชญากรรมโดยมีประเด็นภายในครอบครัวเป็นแกน และยังฝากประเด็นให้คิดต่อ 
นี่จึงเป็น อาชญนิยายที่ดีเล่มหนึ่งทีเดียว

Advertisements

รัก 6ปี ยังไม่ 7ปี

​ถ้าคุณรักใครสักคน คุณจะลืมเขาใน 6ปี มั้ยครับ 

เหมือนโคเบน พยายามเล่นกับเลข 6ปี หรือยังไง 

หรือเพราะว่ามัน 6 มันยังไม่ถึง 7ปี 

not 7 years itch yet! 


#Halan_Coban คือยอดนักเขียนนิยายสืบสวน ในแนวทางของตัวเองที่มีพล็อตเรื่องหักมุม เคยมีคนเรียกเค้าเป็น the master of twist 

เป็นผู้เขียนนิยายเรื่อง“tell no one” หรือ #อย่าบอกใคร
ยังคง Signature ของโคเบน แบบไว้ลายเลยเล่มนี้ ซึ่งเราเห็นพัฒนาการด้านความลึกของความคิดของตัวละคร ช่างเป็นนิยายสืบสวนที่ขยี้ถึงปูมหลังของตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยม 

เรายังไม่เคยอ่านนิยายสืบสวนเล่มไหนที่ขยี้ไปยังปูมหลังของแต่ละตัวละครได้ขนาดนี้มาก่อน และมันคือนิยายสืบสวนที่ดีงาม เพราะใส่ใจถึงที่มาที่ไปของพฤติกรรมของตัวละคร ทำให้หลักของนิยายสืบสวนคือตรรกะของเรื่องนั้น มันหนักแน่นและดูจริงมาก 

นี่ยังไม่นับพล็อตหักมุมตามความถนัดของโคเบน ขนาดเรื่องนี้ ลดการพาเอาผู้อ่านไปหักเหลี่ยมหักมุมทิ้งซึ่งๆ หน้าแล้ว ความระทึกระหว่างการอ่านไม่มีลดเลย คืออ่านแล้ววางไม่ลงเหมือนเดิม 

ของคารวะครับ โคเบนเขียนนิยายออกมาได้ระทึกจนอ่านวางไม่ลงได้ทุกเล่ม ระทึกมากหรือน้อยอย่างไร ก็ไม่มีตกมาตรฐานนี้เลย 

เราก็เตือนตัวเองไว้แล้ว เอาเข้าจริง พอพลิกอ่านหน้าแรก มันก็เริ่มแล้วระทึกรัวๆ จนไม่สามารถวางหนังสือลงได้ จนไปจบเอาที่ตัวอักษรตัวสุดท้าย 
น่าจะเรียกว่านิยายรักได้เช่นกัน 

เพราะมันเป็นเรื่องราวสืบสวนที่มีความรักเป็นแกน ซึ่งโคเบนลงน้ำหนักได้พอดีๆ อย่างสวยงามมาก คือไม่ว่าเรื่องจะระทึกยังไง แต่ความโรแมนติกของเรื่องจะมีมากกว่าความระทึกนั้นอยู่เล็กน้อยเสมอ 

เฮ้ย! เจ๋งมากครับ 
ความรักกับความหลงนั้น คลุมเครือกันเสมอในจักรวาลเบี้ยวๆ นี้ แม้เส้นบางๆ ระหว่างทั้งสองที่มีอยู่นั้น ก็บิดเบี้ยวอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ บางทีมันก็คล้ายว่า ไอ้เส้นบางๆ ที่เป็นเส้นเขตแดนของความหลงไม่ใช่รักนั้น มันละลายจมหายไปในความหลงหรือความรักไปแล้ว 

โคเบนใช้ระยะเวลานานหลายปีตามที่เขาถนัด และในเรื่องนี้คือเวลา 6ปี มาเป็นเขตแดนที่นิยามว่านี่คือรักแท้ มิใช่หลงหรือแค่กามตัณหานะจ๊ะ 

แต่เราเองก็ตะหงิดๆ ว่าทำไม 6ปีวะ ถ้ามากกว่า 7ปี เหมือนที่เคยใช้กับเล่มอื่น มันจะดูอินเลิฟจริงกว่านี้นะ 

ก็ทึกทักเอาเองว่า ก็มัน not 7 years itch yet ไง 

โอย! เราก็ตีความเอาเองว่า นี่เป็นการฉีกเรื่องออกมาอีกหน่อย ให้มันมีความคลุมเครือระหว่างความรักกับความหลงอยู่บ้าง ซึ่งมันก็เจ๋ง เพราะมันทำให้อ่านแล้วรู้สึกกับตัวเอกว่า “นี่เอ็งรักเขา หรือหลงเขากันแน่วะ?” 

555 อันนี้ก็ดีงาม เพราะมันแอบย้อนแย้งเล็กๆ มึนๆ กับสภาวะโรแมนติกแบบนี้ดี 
นอกจากเรื่องความรักชายหญิงแล้ว 

ความรักของครอบครัว พ่อแม่ลูก ก็คืออีกหนึ่ง Signature ที่ดีงามของโคเบน เขาเข้าใจประเด็นนี้และเขียนออกมาได้ลึกดี ปมเรื่องความรักในครอบครัวก็คือปมสำคัญที่สุดของทุกตัวละคร เฉกเช่นกันกับพวกเราในชีวิตจริง 
นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่มีการหักมุมมากที่สุดของโคเบน เรื่อง tell no one หักมุมมากกว่า 

แต่นี่เป็นนิยายสืบสวนที่ดีงามกว่าในแง่ที่มันเป็นนิยายสืบสวนที่มีความรักเป็นแกนดำเนินเรื่องทั้งหมด 

หรือจะพูดว่า มีความรักนำทาง 

จะดีเพียงไร หากเราใช้ความรักนำทาง 

แล้วเราจะหลงทางมั้ย หรือมันจะพาเรา #สาบสูญ ไปในความรัก 
#ขอให้ความรักคุ้มครอง

หาย!

​เราว่าเล่มนี้ สนุกกว่า “อย่าบอกใคร (Tell No One)” 

ฮาร์ลานโคเบน เล่นกลผ่านตัวหนังสือให้คนอ่านดูซึ่งๆ หน้าเลย  

เล่มนี้พีคที่สุด ถ้าวัดด้วยการหักมุมให้คนอ่านหลง 

“คุณเคยรู้สึกอย่างนี้บ้างไหม คือนั่งฟัง พยักพเยิด ใส่ใจอยู่ดีๆ ทุกสิ่งทุกอย่างฟังดูเป็นเหตุเป็นผล เป็นเรื่องเป็นราว จากนั้น คุณก็เห็นอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นเรื่องเล็กๆ แลดูไม่สลักสำคัญ เรื่องที่คุณเกือบมองข้ามไป และแล้วก็รู้สึกตกใจเป็นล้นพ้น เมื่อประจักษ์แก่ใจว่าเรื่องทั้งหมดฟังดูไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างยิ่ง” 
เมื่อคุณอ่าน จะค่อยๆ ออกตัวในช่วงต้น จนเมื่อเครื่องร้อน (ผ่านไปประมาณ 20-30หน้าแรก) มันจะเหมือนคุณนั่งรถไฟเหาะตีลังกาไปจนจบ 

(ยังรู้จักรถไฟเหาะตีลังกากันใช่มะ?) 

และที่ดีงามคือมันพีคแล้วม้วนตัวตีลังกาจบลงอย่างสวยงาม 

นั่นคือเหตุที่คุณจะถูกหนังสือเล่มนี้ควบคุมให้คุณไม่สามารถวางมือจากการอ่านได้เลยจนกว่าจะจบเล่ม 
ขณะคุณอ่าน คุณอ่านใจตามวรรค หายใจตามบรรทัด แต่แล้วคุณจะแอบเว้นวรรคการหายใจระหว่างบรรทัด ด้วยความระแวง เพราะเรื่องราวมันหักมุมอยู่ตรงนั้น ทำให้คุณหายใจไม่ทั่วท้อง จนเมื่อคุณเริ่มคิดว่า คุณรับมือกับมันได้แล้ว มันก็หักมุมตรงนั้นเลยอีกที 

โห! สนุกมาก! 
นี่คือความสามารถพิเศษของโคเบนโดยแท้ 

เล่มนี้ แม้จะหลุดออกจากกรอบการฆ่ากันตายกลางป่า แต่ประเด็นความรักและครอบครัวยังคงเป็นแกนของเรื่อง 

เป็นนิยายสืบสวนโรแมนติก 
เราไว้ใจคนที่เรารักแค่ไหน 

จะอย่างไร ถ้าเราเจอว่า คนที่เรารักไม่ได้บอกความจริงกับเรา 

ถ้าเราไปรับรู้อดีตของคนที่เรารัก ว่าไม่เป็นอย่างที่เราคิด นั่นสำคัญหรือไม่ 

ความจริงที่โหดร้ายสวยงามกว่าคำหลอกลวงที่สวยงาม? 

คุณคิดอย่างไร?
โคเบนพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเราผ่านตัวหนังสือของเขา 

#Halan_Coban 

#Gone_for_Good

พราง ณ กระบี่

หอบนิยายของโคเบนอีกเล่มติดมาทะเลด้วย พึ่งมีเวลาอ่านจบเมื่อคืน มาทะเลแล้วไม่ได้อ่านหนังสือคงอึดอัดนัก โคเบนกับอันดามันทำหัวใจเต้นแรง

image

โคเบนมักจะจับเอาครอบครัว พาเข้าไปในงานฆ่ากันตายในป่า
จับเอาความรักในครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก พี่-น้อง เป็นตัวประกัน ท้าทายความรักในครอบครัวด้วยเหตุการณ์นองเลือด แล้วจับมันยัดทิ้งไว้ในป่า ป่าของครอบครัว ป่าปิดผนึกความเจ็บปวดไว้
เวลาผ่านไป แล้วความเจ็บปวดนั้นก็สามารถกลับออกมา หรือจริงๆ แล้ว มันไม่เคยไปไหน?

แม้ว่าโครงเรื่องยังวนๆ อยู่กับปมการสูญเสีย ความลับที่คนในครอบครัวงำเอาไว้
แต่เรื่องนี้ชี้เจาะจงลงตรงที่ ความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์ นี่คือคลาสสิคมาก เรายังติดใจประเด็นแบบนี้ต่อเนื่องมาจากที่อ่านหนังสือของนิ้วกลม (หยดน้ำในกองไฟ)

มนุษย์ไม่สมบูรณ์แบบ มนุษย์ย่อมมีเรื่องห่วยแตก และมนุษย์มีความลับ แต่มนุษย์ก็พยายามจะดำเนินชีวิต พยายามจะจัดการความห่วยแตกของตัวเองในแบบใดแบบหนึ่ง

การดำเนินเรื่องยังคงหักมุมไปมา ไม่ด้อยไปกว่าเรื่อง ‘Tell No One’ เลย หักมุมกันหน้าต่อหน้ากระดาษเลย อ่านแล้ววางไม่ลงเช่นกัน ใครมาสายนี้รับรองไม่ผิดหวังกับเล่มนี้ โคเบนผูกปมไว้หลายชั้นมาก เดินเรื่องมาเรื่อยแล้วจับหักมุมตรงนั้นเลย
โอ้โฮ! ได้แต่ต้องตามอ่านบรรทัดต่อบรรทัด หน้าต่อหนัา

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบเรื่องนี้มากว่า ตรงที่การเดินเรื่องโดยการลงมือสืบสวนพร้อมๆ กันสองด้าน เรื่องเดียวกัน ต่างคนต่างสืบ แล้วมาเจอกัน การเดินเรื่องอาศัยการตัดฉากสลับไปมาไม่ให้คนอ่านได้ตั้งตัวเลย นี่คือดีงาม สนุกมาก! ฟินแบบพีค (ถ้าจะเอาเรื่องนี้ไปทำหนัง ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถตัดต่อหนังได้คมเท่าที่โคเบนทำเอาไว้)

ที่ดีงามอีกคือ มีการเบรคอารมณ์ด้วยการปะทะคารมทนาย-โจทก์-จำเลย ในศาล โอ้งานแบบนี้มันคือ A Few Good Men ชัดๆ
ฉากที่ Tom Cruise – Jack Nicholson – Kevin Becon ซัดกันนัวๆ ในศาลลอยขึ้นมาเลย
ทั้งยังมีคู่หูนักสืบเป็นตำรวจหญิง นี่คือ Demi Moore เลย มันคือการได้ดู A Few Good Man อีกรอบในการกำกับของโคเบน

ส่วนที่อาจจะดูด้อย คือพอดำเนินเรื่องด้วยโครงเรื่องความลับของครอบครัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในป่า ทำให้เราเดาโครงเรื่องได้บ้าง แต่นี้ก็อาจต้องยอมรับ เพราะโคเบนอาจพยายามรักษาโครงแบบนึ้เป็น Signature ซึ่งไม่มีใครเหมือน

#Halan_Coban
มนุษย์เราไม่สมบูรณ์แบบครับ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจัดการการมันได้มากน้อยแค่ไหน

ความลับที่ถูกเปิดเผย

การแฉ คือการทำลายความลับ ให้หมดไปจากโลก?

เล่มที่สองของ Coban ที่เราอ่านจบ
เล่มนี้ แทนที่จะขยี้อ่านรวดเดียวจบใน 1-2ชั่วโมง เปลี่ยนมาอ่านโดยมีระยะเวลาทิ้งตัว ทิ้งสารให้ตกตะกอนบ้าง ละเลียดตัวหนังสือบ้าง
ใช้เวลาไป 3วัน แบบอ่านวางๆ

image

เรื่องนี้ beyond จากความโรแมนติคพาเราไปแตะแก่นของการใช้ชีวิตคู่ แก่นของชีวิตครอบครัว พ่อ-แม่-ลูก เล่นกับปมความไว้ใจ ซึ่งที่สุดแล้วนี่คือแกนของชีวิตคู่ แกนของครอบครัว

โครงเรื่องลึกซึ้งมากกว่า Tell No One อีกชั้นหนึ่ง ไปไกลกว่าแค่การเล่าเรื่องความรัก แต่พาเราไปสำรวจคำว่าไว้ใจ ระหว่างสามีภรรยา ระหว่างพ่อกับลูก ระหว่างแม่กับลูก ระหว่างเพื่อน

โอย! แต่งได้เทพมาก

Coban ลดการหักมุมในเรื่อง ลงไปอยู่ในจุดที่พอดี มาเทน้ำหนักลงในประเด็นเรื่องความไว้ใจที่เป็นแกนของทุกๆ ความสัมพันธ์
ในมุมมองของคนอ่านคนนึง นี่เป็นการลดทอนบางสิ่งเพื่อเน้นบางอย่างออกมา อาจเป็นงานที่พยายามจะสำรวจมิติความขัดแย้งในใจของตนเอง ที่มนุษย์ต้องพยายาม Compromise ด้วย เพื่อจะได้ใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่ทุกข์

ตัวเอกยังคงเป็นคนธรรมดา เป็นพ่อผู้หมกมุ่น! ไม่ใช่นักสืบเก่งกาจ
พ่อผู้หมกมุ่นพาเราสำรวจแง่มุมต่างๆ ของความลับ และหลังการแฉแล้ว…มันเกิดอะไรขึ้น 

อาจน่าเสียดาย ที่จริงๆ น่าจะขยี้ประเด็นเรื่องปมในใจมนุษย์ ให้ลึกกว่านี้ และกว้างกว่านี้ ได้อีกๆ นั่นอาจพาจากนิยายนี้ก้าวข้ามกลายเป็นวรรณกรรม

สนุกครับ
แต่รับรองไม่ได้ว่าทุกคนอ่านแล้วจะชอบ คนที่มีรสนิยมเฉพาะ! จึงดื่มด่ำกับประเด็นนี้

ทุกคนมีความลับ!   …นั่นไม่ใช่ประเด็น
ความลับระหว่างภรรยาสามี   …ใช่ว่าไม่มี
ทุกคนพยายามรักษาความลับของตัว!   …นั่นก็ใช่
ความลับถูกทำลายลงหรือไม่ เมื่อมันถูกเปิดเผย!   …น่าคิดอยู่

ที่สุดแล้ว…
การตัดสินใจ หลังจากที่ความลับถูกเปิดเผยแล้วต่างหาก ที่อาจกำหนดความเป็นไปที่เหลืออยู่ ในจักรวาลนี้!

#Halan_Coban

อย่าบอก…ต้องบอก

อย่า บอก ใคร
กลับมาคุยเรื่อง Friction ดีกว่า

หนังสือแปลออกมาหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อมาอ่าน เมื่อวานได้มาจากห้องสมุด
เป็นเล่มแล้วที่ได้อ่านงานเขียนของ Halan Coban ที่ Dan Brown ยกให้ว่าเป็น Master of Twist ว่ากันว่า หักมุม 16มุม ใน 1นาที
เคยทำออกมาเป็นหนังฝรั่งเศส แต่จำไม่ได้ว่าเข้าฉายในไทยมั้ย
คำนิยมหลังเล่มเน้นว่า ถ้าคุณใช้เวลาอ่านเกิน 2วัน ต้องมีปัญหาอะไรแน่
นายไข่อ่าน ชั่วโมงครึ่ง จบเล่มฮะ เมื่อคืนหลังเด็กๆ เข้านอน

image

โหย! วางไม่ลง

เป็นนิยายที่ใช้ความรักเป็นแกนดำเนินเรื่อง
เนื้อเรื่องเล่นกับระยะเวลา 8ปี ที่ภรรยาเสียไปจากฆาตกรรมทารุณ เป็นตัวขับให้เห็นความโรแมนติกในโครงเรื่องสืบสวน
จะว่าเป็นนิยายรักสืบสวนก็พอได้
ทั้งคู่รัก เลสเบี้ยน พ่อลูก ความรักในครอบครัว เพื่อนรัก ความรักทั้งหมดปรากฎในเรื่อง เรื่องสืบสวนที่หักมุม หักมุมตั้งแต่ต้นเรื่อง หักมุมกลางเรื่อง หักมุมตอนจบ แม้ระหว่างหยุดหายใจก็แอบหักมุม เยอะไปมั้ย?

อ่านจบแล้ว ก็อยากหาหนังมากดู แต่ก็กลัวดูแล้วไม่อิน เพราะการอ่านมันพาเราไปถึงจุดพีคเรียบร้อยแล้ว

ตัวเอกไม่ได้เป็นสุดยอดนักสืบ หรือ Die Hard เป็นผู้ชายธรรมดาที่หมกมุ่น เลยเกิดเป็นความคิดอ่านที่ลึกซึ้งบางอย่าง นี่ก็เป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะมันช่างแตกต่างกับการติดตามปัวโรต์ใช้สมองสืบสวนค้นหาความจริง

แม้ว่าการวางเรื่องบางตอนจะดูแฟนตาซีไปบ้าง แต่จุดเด่นด้านความตื่นเต้นของเรื่องทำให้มันกลายเป็นประเด็นรองไป

สงสัยต้องหาเรื่องอื่นของ Coban มาอ่านอีกๆ

#Halan_Coban